บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ความต้องการไม่ตรงกัน

“วันนี้คุณแม่พูดเรื่องหลานด้วยนะคะ ท่านอยากอุ้มหลานมากๆเลยค่ะ” เมื่อพูดออกไปแล้วมาริสาก็แอบสังเกตสีหน้าของสามี แต่ณภัทร์ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเริ่มรำคาญเรื่องที่เธอกำลังพูดอยู่ แบบนี้มาริสาจะแอบคิดว่าเธอจะยังสามารถพูดเรื่องลูกต่อได้ก็แล้วกัน

“คุณพ่อเองก็เหมือนกันนะคะ สีหน้าของท่านทั้งสองมีความสุขมากตอนพูดถึงการได้อุ้มหลาน”

“เหรอครับ พอคุณเอ็มเจกับคุณเอบีเกลแต่งงานกัน ทั้งสองคนก็ต้องมีลูก พอถึงตอนนั้นท่านทั้งสองก็จะได้อุ้มหลานสมใจแล้วครับ” ณภัทร์ตอบไปตามความคิดของเขา เรื่องการมีลูกมีทายาทสืบตระกูลอะไรแบบนั้นยังไม่อยู่ในความคิดของเขาเลย ทำให้การพูดคุยครั้งนี้ณภัทร์พูดถึงเอ็มเจกับเอบีเกลแทน

“ก็ใช่ค่ะ แต่ว่าท่านทั้งสองหมายถึงเราต่างหาก”

“ยังไงครับ” มาริสาทำหน้าประหลาดใจออกมาทันทีเมื่อคำพูดของเธอทำให้ณภัทร์ยอมล่ะสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ แล้วหันมาจ้องหน้าของเธออย่างต้องการให้มาริสารีบพูดขยายความให้ชัดเจนมากขึ้น อะไรคือ หมายถึงเรา?

“ท่านทั้งสองอยากให้เราสองคน...มีลูกค่ะ” เสียงพูดของมาริสาแผ่วเบาลงเมื่อเธอเห็นสีหน้าของสามีเริ่มเข้มขึ้น อาการของเขาเป็นแบบนี้อีกแล้ว เขาเริ่มหงุดหงิดเธอเข้าแล้วไง พูดเรื่องลูกทีไรก็ลงเอยแบบนี้ตลอด

“เราแต่งงานกันมาหนึ่งปีแล้วนะคะคุณภัทร์ ธุรกิจก็เจริญเติบโตขึ้นมาก ริสาคิดว่าเราควรจะมองเรื่องมีลูกกันได้แล้วนะคะ”

“ธุรกิจมันโตได้ก็ล่วงได้ครับ คู่แข่งหน้าใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่ตลอด ริสาจะให้ผมมาคอยแต่เลี้ยงลูกแล้วนั่งมองคู่แข่งหน้าใหม่แซงหน้า แบบนั้นผมคงทำไม่ได้หรอกครับ ผมไม่ใช่คุณนะที่จะอยู่บ้านเฉยๆได้”

“...” มาริสาถึงกับอ้าปากค้างกับคำพูดของสามี ก็เป็นเพราะเขาไม่ใช่เหรอที่อยากให้เธออยู่บ้าน ไม่อยากให้เธอทำอะไร

เดิมทีมาริสามีตำแหน่งงานในบริษัทของครอบครัวอยู่แล้ว เธอช่วยเอ็มเจพี่ชายคนกลางดูแลธุรกิจย่อยของครอบครัว แต่หลังจากแต่งงานกับณภัทร์ เขาก็เอ่ยปากขออนุญาตจากเอ็มเจ ขอให้เธอมานั่งเป็นคุณนายสวยๆอยู่ที่บ้าน เพื่ออยากจะแสดงให้ทุกคนในครอบครัวของเธอเห็นว่าเขาสามารถเลี้ยงดูลูกสาวอันเป็นที่รักของทุกคนได้ เพราะแบบนี้มาริสาจึงกลายเป็นแม่บ้านเต็มตัว คอยดูแลเอาอกเอาใจสามีให้สมกับที่เขาทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูเธอ แต่ทำไมเขาถึงมาพูดแบบนี้

“แต่ริสามั่นใจค่ะ ว่าต่อให้เรามีลูกกันก็จะไม่กระทบกับธุรกิจของคุณภัทร์แน่นอนค่ะ ริสาอยู่บ้านอยู่แล้วริสาสามารถเลี้ยงลูกได้ในขณะที่คุณภัทร์ก็ยังออกไปทำงานได้นะคะ”

“เราพูดเรื่องนี้กันมาหลายครั้งแล้วนะครับริสา และผมไม่คิดว่าคุณจะพูดถึงเรื่องลูกอีก ในเมื่อผมก็พูดชัดทุกครั้งว่าผมไม่ต้องการ ผมไม่อยากมีลูก ไม่อยากมีภาระเพิ่ม”

“ลูกไม่ใช่ภาระนะคะคุณภัทร์ เขาคือความรักของเราสองคน หรือว่าคุณภัทร์ไม่ได้รักริสาแล้ว” ไม่รู้อะไรดลใจให้มาริสาใจกล้าพูดออกไปแบบนั้น แต่ไหนๆมันก็หลุดจากปากเธอไปแล้ว

“...” มาริสาไม่ได้คำตอบจากณภัทร์ แต่สิ่งที่เธอเห็นตอนนี้คือสีหน้าตกตลึงของเขา เพราะณภัทร์เองก็ไม่คิดว่ามาริสาจะพูดแบบนั้นออกมาได้ เธอไม่เคยถาม ว่าเขายังรักเธออยู่ไหม แต่ครั้งนี้เธอพูดมันออกมา ไม่รู้เพราะภรรยาของเขากำลังโมโหหรือเพราะอารมณ์อะไรถึงทำให้เธอกล้าพูดแบบนั้น

สำหรับมาริสาเองเธอยอมรับเลยว่าคำถามนี้เกิดขึ้นกับเธอบ่อยครั้งมาก แต่เธอไม่มีความกล้ามากพอที่จะถามเขาออกไป มันไม่ใช่ว่าเธอไม่กล้าแต่เธอกลัวว่าตัวเองจะยอมรับคำตอบของเขาไม่ได้มากกว่า มาริสาทนเห็นความเฉยชาจากเขาได้แต่เธอคงไม่สามารถทนได้แน่ถ้าได้ยินณภัทร์พูดว่าหมดรักเธอแล้ว ใจเธอบางเกินไป มันไม่พร้อมได้ยินคำนั้น

ทว่าวันนี้ปากเธอได้ลั่นออกไปแล้ว สิ่งที่มาริสาทำได้ในตอนนี้คือ นั่งบีบมือของตัวเองแน่นและรอฟังว่าสามีที่เธอรักเขาจะพูดออกมาว่าอย่างไร ถ้าเขาบอกว่าหมดรักเธอแล้ว นั่นแปลว่าเรื่องของเราคงต้องจบลงวันนี้ ซึ่งมาริสาคิดว่าตัวเองไม่พร้อมแน่ๆ แต่ถึงจะไม่พร้อมเธอก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้

ถ้าเขาไม่รัก แล้วเธอจะทนอยู่ต่อไปทำไม...

“ที่คุณภัทร์ไม่พร้อมมีลูก เพราะคุณภัทร์ยังไม่อยากมีจริงๆ หรือเพราะคุณภัทร์ไม่ได้ต้องการจะสร้างครอบครัวกับริสาเหมือนที่คุณเคยพูดไว้ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน คุณบอกว่าอยากสร้างครอบครัวเล็กๆของเรา แต่หลังจากแต่งงานคุณก็บอกว่าไม่อยากมีลูก จนตอนนี้ริสาเริ่มไม่มั่นใจแล้ว ว่าที่คุณภัทร์ไม่อยากมีลูกเพราะแท้จริงแล้วคุณภัทร์หมดรักริสาใช่ไหมคะ”

ความอัดอั้นที่เก็บสะสมในใจมานานเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้พรั่งพรูออกมาอย่างที่มาริสาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ นี่เป็นครั้งแรกที่ณภัทร์ได้เห็นการแสดงออกต่อความอึดอัด ความโกรธของภรรยาที่เขาไม่เคยเห็นเธอในมุมนี้มาก่อน มาริสามีงอนบ้างแต่เธอเป็นคนเก็บอาการเก่งมาก ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะเถียงเขาหรือพูดจาเจือด้วยอารมณ์เหมือนครั้งนี้ แสดงว่าวันนี้เธอคงควบคุมตัวเองต่อไปไม่ไหวจริงๆ ความน้อยใจทั้งหมดที่ทนมาตลอดถึงได้ระบายออกมาเป็นสายน้ำแบบนี้

“เรื่องมีลูกกับเรื่องรักมันคนละประเด็นกันนะครับริสา” พูดจบก็ลุกขึ้นจากโซฟาทันที อารมณ์ตอนนี้ณภัทร์เองก็ไม่อยากคุยเหมือนกัน เธอกำลังกรุ่นโกรธส่วนเขาก็ใช่ว่าจะพอใจในสถานการณ์ตอนนี้ ยิ่งพูดน่าจะยิ่งแย่สู้เดินหนีไปดีกว่า

“คุณภัทร์จะไปไหนคะ” เห็นเขาเดินไปหยิบกุญแจรถ ก็รู้ว่าเขาคงต้องการออกจากบ้านตอนนี้แน่ๆ แต่เขาจะทำแบบนี้กับเธอได้ไงเขาจะเดินหนีเธอทั้งแบบนี้น่ะเหรอ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยแต่เขาเลือกที่จะเดินหนีไป เขาจะใจร้ายกับเธอเกินไปแล้วนะ

“ผมจะไปไหนมันก็เรื่องของผม...”

“แต่มันค่ำมากแล้วนะคะ” เดินเข้าไปรั้งแขนของเขาไว้ ความรู้สึกน้อยใจกับอารมณ์ที่เริ่มร้อนเมื่อสักครู่ มาริสาวางทิ้งไว้ทันที ตอนนี้เธอเป็นห่วงสามี ไม่อยากให้เขาออกจากบ้านไปตอนค่ำมืดแบบนี้ ปกติณภัทร์เป็นคนไม่ค่อยชอบออกไปไหนถ้าเขาเข้าบ้านแล้วเขาก็จะอยู่บ้านแต่ในบ้าน ถ้าจะต้องไปปาร์ตี้หรือมีนัดกับเพื่อนฟูง เขาก็จะจัดการให้เรียบร้อยก่อนเข้าบ้าน หรือถ้ามีนัดเขาก็จะบอกกับเธอเสมอ

“มันก็เรื่องของผม ให้ผมออกไปข้างนอกยังดีเสียกว่ามาอยู่ในบ้านแล้วต้องมาคุยเรื่องงี่เง่ากับคุณ!” พูดด้วยน้ำเสียงตะคอกแล้วสะบัดแขนตัวเองออกจากมือของมาริสา หมุนตัวแล้วเดินออกจากบ้านทันที

“คุณภัทร์ คุณภัทร์...”

เสียงของสองสามีภรรยาดังไปถึงฝั่งข้างหลังบ้าน ทำให้ป้าตาหัวหน้าแม่บ้านและเหล่าคนใช้ภายในบ้านต่างพากันออกมาหาเจ้านายด้วยความเป็นห่วง เรื่องที่คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงมีปากเสียงกัน เป็นเรื่องที่คนในบ้านเคยได้เห็นมาบ้าง แต่ครั้งนี้ดูท่าจะรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ เพราะเสียงของทั้งสองคนดังไปถึงโซนที่พักของเหล่าคนใช้ด้านหลังบ้าน

“คุณริสา!” ป้าตารีบเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆมาริสาที่ตอนนี้นั่งร้องไห้กอดตัวเองอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน

“โถ...คุณริสาของป้า”

“เราทะเลาะกันค่ะป้าตา ฮึก ริสาทำให้คุณภัทร์โมโห ขะ เขาก็เลยขับรถออกจากบ้านไป ริสาไม่รู้ว่าคุณภัทร์จะไปไหน ฮือๆ” หญิงสาวพูดปนเสียงสะอื้น ร่างบางสั่นสะท้านไปตามแรงสะอื้นไห้ของตัวเอง มองแล้วรู้สึกสงสารสุดหัวใจ ป้าตาไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้ สิ่งที่ดีที่สุดที่จะสามารถช่วยคุณผู้หญิงของเธอได้คือกอดมาริสาเอาไว้ โอบกอดเธอแนบแน่นและถ่ายถอดความอบอุ่นไปให้ ป้าตาได้แต่ภาวนาขอให้คุณผู้ชายของเธอกลับมาเป็นคนที่รักและเอาใจใส่ภรรยาเหมือนที่เคยเป็นมา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel