บทที่ 3 ความทรงจำที่ยังยิ้มได้
@คฤหาสน์โรเซนต์เบิร์ก
มื้อเที่ยงในวันครอบครัวดำเนินไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทุกคน แต่ที่จะปล่อยเสียงหัวเราะได้ดังที่สุดคงเป็นคุณผู้หญิงที่ใหญ่ที่สุดในคฤหาสน์หลังนี้ มิรันดา เหตุผลที่เธอหัวเราะได้อย่างมีความสุขมากกว่าทุกๆวันคงเป็นเพราะลูกชายคนกลางของเธอพาว่าที่คู่หมั้นมาวันครอบครัวด้วยตัวเองนะสิ
“วันครอบครัวคราวหน้า ถ้าหนูเชอรีนกับณภัทร์มาด้วยได้ก็คงจะดีไม่น้อย แม่แค่พูดลอยๆนะ แค่พูดลอยๆเท่านั้น” คนเป็นแม่พูดลอยๆแต่คนเป็นลูกต้องรีบหันมองหน้ากันและส่ายหัวให้กับความหวังลมๆแร้งๆของแม่ตัวเอง
“คุณภัทร์ปวดหลังน่ะคะคุณแม่ วันครอบครัวครั้งหน้าถ้าไม่ติดธุระอะไรริสาจะพาเขามานะคะ” ลูกสาวคนเล็กรีบชิงพูดออกมาก่อน
“จ้า ฝากบอกลูกเขยด้วยนะแม่ขอให้หายปวดเร็วๆ จะได้รีบปั๊มหลานให้แม่”
“คุณแม่คะ” ใบหน้าของมาริสาเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อได้ยินแม่ของเธอพูดเรื่องอยากได้หลาน ใช่ว่าเธอไม่อยากมีลูกแต่การจะมีลูกได้นั้นมันต้องมาจากความพร้อมของคนสองคน เธอพร้อมแต่สามีของเธอยังไม่พร้อม...
“ทุกอย่างเหมือนเดิมอยู่ใช่ไหม”
จู่ๆเอ็มเจ พี่ชายคนกลางของเธอก็หันมาถาม และนั่นทำให้ทุกสายตาหันความสนใจไปที่มาริสาคนเดียว คำถามของพี่ชายคนกลางทำไมมาริสาจะไม่เข้าใจว่าเอ็มเจหมายถึงอะไร อันที่จริงเบเนดิกต์ก็คงอยากถามเหมือนกันเพียงแต่พี่ชายคนโตค่อนข้างมีวิธีที่อ่อนโยนกว่าเอ็มเจหน่อย ไม่ได้อยากถามก็ถามแบบนี้
“ค่ะ เหมือนเดิมเอ็มเจไม่ต้องเป็นห่วงริสาหรอกน่า” คำตอบของมาริสาตอบออกไปเพื่อให้พ่อกับแม่สบายใจเท่านั้น เพราะเธอไม่อยากทำให้พวกท่านต้องมากังวลเรื่องเธอกับสามี
“ก็ดี” เอ็มเจพูดแบบไม่ได้ใส่ใจอะไรแต่หรี่ตามองน้องสาวเล็กน้อยเพื่อแสดงให้มาริสารู้ว่า ‘เชื่อก็ไม่ใช่พี่เธอแล้วริสา’
“น้องมีครอบครัวแล้วนะเอ็มเจ ไม่ใช่เรื่องของพวกเราที่จะเข้าไปยุ่งกับครอบครัวของริสา” เบเนดิกต์ที่นั่งข้างๆหันมากระซิบพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน
“นายก็รู้สึกเหมือนกันกับฉันเบน ไม่ต้องพูดดีเลย” ถึงจะคุยกันแบบกระซิบกระซาบแต่เอ็มเจสามารถใส่น้ำเสียงไม่พอใจความเป็นคนดีของแฝดคนพี่ได้
“ฉันรู้ แต่ตอนนี้ณภัทร์ยังมีแค่ริสาเท่านั้น เรารู้แค่นี้ก็พอแล้ว” เบเนดิกต์ก็ห่วงมาริสาไม่ต่างจากเอ็มเจ เขาพอจะรู้ว่าน้องเขยปฏิบัติกับน้องสาวของพวกเขาไม่เหมือนก่อนแต่งงาน แต่นั้นก็เป็นเรื่องที่ฝาแฝดคู่นี้ได้แต่คอยดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ
“คุยอะไรกันอยู่สองคน เอ็มเจหันไปคุยกับหนูเกลบ้างสิ” มิรันดาเห็นฝาแฝดมัวแต่ซุบซิบกันปล่อยให้ว่าที่ลูกสะใภ้ของเธอต้องคุยกับมาริสาตามประสาสาวๆก็แอบนึกไม่พอใจลูกชายคนกลางขึ้นมาซะดื้อๆ
“คุณโอเคไหม” แม่ให้คุย เอ็มเจก็หันไปคุย
“ค่ะ เอ่อ...เอ็มเจคะ”
“ครับ?” เอบีเกลหันไปยิ้มให้มาริสาก่อนจะหันมามองใบหน้าที่มีเครื่องหมายคำถามของว่าที่คู่หมั้น เธอลังเลเล็กน้อยคิดอยู่ว่าจะบอกเขาดีไหมแต่คิดว่าบอกให้เขารู้คงจะดีกว่า
“เมื่อกี้เกลคุยกับริสาและตกลงกันว่าจะออกไปนั่งเล่นที่คาเฟ่ใกล้ๆบ้านกันค่ะ เอ็มเจอยากไปด้วยกันไหมคะ”
“สาวๆไปกันเถอะครับ พอดีผมมีเรื่องจะคุยกับเบนอีกหลายเรื่องเลย ริสาพี่ฝากดูแลเกลด้วยล่ะ” ใจจริงเอ็มเจตั้งใจจะพาเอบีเกลไปหาคาเฟ่นั่งอ่านหนังสืออยู่แล้วถึงตัวเขาจะไม่ชอบไปอะไรแบบนั้นก็เถอะ แต่พอรู้ว่าเอบีเกลจะไปกับมาริสาเขาก็ได้จังหวะฝากน้องสาวไปด้วยในตัวจะได้ไม่ต้องไปเอง
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ริสาจะดูแลว่าที่คู่หมั้นของพี่อย่างดี อืม ชวนพี่เคนไปด้วยดีกว่า” พอนึกขึ้นได้มาริสารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนหารายชื่อเพื่อกดโทรออก
“พี่เคนเหรอ ใช่พี่เคนคนนั้นไหมริสา” เอบีเกลถามน้ำเสียงตื่นเต้น เหมือนเธอเองก็อยากเจอคนที่ชื่อเคนอยู่เหมือนกัน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าคนนั่งข้างๆเริ่มหันมาจ้องเธอไม่วางตา
“ใช่ค่ะ สองวันก่อนริสาบังเอิญไปเจอพี่เคนที่ร้านอาหารมา เลยได้คุยกันนิดหน่อย อ่อ พี่เคนบอกว่าอยากเจอพี่เกลด้วยนะ คิดถึงไม่ได้เจอกันตั้งนาน”
“เคน ใคร?” เอ็มเจนั่งฟังจนความอดทนอันน้อยนิดเริ่มหมดลงต้องถาม เคนคือใคร พอได้ยินชื่อไม่คุ้น หูก็เริ่มกระดิกแล้วชื่อแบบนี้น่าจะเป็นผู้ชายแน่ แล้วทำไมต้องมาคิดถึงว่าที่คู่หมั้นของเขา
“พี่เคนเป็นพี่รหัสของเกลค่ะ แล้วก็เป็นลุงรหัสของริสา” พูดแล้วต้องย้อนไปถึงตอนเรียนมหา’ลัยเลยนะ เอบีเกลเป็นรุ่นพี่มาริสาหนึ่งปี ทั้งสองเรียนอยู่คณะเดียวกันและบังเอิญได้อยู่สายรหัสเดียวกัน ส่วนเคนก็คือพี่รหัสของเอบีเกลและเป็นลุงรหัสของมาริสาด้วย ซึ่งความสนิทสนมก็ถือว่าสนิทกันมากประมาณหนึ่งตามประสาสายรหัส
ส่วนเหตุผลที่เอ็มเจไม่รู้จักเพราะช่วงวัยมหา’ลัยเอ็มเจกับเบเนดิกต์เรียนอยู่ที่อังกฤษ ทีแรกมิรันดาจะส่งมาริสาตามพี่ๆไปด้วย แต่ลูกสาวไม่ยอม บอกว่าติดพ่อกับแม่และอยากอยู่ที่ไทยมากกว่า และด้วยความที่เป็นลูกสาวทำให้อาเธอร์ตามใจ หากไม่อยากไปคนพ่อก็ยินดี เพราะมาริสาเป็นลูกสาวคนเดียวและในบ้านก็มีแค่ลูกคนนี้ที่อ้อนพ่อ
ส่วนอีกสองหนุ่มน่ะเหรอ หึ มันมองพ่อเป็นเพื่อนตั้งแต่อายุสิบขวบแล้ว ทุกวันนี้เรียกแค่อาเธอร์ได้มันคงทำไปแล้ว
“เอาจริงๆนะคะ ตอนนั้นริสาคิดว่าพี่เคนชอบพี่เกลด้วยแหละ มีแต่คนบอกว่าเขาจีบพี่เกลอยู่แต่พี่เกลน่ะไม่รู้ตัว”
จีบ? จากที่ตอนแรกเอ็มเจจะปล่อยผ่านไม่ได้อยากรู้อะไรเกี่ยวกับไอ้คนที่ชื่อเคนแล้ว แต่พอได้ยินคำว่า ชอบ จีบ สงสัยจะปล่อยผ่านไม่ได้แล้ว
“ผมจะไปด้วย!”
“...” ทุกคนต่างหยุดการสนทนาแล้วหันมาให้ความสนใจเอ็มเจที่อยู่ดีๆก็พูดโพล่งออกมา ทุกคนต่างมองไปที่เอ็มเจด้วยความ งง เพราะเมื่อกี้บอกว่าไม่ไปแล้วทำไมถึงเปลี่ยนใจอยากจะไปสะงั้น
“ไหนนายบอกมีเรื่องจะคุยกับฉันหลายเรื่องไม่ใช่เหรอ” เบเนดิกต์เอ่ยถามและพยายามไม่ให้ตัวเองหลุดเสียงหัวเราะออกไป เขามองใบหน้าด้านข้างของแฝดคนน้องก็รู้ว่าแบบนี้มันอาการของคน ขี้หวง
“ไม่คุยแล้ว” ตอบออกไปสั้นๆพร้อมกับลุกขึ้นยืน
“สรุปคือ ลูกจะไปคาเฟ่กับสาวๆ” มิรันดาเลิกคิ้วขึ้นถามด้วยความประหลาดใจ เอ็มเจไปคาเฟ่? ฟ้าลงแน่วันนี้
“ครับ” ตอบแม่กลับไปแค่นั้น ก่อนจะยื่นมือไปข้างหน้าของเอบีเกลเพื่อรอให้เธอวางมือบนฝ่ามือของเขา
“ไปกันเถอะครับ รีบไปจะได้รีบกลับ”
“เกลว่าจะไปรถคันเดียวกับริสาค่ะ”
ก็เธอคุยกันไว้แบบนั้น ขากลับมาริสาจะแวะมาส่งเธอที่นี่เพราะรู้ว่าวันนี้เอบีเกลจะนอนค้างที่บ้านใหญ่
“ไปรถคนละคันเถอะครับ ขากลับริสาจะได้กลับบ้านได้เลยไม่ต้องแวะเข้ามาส่งเกล ดีไหมริสา” ทำเป็นหันไปหาแนวร่วมแต่มาริสาเห็นว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เผื่อเอ็มเจอยากพาว่าที่คู่หมั้นของเขาแวะไปอื่นต่อ
นานๆจะเห็นสองคนนี้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ปีหน้าก็จะหมั้นหมายกันอยู่แล้ว ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดี และที่สำคัญทุกคนรอบโต๊ะต่างสัมผัสได้ถึงอาการที่ผิดแผกไปของเอ็มเจ เขาดูให้ความสนใจเอบีเกลมากกว่าที่เคยเป็น ปกติไม่เคยเห็นจะใส่ใจอีกฝ่ายเลย
“แบบนั้นก็ได้ค่ะ” มาริสายิ้มตอบพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินไปหอมแก้มพ่อที หอมแก้มแม่ที และเดินมาหอมแก้มเบเนดิกต์ด้วยยกเว้นเอ็มเจที่เดี๋ยวเธอจะหอมเขาที่หลังตอนออกจากคาเฟ่ การหอมแก้มก่อนแยกย้ายเป็นทำเนียบปกติที่ของบ้านนี้
“ริสาน่าจะไม่ได้กลับเข้ามาที่บ้านอีกนะคะคุณพ่อ คุณแม่ เดี๋ยวเดือนหน้ามาหาใหม่นะคะ”
“จ้าลูก รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีๆด้วยนะและฝากความคิดถึงไปให้ภัทร์ด้วย”
มิรันดาลุกขึ้นกอดลูกสาวอย่างหวงแหน ถึงจะออกเรือนไปแล้วแต่มาริสาก็ยังเป็นลูกสาวตัวเล็กๆของเธอและเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน
“ค่ะ ริสาออกไปก่อนนะเอ็มเจ เดือนหน้าเจอกันนะเบน” หันมาพูดกับพี่ชายฝาแฝดและเดินนำเอ็มเจออกไปก่อน แต่ไม่วายแอบส่งสายตารู้ทันไปให้เอ็มเจ
‘รู้นะว่าหวงน่ะ ที่อยากไปด้วยเพราะไม่ไว้ใจพี่เคนแน่ๆ คงกลัวเขาจะมาจีบว่าที่คู่หมั้นของตัวเองละสิ’
พอแอบคิดเรื่องของพี่ชายแบบนี้แล้วก็อดนึกย้อนไปถึงสมัยที่ณภัทร์เข้ามาจีบเธอตอนแรกๆไม่ได้ ตอนนั้นเขาเป็นคนขี้หวงมาก ขี้หึงมากๆด้วย ขนาดเธอเดินควงแขนพี่ชายไปออกงานเข้าสังคมเขายังหึงเธอเลย
“ริสาของผมสวยขนาดนี้จะไม่ให้ผมหวงได้ยังไงล่ะครับ ถึงคุณจะออกงานกับพี่ชายแท้ๆก็เถอะ แต่ผมก็หวงของผมอยู่ดี ผมรักริสามากเลยนะ”
รอยยิ้มบางๆเกิดขึ้นบนใบหน้าหวานปนเศร้าของมาริสา ถ้อยคำแสนหวานในอดีตที่เขาเคยพูดกับเธอ ยังเป็นสิ่งที่ทำให้มาริสายิ้มออกมาได้บ้างยามที่เธอนึกถึงมัน คำพูดและความรู้สึกที่ทำให้หัวใจพองฟูแบบนั้น จะต้องทำอย่างไรเธอถึงจะได้รับความรู้สึกแบบนั้นกลับมา...
