บทที่ 3 ทาสรับใช้ 1
แววตาของซื่ออินต่างจากเมื่อก่อนนัก ปกติสะใภ้ใหญ่คนนี้มักหวาดกลัวเวลาโดนอี้เหิงด่าทอ ไม่กล้าเหิมเกริมกับเธอถึงเพียงนี้ ตั้งแต่ลูกชายคนโตเป็นทหาร เธอก็มีโอกาสจัดการสะใภ้ที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ขี้เกียจยิ่งกว่าสิ่งใด ถึงมีหลานชายให้กับตระกูลของเธอ ก็ยังไม่ลดความรังเกียจลงได้สักนิด
“แก มีหน้ามายืนเถียงฉันได้ เดี๋ยวนี้กำเริบขึ้นทุกวันนะ” อี้เหิงชี้หน้าซื่ออินสะใภ้ที่ไม่เคยมีอะไรดีเลยในชีวิตของเธอ สะใภ้ที่คอยแต่ปอกลอกทรัพย์สมบัติที่เธอกับผู้เป็นสามีที่ล่วงลับไปแล้วหามาอย่างยากลำบาก หวังพึ่งพิงลูกชายคนโต แต่ลูกชายคนโตกลับทำให้น่าผิดหวังเสียนี่กระไร ไปเอาผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า มีแต่ตัวเข้ามาเป็นสะใภ้ แล้วจิตใจยังหยาบกระด้าง
โจวหมิงเยว่ในร่างซื่ออินถอนหายใจ พร้อมกับเลียนแบบท่าทางของแม่สามี สายตาที่แม่สามีมองเธอเช่นไร เธอก็มองกลับแบบนั้นอย่างไม่ยอมเช่นกัน เอาล่ะ อย่างไรต่อไปนี้โจวหมิงเยว่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในร่างกายของซื่ออิน เช่นนั้นก็ไม่ควรยอมใครมาลบหลู่ศักดิ์ศรีได้ง่าย ๆ
“อ๊าย...แกล้งเลียนท่าทางของฉันอย่างนั้นหรือ”
“แล้วคุณแม่คิดว่าอย่างไรล่ะคะ ฉันก็ทำอย่างที่คุณแม่เคยทำกับฉันมาตลอด ฉันอดทนกับคุณแม่มามากแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้คุณแม่มาทำร้ายลูกชาย อาซวนอีกแล้ว”
ไม่เพียงอี้เหิงที่อ้าปากอึ้งกับคำพูดจากที่ซื่ออินเอ่ยออกมา รวมถึงเด็กรับจ้างในบ้านที่อี้เหิงรับมาดูแลตั้งแต่เด็ก ๆ
ตั้งแต่อยู่ในบ้านหลังนี้ซื่ออินแทบไม่เคยโต้เถียงอี้เหิงเลยสักครั้ง หญิงสาวคนนี้มักจะน้อมรับคำด่าทอด้วยความอัปยศ ทว่าเบื้องหลังซื่ออินมักระบายอารมณ์ทั้งหมดกับลูกชายของเธอ จนคนทั้งบ้านได้แต่เอือมระอากับครอบครัวที่หาความสงบสุขไม่ได้เสียที ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ ครานี้ต่างจากครั้งก่อนนอกจากสะใภ้ใหญ่ไม่ยอมสงบปากสงบคำแล้วยังโต้เถียงเถ้าแก่เนี่ยอีกต่างหาก
“อ๊าย....”
“หยุดร้อง ฉันไม่อยากเถียงกับป้าแล้วนะ ไปซวนซวนเราไปที่ครัวกัน” โจวหมิงเยว่ขู่แม่สามีเสียงแข็ง เธอไม่สนแล้วว่าใครจะคิดอย่างไรกับเธอยามนี้ ท้องร้องคำรามด้วยความหิวโหย ซวนซวนเงยหน้ามองมารดาตาปริบ ๆ ก่อนมือน้อย ๆ จะถูกคว้าด้วยมือของซื่ออิน แล้วตรงไปยังครัวที่มีอาหารรออยู่ เรื่องเธอทะเลาะกับแม่สามีนั้นไม่ใช่เรื่องเท่ากับเรื่องการกิน
ลูกเธอนั้นต้องอิ่ม
“หน่อย...อีนางนี่ แกเป็นสะใภ้กล้าขึ้นเสียงกับฉันอย่างนั้นหรือ”
โจวหมิงเยว่ปิดหูซวนซวนเอาไว้แล้วเดินเข้าไปในห้องครัว สายตาของคนรับใช้ทั้งสองมองเธอและบุตรชายด้วยความประหลาดใจ
“มองอะไร ทำงานไปเถอะ”
โจวหมิงเยว่ยอมรับว่าตนเองนั้นอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่สายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดยามที่มองมายังเธอและลูกชายนั้น โจวหมิงเยว่ในร่างซื่ออินไม่ยอมเด็ดขาด
ทั้งสองคนจ้องหน้ากันโดยไม่พูดไม่จาแล้วรีบวิ่งออกไปข้างนอก
