บทที่ 2 ความหวังที่คิดไปเองคนเดียว
“วันนี้ไปไงมาไง ถึงได้มาหาพี่ถึงที่นี่ได้” เบเนดิกต์พูดขึ้นพร้อมอ้าแขนออกกว้างเพื่อกอดน้องสาวและเอียงใบหน้าด้านข้างให้มาริสาหอมแก้มเขาได้ถนัดขึ้นก่อนจะหอมแก้มเธอกลับคืน เรื่องกอดและหอมแก้มทักทายเป็นธรรมเนียมปกติของครอบครัวนี้อยู่แล้ว มาริสากับพี่ๆเป็นลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ค ทำให้การทักทายคนในครอบครัวจะใช้วิธีเหมือนฝรั่งเป็นส่วนใหญ่
“ริสาอยู่บ้านเบื่อๆน่ะคะก็เลยอยากออกมาเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอกบ้าง” หันไปตอบพร้อมรอยยิ้มหวานขณะเดินเคียงข้างพี่ชายคนโตตรงไปที่ RBU café เป็นคาเฟ่ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มากตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยโรเซนต์เบิร์ก
มหาวิทยาลัยโรเซนต์เบิร์ก เป็นมหาวิทยาลัยที่ตระกูลของมาริสาก่อตั้งขึ้นและตอนนี้อธิการบดีของมหา’ลัยก็คือพี่ชายคนโตของเธอ เบเนดิกต์ โรเซนต์เบิร์ก และเขาควบตำแหน่งผู้อำนวยการสุดหล่อแถมยังเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของสาวๆในมหา’ลัยด้วย
“ก็เลยมาหาพี่ที่มหา’ลัย?” สงสัยจะเหงาจริง เบเนดิกต์คิดเพราะปกติแล้วน้องสาวคนเล็กของเขาติดสามีอย่างกับอะไรดี และถ้าไม่เหงาจริงๆคงไม่มาหาเขาถึงที่ทำงานแน่ มหา’ลัยก็คือที่ทำงานของเบเนดิกต์นั่นแหละ วันๆอยู่แต่ที่นี่ ถ้าคิดจะตามตัวเขาก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะเบเนดิกต์ไม่ค่อยชอบออกไปไหน
“ใช่ค่ะ ตอนแรกริสาจะไปหาเอ็มเจแต่รายนั้นอยู่บริษัทที่ไหนล่ะ เห็นว่าควงสาวไปดูเฟอร์นิเจอร์ที่ไหนนี่แหละ” พี่ชายคนกลางของเธอ เอ็มเจ แฝดอีกคนของเบเนดิกต์ พี่ชายคนนี้ตอนนี้ดูแลธุรกิจด้านการขนส่งระหว่างประเทศที่มาแรงอันดับต้นๆของประเทศไทยและธุรกิจย่อยอีกหลายอย่างของครอบครัว
“ควงสาว? คงไม่ใช่เอบีเกลแน่” เบเนดิกต์พูดพร้อมปล่อยเสียงหัวเราะเบาๆออกมา ถ้ามาริสาพูดว่าควงสาวนั้นแปลว่าแฝดคนน้องของเขากำลังควงผู้หญิงที่เป็นคู่นอนชั่วคราวแต่ไม่ใช่หญิงสาวที่เป็น ว่าที่คู่หมั้นของเอ็มเจ ‘เอบีเกล’
“ตามนั้นเลยค่ะเบน เฮ้อ เมื่อไหร่เอ็มเจจะยอมรับหัวใจตัวเองสักทีก็ไม่รู้นะคะ เอ็มเจอะชอบทำตัวใจร้ายกับพี่เกลตลอดทั้งที่ตัวเองชอบเขาจะตาย”
“เอ็มเจเป็นแบบนี้แหละ เก่งทุกอย่างยกเว้นเรื่องยอมรับหัวใจของตัวเอง” เป็นเรื่องที่เบเนดิกต์กับมาริสาแอบห่วงอยู่ไม่น้อยเลย แต่เพราะพี่ชายคนกลางของเธอเป็นคนที่ค่อนข้างรั้น พูดด้วยยาก แถมยังเอาแต่ใจตัวเองเก่งมากที่สุดด้วย แล้วที่บอกว่าห่วงคือมาริสาหมายถึงเป็นห่วงว่าที่พี่สะใภ้ของเธอนะ
เอบีเกลเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก อ่อนโยนแถมยังอดทนกับนิสัยใจร้ายของพี่ชายเธอเก่งมาก ถ้าพี่ชายของเธอยอมเปิดใจรับความรู้สึกของตัวเองสักนิดนะป่านนี้มีความสุขหวานชื่นไปแล้ว
“พรุ่งนี้วันครอบครัวนะคะ เบนจะพาพี่เชอรีนไปด้วยไหม” พักเรื่องเอ็มเจไว้ก่อนแล้วชวนพี่ชายคนโตคุยเรื่องวันครอบครัวแทน ทุกวันสิ้นเดือนจะเป็นวันที่ลูกๆทั้งสามคนจะต้องไปร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเที่ยงกับคุณและคุณนายโรเซนต์เบิร์ก
มิรันดา มารดาของพวกเธอเป็นคนคิดเรื่องวันครอบครัวนี้ขึ้นมา เหตุผลก็เพราะ ลูกๆหลังจากโตกันแล้วก็พากันออกมาพักแยกส่วนตัวข้างนอก ไม่ยอมโผล่หัวมาให้เจอเลย ส่วนมาริสาก็แต่งงานก่อนพี่ๆ และย้ายออกไปอยู่บ้านของสามีเมื่อปีที่แล้ว ถ้าคุณแม่ไม่ทำแบบนี้ปีๆหนึ่งก็แทบจะไม่ได้เจอหน้าลูกๆเลย
“วันครอบครัววนมาถึงไวจังนะ” พอพูดถึงวันนี้ทีไรเขาก็อดคิดถึงผู้หญิงคนหนึ่งไม่ได้เลยจริงๆ ความจริงแล้วเขาก็คิดถึงเธออยู่ทุกวันนั้นแหละ ‘เชอรีน’
“พี่อยากพาเขาไปด้วยทุกเดือนอยู่แล้วแหละ แต่ก็อย่างที่ริสารู้ เชอรีนใจแข็งจะตายไป” เบเนดิกต์พูดเหมือนคนปลงตก เมื่อความพยายามในการตามง้อแฟนเก่าของเขายังไม่มีวี่แววจะประสบความสำเร็จเลยน่ะสิ
“สู้ๆนะคะเบน พี่เชอรีนคือคนที่เบนคู่ควรค่ะ อะไรที่ยากๆแบบนี้แหละจะมีค่ามาก ริสาขอให้พี่เชอรีนใจอ่อนและยอมเปิดใจรับรักเบนอีกครั้งนะคะ ขอให้วันนั้นมาถึงเร็วๆนะริสาอยากเห็นพี่ชายทั้งสองคนของริสามีความสุขและสมหวังเรื่องความรักสักที”
“ขอบใจนะน้องรัก มัวแต่มาห่วงพวกพี่แล้วเรากับณภัทร์ล่ะ เป็นยังไงบ้างช่วงนี้พี่ไม่เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันเลย”
“...คือคุณภัทร์งานยุ่งมากๆเลยค่ะเบน ช่วงนี้ก็เลยไม่ค่อยได้ออกไปไหนด้วยกัน”
“งั้นเหรอ อืม” เบเนดิกต์ไม่ถามอะไรต่อเพราะเขาจับสังเกตอะไรบางอย่างจากดวงตาของน้องสาวได้
ลูกนัยน์สั่นระริกแบบนั้น มาริสามีเรื่องอะไรปิดบังอยู่แน่ๆหรือไม่ก็มีเรื่องที่กำลังไม่สบายใจแต่ไม่กล้าเล่าให้ฟัง นิสัยของน้องคนเล็กเป็นแบบไหนเบเนดิกต์รู้ดี ถ้าเรื่องนั้นยังไม่ถึงขีดสุดความอดทนของมาริสา พี่ชายอย่างเขาหรือเอ็มเจจะไม่มีทางได้รู้จนกว่ามาริสาจะเป็นคนระบายมันออกมาเอง
เบเนดิกต์พอจะสัมผัสได้ว่าความสัมพันธ์ของน้องสาวกับน้องเขยมีบางอย่างผิดปกติไป ในฐานะพี่ชายเขายอมรับเลยว่าอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเรื่องครอบครัวของน้องสาวได้เช่นกัน มาริสาโตเป็นผู้ใหญ่แล้วเขาต้องปล่อยให้น้องใช้ชีวิตของตัวเอง แต่ถ้าวันใดที่น้องเจ็บเขากับเอ็มเจสาบานเลยว่าพี่ชายอย่างเขาจะไม่ยอมอยู่เฉยๆแน่
“ณภัทร์งานยุ่งขนาดนั้นแล้วพรุ่งนี้จะสะดวกมาทานมื้อเที่ยงที่บ้านใหญ่หรือเปล่า” บ้านใหญ่เป็นคำที่ลูกๆใช้เรียก คฤหาสน์โรเซนต์เบิร์ก ที่อาเธอร์กับมิรันดาอาศัยอยู่ในปัจจุบัน คฤหาสน์หลังใหญ่โตแต่อยู่กันสองคนสามีภรรยาเพราะลูกออกไปอยู่ข้างนอกกันหมด
“ริสาจะลองชวนคุณภัทร์ดูค่ะ แต่คิดว่าน่าจะไม่ติดอะไร”
“ถ้าณภัทร์มาได้ก็ดีนะ พี่คิดว่าคุณแม่ต้องคิดถึงลูกเขยคนนี้มากแน่ๆ เพราะไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายเดือนแล้ว” ครั้งล่าสุดที่เบเนดิกต์เห็นหน้าน้องเขยในวันครอบครัวก็หน้าจะหลังจากที่มาริสาแต่งงานไปได้สองหรือสามเดือนนี่แหละ แล้วหลังจากนั้นณภัทร์ก็ไม่เคยมาร่วมรับประทานมื้อเที่ยงวันครอบครัวอีกเลย
“มันจะยุ่งอะไรขนาดนั้น!” เป็นคำพูดที่เบเนดิกต์จะได้ยินเอ็มเจพูดประจำในวันที่เอ็มเจมาแล้วไม่เจอหน้าน้องเขย
“...”
มาริสาทำเพียงยิ้มตอบกลับพี่ชายไปขณะที่ในใจของตัวเองก็ยังหาความมั่นใจจากตรงไหนไม่ได้เลย มาริสาไม่มั่นใจเลยว่าเธอจะชวนณภัทร์มาวันครอบครัวได้ ทุกครั้งที่ชวนก็มักจะได้รับคำปฏิเสธจากเขาตลอดและถ้าเธอตื้อเขามากๆมันจะไปจบลงที่เธอกับสามีทะเลาะกัน และมาริสาก็ต้องเป็นฝ่ายดูแลหัวใจของตัวเอง
เจ็บและต้องหายเอง
เช้าวันต่อมา
“คุณภัทร์มาแล้วค่ะคุณริสา” ป้าตารีบเดินเข้ามาแจ้งคุณผู้หญิงของเธอด้วยความดีใจ เพราะมาริสาลงมานั่งรอณภัทร์เพื่อเตรียมตัวรับประทานมื้อเช้าสักครู่ใหญ่แล้ว ป้าตาแอบหวังเสมอ หวังที่จะได้เห็นรอยยิ้มที่สวยงามของคุณผู้หญิง ที่คนในบ้านนี้ไม่ได้เห็นมาสักพักใหญ่แล้ว
“ป้าตาเตรียมรินกาแฟให้คุณภัทร์ได้เลยนะคะ ริสาอยากให้กาแฟไม่ร้อนมาก คุณภัทร์จะได้ดื่มง่ายขึ้น” มาริสาพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เธออยากเอาใจสามีอยากทำให้เขามีความสุขแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆก็ตาม
“คุณภัทร์” เอ่ยเรียกชื่อสามีพร้อมรอยยิ้มสดใส มาริสาพยายามยิ้มให้สดใสที่สุดเท่าที่เธอจะปั้นออกมาได้แม้ว่าในใจจะมีความกังวลอยู่มากมายก็ตาม
วันนี้เธอต้องพูดกับเขาและพยายามขอร้องให้เขาไปวันครอบครัวกับเธอให้ได้ เพราะสามีของเธอบ่ายเบี่ยงไม่ยอมไปกินข้าวกับที่บ้านเธอมาหลายเดือนแล้ว
“กาแฟอร่อยเหมือนเดิมเลยนะครับป้าตา”
ณภัทร์แค่มองหน้าภรรยาและไม่เอ่ยปากพูดอะไร ไม่แม้แต่จะฉีกยิ้มให้เธอและนี่คือสิ่งที่มาริสาเจอมาตลอดหลายเดือน
“รับอีกแก้วไหมคะคุณภัทร์” เห็นสามีบอกว่ากาแฟอร่อยมาริสาเลยเอ่ยถามเผื่อเขาอยากดื่มอีก
“ไม่” ตอบสั้นๆและเริ่มมื้อเช้าทันทีโดยไม่เอ่ยปากชวนภรรยาเลยสักคำ เขาเป็นแบบนี้และมาริสาก็เริ่มชินแล้ว เธอต้องทำตัวให้ชินแม้หัวใจจะเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่เธอรักเขา เพราะว่ารักอะไรที่มองข้ามได้เธอพร้อมที่จะทำ ทั้งที่ในใจก็ยังแอบมีความหวังเล็กๆว่าเขาจะกลับไปเป็นสามีที่รักเธอเหมือนแต่ก่อนบ้าง แม้ความหวังจะมีน้อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีหวังเลย ‘ความหวังที่คิดไปเองคนเดียว’
“คุณภัทร์คะ”
“ครับ ริสาอยากพูดอะไรกับผมเหรอ” หันมาถามภรรยาด้วยใบหน้าปราศจากรอยยิ้มเหมือนเดิม
“วันนี้เป็นวันครอบครัวที่บ้านของริสาค่ะ คุณภัทร์ไปด้วยกันนะคะ”
มาริสารู้ตารางงานของสามีว่าวันนี้เขาไม่ได้มีนัดที่ไหน เธอไม่ได้อยากยุ่มย่ามเรื่องงานของเขา แต่เธอได้รับอนุญาตจากสามีแล้วว่าเธอสามารถถามตารางงานของเขาผ่านทางเลขาส่วนตัวของณภัทร์ได้
“ริสาไปคนเดียวเถอะครับ วันนี้ผมอยากพัก ผมทำงานติดต่อกันหลายวันและวันนี้ผมอยากพักผ่อนอยู่บ้าน หวังว่าภรรยาที่แสนดีของผมจะเข้าใจนะครับ”
“...” มาริสาทำเพียงยิ้มตอบเขากลับไปและเริ่มทานมื้อเช้าของตัวเองบ้าง ไม่มีบทสนทนาอะไรอีกหลังจากนั้นและเธอก็ไม่อยากพูดอะไรให้สามีต้องรำคาญใจ เขาไม่อยากไปก็ตามใจเขา และต้องเป็นหน้าที่ของเธอคิดหาข้ออ้างที่ดูดีไปตอบที่บ้านว่าเพราะอะไรลูกเขยของอาเธอร์กับมิรันดาถึงมาร่วมรับประทานมื้อเที่ยงในวันครอบครัวด้วยไม่ได้
