บทที่ 6 ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
แก้วเหล้าถูกรินซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่ได้ปล่อยให้มันว่างเปล่าเลยแม้แต่วินาทีเดียว และยังคงถูกยกขึ้นดื่มอยู่เรื่อยๆจนกว่าเจ้าของแก้วจะรู้สึกพอใจหรือไม่ก็ดื่มจนกว่าจะเมา
“พอก่อนมึง เดี๋ยวก็ขับรถกลับบ้านไม่ได้หรอก”
เมธีเพื่อนสนิทของณภัทร์ เขานั่งมองเพื่อนยกแก้วขึ้นดื่มแบบนี้มาสักพักแล้ว เรื่องดื่มเมธีรู้ว่าเพื่อนของเขาคอแข็งแต่วันนี้มันขับรถมาคนเดียว ถ้าปล่อยให้ดื่มเยอะไปมากกว่านี้เขาคิดว่าคืนนี้ไอ้เพื่อนตัวดีคงได้นอนค้างที่บ้านของเขาแน่ๆ
“กูไม่ได้อยากกลับ กู้เบื่อ แม่งมีแต่เรื่องน่ารำคาญ” พูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ก่อนจะยกขึ้นดื่มหมดแก้วในคราวเดียวอีกครั้ง
“มีเรื่องอะไรวะ หรือมึงทะเลาะกับเมียมาหรือไง?” เมธีถามกลับด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยพร้อมยกแก้วขึ้นดื่มบ้าง
“อืม”
“เฮ้ย มึงพูดจริงปะเนี่ย น้องริสาเนี่ยนะจะทะเลาะกับมึง ปกติกูเห็นน้องเขาเงียบๆไม่ค่อยพูดด้วยซ้ำ”
เมธีอดทำเสียงประหลาดใจไม่ได้จริงๆเพราะตั้งแต่ณภัทร์คบกับมาริสาจนถึงแต่งงาน เขายังไม่เคยเห็นสองคนนี้ทะเลาะกันเลยสักครั้ง มีบ้างที่ไอ้เพื่อนตัวดีของเขาบางครั้งก็ทำตัวใจร้ายเกินไปหน่อย แต่ก็ไม่เคยเห็นมีครั้งไหนที่มาริสาจะทำตัวงี่เง่าจนถึงขนาดจะทะเลาะกันได้ แต่ก็นะมันคือเรื่องในครอบครัวของเพื่อนคนนอกอย่างเขาคงรู้อะไรไม่ได้มาก
“เออดิ ก็ต้องริสาอยู่แล้วไหมมึง กูมีเมียคนเดียว” ณภัทร์แอบหันมามองเพื่อนอย่างไม่พอใจเล็กน้อยแต่ไม่ใช่สายตาที่จริงจังนัก เมียเขาก็มีอยู่คนเดียวถ้าไม่ใช่ทะเลาะกับมาริสามาแล้วจะเป็นใครได้วะแม่ง
“เออๆ ก็รู้ว่ามึงมีเมียคนเดียว แล้วที่ทะเลาะกันมาเนี่ยคือเรื่องอะไรวะ...อย่าบอกนะ! ว่ามึงจะขอน้องริสามีเมียเพิ่ม ไอ้เชี่ย”
“มึงพูดอะไรเนี่ยเมธี กูไม่ใช่คนแบบนั้นไอ้ห่า” ภณัทร์รีบสวนเพื่อนกลับทันที เขาอาจจะใจร้ายแต่ไม่เคยคิดนอกใจเมีย
“แล้วมึงทะเลาะกันเรื่องอะไร ไหนเล่าให้กูฟังหน่อยสิ ตอนนี้กูโครตอยากเสือกแล้วเนี่ย” ตอนแรกเมธีก็ไม่ได้คิดอยากจะรู้เรื่องครอบครัวของเพื่อนนักหรอก แต่พอเห็นณภัทร์ทำหน้าซังกะตายแล้วยังดื่มเยอะขนาดนี้ต่อมเผือกของเขาก็เริ่มทำงาน จากที่ไม่อยากรู้ ตอนนี้คงต้องรู้สักหน่อยแล้วเผื่อจะช่วยอะไรมันได้บ้าง
“เรื่องลูก” น้ำเสียงนิ่งๆพร้อมสายตาที่มองทอดออกไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมายแบบนั้น เมธีรู้ในทันทีเลยว่าเพื่อนของเขากำลังคิดหนักกับเรื่องนี้อยู่ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นณภัทร์อยู่ในสภาพเหมือนคนคิดมากแบบนี้
“ลูก แล้วยังไงวะ”
“ริสาเขาอยากมีลูกว่ะ แต่กูยังไม่พร้อม”
“แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าพร้อมวะ”
เมธียังเป็นหนุ่มโสดเขาอาจจะไม่สันทัดเรื่องการมีครอบครัว แต่เขาก็รู้ว่าลูกคือสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากความรักและทำให้คำว่าครอบครัวชัดเจนขึ้น อันนี้คิดจากที่เคยได้ยินเพื่อนๆที่แต่งงานมีลูกกันแล้วนะ ความรู้สึกจริงๆเป็นแบบไหนเขาไม่รู้หรอก
“กูก็ไม่รู้ แต่กูยังไม่อยากมี...กูพูดกับริสาว่า ไม่อยากมีภาระเพิ่ม”
“เชี่ย กูว่ามึงพูดแรงเกินไปว่ะ มึงพูดแบบนั้นแล้วน้องริสาเขาจะไม่คิดเหรอวะว่ามึงมองเขาเป็นภาระด้วย” อันนี้แรงเกินไปจริงๆ ปัญหาของครอบครัวเพื่อนรุนแรงหรือเรื้อรังถึงขั้นไหนอันนี้เมธีไม่อาจรูได้ แต่ว่าการที่จะพูดกับผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาโดยใช้คำว่า ภาระ สำหรับคนนอกอย่างเมธียังมองว่ามันแรงเกินไปเลย แล้วคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาล่ะจะรู้สึกขนาดไหน
“ไม่รู้ จะคิดก็คิดไปสิ กูไม่สน”
“เฮ้ยไอ้ภัทร์ มึงเป็นอะไรของมึงวะ ทำไมถึงพูดเหมือนไม่สนใจเมียมึงแบบนั้น ปกติมึงแคร์ความรู้สึกของน้องริสาจะตาย”
เมธียังจำได้ดีตอนที่ณภัทร์บอกกับเขาว่า กำลังตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ชอบมาก อยากทำความรู้จัก อยากคบหา อยากได้มาเป็นคนรัก และหลังจากที่ณภัทร์บอกเขาได้ไม่นานไอ้เพื่อนคนนี้ก็เปิดตัวแฟนสาว ชื่อมาริสา โรเซนต์เบิร์ก ตอนนั้นเขาเองยังตกใจเลย ยังคิดอยู่ว่าเพื่อนตัวดีมันใช้วิธีไหนถึงได้เอาชนะหัวใจคุณหนูของตระกูลโรเซนต์เบิร์กได้
เมธีทั้งตกใจ ทั้งงง แต่ก็ยินดีไปกับเพื่อนด้วย ถึงแม้ณภัทร์จะไม่ใช่ชายหนุ่มที่มาจากตระกูลโด่งดังแต่เพื่อนของเขาคนนี้ก็มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับมาริสาไม่ได้ด้อยไปกว่าหญิงสาวเลย การศึกษาของณภัทร์ก็สูงเป็นหนุ่มนักเรียนนอกด้วยและยังเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่หลายๆคนกำลังจับตามอง
ความรักของณภัทร์ที่มีต่อมาริสา เมธีอยากใช้คำว่าคลั่งรักกับเพื่อนมาก เพราะณภัทร์ทั้งรักทั้งหลงคอยอัปรูปคู่กับแฟนลงโซเชียลตลอด ทำเอาคนที่ติดตามทั้งสองคนผ่านสื่อต่างๆก็พากันอิจฉาและเหม็นความรักกันเป็นแถบๆ ไม่หวือหวาแต่หวานสม่ำเสมอ แต่แล้วทำไมวันนี้มันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเนี่ย
“แล้วกูต้องแคร์ตลอดเวลาเลยเหรอวะ วันๆนึงกูมีอะไรให้ทำตั้งเยอะตั้งแยะ มีเรื่องสำคัญมากมายให้กูต้องแคร์ต้องสนใจ จะให้กูแคร์ทุกอย่างไม่ได้หรอกนะเว้ย”
“เออ กูเข้าใจว่านักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอย่างมึงมีเรื่องสำคัญมากมายให้ต้องแคร์ต้องคิด แต่น้องริสาคือเมียมึง เมียนะ มึงจะไม่แคร์ความรู้สึกของเขาไม่ได้เว้ย” เมธีอดพูดด้วยอารมณ์กับเพื่อนไม่ได้จริงๆเพราะมันจะเกินไปแล้ว เมียก็คนมีความรู้สึกนะ
“กูถามมึงจริงๆเถอะไอ้ภัทร์ ตอนนี้มึงยังรักน้องริสาเขาเหมือนเดิมหรือเปล่าวะ เพราะที่กูนั่งฟังมึงมาเนี่ยคำพูดมึงเหมือนกับคนที่หมดรักไปแล้วเลยนะเว้ย” คำพูดแต่ละอย่างที่เพื่อนของเขาพูดออกมา ทั้งสีหน้าเบื่อหน่ายยามพูดชื่อภรรยา อาการทั้งหมดของณภัทร์ตอนนี้ไม่เหมือนกับหนุ่มคลั่งรักในตอนนั้นเลย มันเหมือนคนหมดรักมากกว่า
“...บางทีกูก็ถามตัวเองเหมือนกันว่ะ ว่ากูรักริสาจริงๆหรือเปล่า ที่มึงเห็นๆว่ากูคลั่งรักเขา กูยังไม่รู้เลยว่าที่ทำไปเพราะกูรักเขาจริงๆหรือเพราะกูแค่อยากใช้เขาเป็นสะพานเพื่อให้ธุรกิจของกูโตขึ้น”
“เชี่ยภัทร์” เมธีอึ้งไปกับสิ่งที่เพื่อนของเขาพูดออกมา นี่มันจะรู้ตัวบ้างไหมว่าพูดอะไรอยู่ จะว่าเมาแล้วเลอะเลือนก็ไม่ใช่อีกเพราะเห็นๆกันอยู่ว่าณภัทร์ยังไม่ได้เมา
การพูดว่า ไม่รู้ว่าตัวเองเคยรักผู้หญิงคนนี้จริงๆหรือเปล่า มันแย่ยิ่งกว่ารักแล้วหมดรักอีกนะ แบบนี้มันคือการหลอกลวง เพื่อนของเขามันใช้ความรักของผู้หญิงคนหนึ่งเพื่อให้ธุรกิจของตัวเองประสบความสำเร็จ ถ้ามันคิดแบบนั้นจริงๆ แม่งเลวมาก
“กูอาจจะแค่หลงใหลในความสวยของเขา มึงเข้าใจไหมวะ บางทีผู้ชายอย่างเราก็ต้องการมีผู้หญิงสวยๆมาอยู่เคียงข้าง แล้วกูเป็นพวกชื่นชมของสวยๆ ชอบสะสมของสวยๆ กับริสาก็คือผู้หญิงที่สวยและมีคุณสมบัติดีพร้อม เป็นผู้หญิงที่กูอยากมีเขาไว้อยู่ข้างกาย ไม่ใช่อยู่เพราะรักแต่อยู่เพราะริสาจะเป็นหน้าตาให้ธุรกิจของกู”
หรือว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะเหตุผลนี้ ถึงทำให้เขาไม่ต้องการมีลูกกับมาริสา เพราะณภัทร์เองเกิดความไม่แน่ใจว่าตัวเองรักมาริสาจริงๆเหมือนที่ได้แสดงออกไปหรือเพราะแค่ต้องการครอบครองเธออยากมีเธอข้างกายเพราะผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้นแต่ไม่ได้รัก
“ไอ้ภัทร์ มึงได้ยินที่ตัวเองพูดออกมาไหมวะ” เมธีถามออกไปอย่างทึ่งๆ ตอนนี้เขาชักจะโมโหไอ้เพื่อนตัวดีขึ้นมาเสียแล้วสิ ถึงเขาจะยังไม่เคยคบกับผู้หญิงคนไหนจริงๆจังๆแต่เขาก็ไม่เคยเล่นกับความรู้สึกของใคร ถ้าไม่มั่นใจในความรู้สึกก็จะไม่ขอศึกษาดูใจกันต่อ แต่ณภัทร์พูดมาแบบนี้มันคือการหลอกให้ผู้หญิงดีๆคนหนึ่งมารักมันจนสุดหัวใจเพื่อความต้องการของตัวเอง แบบนี้มันชั่วเกินไปแล้ว
“กูได้ยิน กูรู้ว่าพูดอะไรอยู่ แต่กูก็บอกไงว่าอาจจะรู้สึกแบบนั้น คือตอนนี้กูเหมือนคนสับสนในตัวเองว่ะ เหมือนอยู่ๆกูก็ไม่รู้ว่าตัวเองรักริสาหรือเปล่า แล้วที่กูอยู่กับเขาทุกวันนี้มันก็เหมือนอยู่ไปตามหน้าที่สามีกับภรรยา อยู่แบบคนที่ผูกพันกันแต่ไม่รู้ว่ารักหรือเปล่า”
“น้องริสาเขารักมึง รักมึงมากด้วยเรื่องนี้กูมั่นใจ แต่มึงนั้นแหละที่ต้องถามตัวเองให้ดีๆ ถ้าใจมึงไม่ได้รักเขาแล้ว กูว่ามึงก็ควรพูดกับเขาตรงๆ อย่าทำร้ายคนที่เขารักมึงเพราะว่ามึงไม่รู้ใจตัวเองแบบนี้เว้ย” ยิ่งพูดก็ยิ่งอารมณ์ขึ้น อยากจะกระชากคอเสื้อของมันแล้วชกหน้าสักหมัดให้มันได้สติ
“ยิ่งมึงทำตัวเฉยชากับน้องริสาแบบนี้ มึงรู้ไหมว่ามันจะกลายเป็นความสะสม น้องริสาจะสะสมความเจ็บปวดที่ได้รับจากมึงจนถึงวันที่เขาทนไม่ได้ แล้วเป็นฝ่ายขอแยกทางกับมึง แล้วถ้ามึงจะรอให้ถึงวันที่น้องริสาเดินมาขอหย่ากับมึงด้วยตัวเอง แบบนั้นมึงก็เลวเกินไปว่ะเพื่อน มึงแม่งไม่ใช่ลูกผู้ชาย”
“เชี่ย นี่ถ้ามึงไม่ใช่เพื่อนกูนะกูชกปากมึงไปแล้วเมธี”
“ที่กูพูดก็เพราะมึงเป็นเพื่อนกูไงภัทร์”
