บทที่ 1 ปรารถนาที่ยังมี
เสียงรถยนต์ที่ดังเข้ามาใกล้บริเวณหน้าบ้านทำให้มาริสารับรู้ในทันทีว่าสามีของเธอเดินทางกลับมาถึงบ้านแล้ว ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มสิบห้านาที
‘วันนี้คุณภัทร์เลิกงานดึกจัง’ ปกติณภัทร์จะเลิกงานและเดินทางกลับมาถึงไม่เกินสองทุ่ม แต่ว่านี้เขามาถึงช้ากว่าทุกวัน อาจเป็นเพราะงานที่บริษัทยุ่งมากเลยทำให้เขากลับมาช้า มาริสาคิดและรีบสลัดความคิดเรื่องเวลาเลิกงานทิ้งแล้วรีบก้าวขาเดินออกไปรอรับสามีที่หน้าบ้าน
“วันนี้ที่บริษัทงานยุ่งเหรอคะ” เดินเข้าไปสวมกอดสามี เขย่งปลายเท้าเล็กน้อยเพื่อหอมแก้มของเขา เธอจำได้ว่าณภัทร์ถูกใจมากแค่ไหนเวลาที่เธอทำแบบนี้ให้เขา
‘ชื่นใจจัง เลิกงานมาแล้วมีภรรยาแสนสวยมารอกอดรอหอมแบบนี้ ทำงานมาทั้งวันก็หายเหนื่อยแล้ว’ แต่นั้นมันเมื่อก่อน
“ปล่อยผมได้หรือยัง จะกอดทำไมนักหนา ผมอึดอัด นี่ผมทำงานมาเหนื่อยๆนะ ผมอยากรีบขึ้นไปพักผ่อนไม่ใช่มายืนให้คุณกอดอยู่แบบนี้” น้ำเสียงติดไปทางรำคาญที่เขาใช้พูดกับเธอแทบทุกครั้งเวลาที่มาริสาทำอะไรไม่ถูกใจเขา แต่ก็ยังดีที่เขาก็ไม่ใจร้ายเกินไปที่จะดันตัวเธอให้ออกห่าง
สิ่งที่เธอเคยทำให้เขาพอใจ ทุกวันนี้มันกลายเป็นสิ่งที่ดูน่ารำคาญไปเสียทุกอย่าง ถึงแม้ณภัทร์จะแสดงออกมาว่าเขาไม่ชอบ หรือหงุดหงิดมากแค่ไหนแต่มาริสาก็ยังรั้นที่จะทำ เพราะเธอต้องการจะเป็นมาริสาคนเดิม คนที่เขาเคยพอใจ คนที่เขาบอกว่าเขารัก ต่อให้หัวใจจะบอบช้ำมากแค่ไหนแต่เธอก็จะยังเป็นมาริสาคนเดิมของเขาเสมอ
“ริสาขอโทษค่ะ งั้นเรารีบเข้าบ้านกันเถอะนะคะ”
“...” ณภัทร์พยักหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายพร้อมพ่นลมหายใจออกมาเหมือนต้องการระบายอารมณ์ไม่พอใจของตัวเอง สิ่งที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ ท่าทางที่ไม่พอใจของเขา มาริสารับรู้ได้ดีแต่เธอมักจะพยายามคิดว่า ที่เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะเขาเหนื่อยและมันเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดแล้วที่เธอจะใช้พูดหลอกตัวเอง
“ดอกกุหลาบสีแดง?” ณภัทร์หยุดเดินและจ้องมองไปยังแจกันที่มีดอกกุหลาบสีแดงถูกจัดไว้อย่างสวยงามวางอยู่บนโต๊ะกลางในห้องรับแขก
“ค่ะ ริสาได้รับช่อดอกกุหลาบสีแดงเมื่อเช้านี้ค่ะ”
“แต่คุณไม่ชอบกุหลาบสีแดง” ณภัทร์พูดขึ้นแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องรับแขก เหมือนต้องการจะเข้าไปดูดอกกุหลาบสีแดงสดที่ถูกปักอยู่ในแจกันใบนั้นใกล้ๆ มาริสาเดินตามสามีไปอย่างเงียบๆแต่ในขณะเดียวกันหัวใจของเธอกำลังยิ้มให้กับคำพูดของเขา เพราะอย่างน้อยสามีของเธอยังจำได้ว่าเธอไม่ชอบอะไร คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกว่าเธอยังมีตัวตนอยู่ในสายตาของเขา
“มีการ์ดติดมาด้วยค่ะ” มาริสายื่นมือไปหยิบการ์ดใบเล็กๆที่วางอยู่ใกล้แจกันและส่งให้สามี ณภัทร์รับการ์ดใบนั้นมา เขาอ่านข้อความก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
“วันนี้...วันครบรอบแต่งงานของเราเหรอครับ?” วางการ์ดไว้ที่เดิมพร้อมหันหน้ามาถามภรรยาที่ยืนส่งยิ้มบางๆมาให้เขา
“ค่ะ” มาริสาตอบแค่นั้น เธอทำใจไว้แล้วว่าเขาคงจะลืมวันนี้จริงๆ แต่พอมาเจอแบบนี้ยอมรับเลยว่าเจ็บหัวใจไม่น้อยเลย
“พรุ่งนี้ผมจะบอกให้เดชเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับของที่คุณชอบและไม่ชอบลงไปในโน้ตก็แล้วกัน” ไม่ต้องพูดขยายความเรื่องดอกกุหลาบสีแดง เพราะณภัทร์คิดว่ามาริสารู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้เป็นคนเลือกดอกไม้นี้ด้วยตัวเองแต่เป็นเดช เลขาของณภัทร์เป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง เดชจะเป็นคนจดจำวันสำคัญๆของณภัทร์และจัดแจงดูแลแทนเจ้านายตามความเหมาะสม
เรื่องดอกกุหลาบสีแดงนี่ก็เหมือนกัน เดชเป็นคนจัดการแทนณภัทร์เพราะเดชรู้ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเจ้านาย ซึ่งหน้าที่ของเลขาอย่างเขาก็พยายามอย่างเต็มที่แล้วที่จะทวนความจำเรื่องนี้ให้ณภัทร์ เพียงแต่วันนี้เจ้านายงานยุ่งมาก ไม่มีแม้กระทั้งเวลาว่างให้เดชได้รายงานเรื่องวันสำคัญนี้ และในเมื่อต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เดชจึงจัดการโทรสั่งร้านดอกไม้และเลือกข้อความให้ทางร้านเขียนใส่การ์ดให้พร้อมแจ้งเวลาและสถานที่จัดส่ง
เดชทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากเพียงแต่เขาไม่รู้มาก่อนว่าภรรยาของเจ้านายไม่ชอบกุหลาบสีนี้และเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ณภัทร์จะสั่งให้เดชจดและจำเอาไว้ แต่มันคงจะดีกว่านี้มากถ้าหากสามีของเธอเป็นคนจำวันสำคัญของเราด้วยตัวเขาเอง
“ผมขอโทษที่ลืมวันครบรอบของเรา เอาไว้ผมจะหาเวลาชดเชยให้คุณทีหลังแล้วกัน” ณภัทร์พูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไร้ซึ่งความรู้สึกผิดที่เขาลืมวันสำคัญวันนี้ แต่ที่ปากพูดว่าขอโทษออกไปนั่นก็เพราะ เขาเข้าใจว่าสำหรับผู้หญิงเรื่องแบบนี้เป็นอะไรที่สำคัญ ซึ่งต่อให้ณภัทร์จะมองว่ามันไม่ได้สำคัญอะไรเลยแต่เขาก็รู้ว่ามาริสาคงไม่ได้มองแบบเดียวกันกับเขา ถึงอย่างไรเขาก็ควรจะแสดงว่ารู้สึกผิดให้เธอเห็นสักหน่อย
“ขอบคุณค่ะคุณภัทร์” มาริสาระบายยิ้มกว้างออกมาในทันทีเมื่อได้ยินสามีพูดออกมาแบบนั้น เรื่องที่เขาลืมวันสำคัญเธอยอมรับว่ารู้สึกน้อยใจเขามาก แต่เพราะเขาไม่ได้พยายามหาข้อแก้ตัวและยังพูดขอโทษกับเธอตรงๆอีก มันทำให้มาริสายอมทิ้งอารมณ์น้อยใจของตัวเองไปและเลือกเก็บความสุขเพียงน้อยนิดตรงหน้าไว้
“คุณภัทร์อยากดื่มนมอุ่นๆก่อนนอนไหมคะ ริสาจะให้ป้าตาเตรียมไว้รอ พอคุณภัทร์อาบน้ำเสร็จจะได้ดื่มตอนนมอุ่นพอดี”
“อืม ขอบคุณครับ” เขาไม่ขัดความต้องการของเธอ ส่งยิ้มให้ภรรยาเล็กน้อยก่อนจะเดินแยกขึ้นไปที่ชั้นสอง
ทางด้านมาริสาพอเห็นว่าสามีไม่ได้ขัดอะไรเธอก็รีบเดินตรงเข้าไปในห้องครัวพร้อมรอยยิ้มดีใจ อย่างน้อยๆวันนี้ก็มีเรื่องที่ทำให้เธอดีใจได้บ้าง เพราะสามีไม่รู้สึกหงุดหงิดกับสิ่งที่เธอต้องการจะทำให้เขา
ปกติแล้วณภัทร์มักจะแสดงอาการไม่พอใจใส่เธอ มองว่าเธอวุ่นวายบ้าง รบกวนเวลาพักผ่อนของเขาบ้าง ทำให้สามสี่เดือนมานี้มาริสากลายเป็นคนคิดมาก คิดเยอะไปหมดว่าเธอควรจะเข้าหาสามีแบบไหนดี ควรจะใช้คำพูดหรือน้ำเสียงแบบไหนที่จะทำให้ณภัทร์ไม่รู้สึกรำคาญ
ถึงแม้วันนี้สามีจะลืมวันครบรอบแต่งงานก็ไม่เป็นไร ขอแค่เขามีรอยยิ้มให้เธอกับยอมให้เธอเอาใจแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับมาริสา
แก้วนมอุ่นๆถูกวางลงที่โต๊ะข้างหัวเตียงอย่างเงียบๆ ไม่มีคำพูดบอกกล่าวออกจากปากของมาริสา หญิงสาวรู้จังหวะดีว่าเวลาไหนที่เธอควรอ้าปากพูด อย่างเช่นตอนนี้ สามีของเธอนั่งพิงหัวเตียงพร้อมเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ เวลาที่เขากำลังใช้สมาธิอยู่กับตัวเอง มาริสารู้ว่าเธอไม่ควรทำอะไรขัดสมาธิของเขา
วางแก้วไว้แล้วหมุนตัวเดินตรงไปที่ห้องน้ำ เขาอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายของตัวเองแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาของเธอบ้าง
“วันนี้ทาครีมอันนี้ดีกว่า” หลังจากชำระล้างร่างกายเสร็จแล้วเรียบร้อย มาริสาก็ต้องมายืนเลือกว่าคืนนี้เธอควรทาครีมบำรุงผิวตัวไหนดี ปกติมาริสาจะมีของที่เธอใช้เป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว แต่วันนี้เป็นวันพิเศษและเธออยากทำให้ตัวเองหอมมากกว่าวันอื่นๆ เผื่อว่ากลิ่นหอมๆนี้จะทำให้สามีพอใจและอยากนอนกอดเธอบ้าง
‘ครั้งสุดท้ายที่เรานอนกอดกัน มันเมื่อไหร่นะ...’
“กลิ่นหอมจัง”
มาริสาแอบยิ้มขณะนอนตะแคงข้างหันหลังให้สามี ดูเหมือนที่เธอเสียเวลายืนเลือกครีมบำรุงผิวจะไม่เสียเปล่าและได้รับคำยืนยันจากปากของณภัทร์ เขาพูดว่ากลิ่นหอม แปลว่าครีมบำรุงผิวกลิ่นนี้ก็ต้องถูกใจเขาประมาณหนึ่งแน่
“คุณภัทร์ชอบไหมคะ”
“ชอบ...”
เขาตอบและไม่ได้ทำเพียงแค่ตอบเท่านั้น ณภัทร์สอดแขนแกร่งข้างหนึ่งลอดผ่านลำตัวของมาริสาแล้วใช้แขนอีกข้างเคลื่อนไปกอดรัดรอบเอวบาง ขยับตัวเข้าแนบชิดกับแผ่นหลังของภรรยาพร้อมฝั่งจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยที่ส่งกลิ่นหอมไม่แพ้ร่างกายของเธอเลย
“คุณภัทร์...ยังไม่ง่วงนอนเหรอคะ”
ฝ่ามือหนาที่กำลังบีบเคล้นอกอวบทั้งสองข้างอย่างเอาแต่ใจ เป็นคำตอบได้ดีว่าเขายังไม่ง่วงและตอนนี้สามีของเธอกำลังมีความต้องการทางกาย
“ริสาหอมมาก หอมจนผมยังไม่อยากนอน”
จับร่างบางให้หันมานอนราบแล้วเคลื่อนตัวเองขึ้นไปทาบทับอยู่ด้านบน ก้มใบหน้าลงไปจูบกลีบปากนุ่มของเธอ พร้อมสองมือกำลังทำหน้าที่ปลดเปลื้องอาภรณ์ของตัวเองและของภรรยา ไม่นานร่างกายของทั้งสองก็ไร้สิ่งใดขว้างกัน
“อื้มม” เสียงครางของเขาและเธอดังสอดประสานกันสลับกันปลดปล่อยเสียงแห่งความสุขสมออกมา บทรักร้อนแรงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและจะไม่หยุดจนกว่าผู้ที่เป็นสามีจะพอใจ น้ำรักที่ถูกปลดปล่อยใส่ข้างในกายของมาริสากี่ครั้งต่อกี่ครั้งเธอเองก็เริ่มนับจำนวนครั้งไม่ได้ รู้เพียงแค่ว่าร่างกายนี้ยินดีตอบสนองความต้องการของเขา
ขอเพียงเขาพึงพอใจในร่างกายของเธอ สัมผัสตัวเธอให้รู้ว่ายังมีสิ่งที่เขาหลงใหล เพราะมีแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้นที่เธอรู้สึกว่ามีตัวตนกับเขา เป็นอารมณ์ปรารถนาที่ยังย้ำให้เธอรู้ว่าเธอคือภรรยาของเขา ภรรยาของณภัทร์
‘ภรรยาคนนี้ ยังมีความสำคัญกับคุณเหมือนเมื่อก่อนไหมคะ นอกจากร่างกายของริสาแล้ว คุณภัทร์ยังต้องการริสาอยู่ไหม’
