บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ทาสรับใช้ 2

“แม่ เมื่อกี้แม่เก่งที่สุดเลย” ซวนซวนยิ้มร่าออกมาแล้วกอดขามารดาด้วยความดีใจ อี้ซวนไม่ชอบอาม่ามาตั้งแต่จำความได้ อาม่าชอบดุด่าแม่ แม้ว่าแม่ของเขานั้นจะชอบบ่นกับเขาอยู่บ่อย ๆ ก็ตาม

“หือ เก่งเหรอเจ้าตัวเล็ก” ซื่ออินส่ายหน้าลูบศีรษะบุตรชายด้วยความเอ็นดู ถึงอี้ซวนจะเป็นบุตรชายของซื่ออินก็ตาม เมื่อไหร่ที่เจ้าของร่างเขามาทวง โจวหมิงเยว่ค่อยเอาคืนทุกอย่างให้ก็ยังไม่สาย หรือในทางที่เลวร้ายมากกว่า ซื่ออินนั้นตายไปแล้ว เหลือเพียงร่างนี้ แล้วชะตากรรมต่อจากนี้โจวหมิงเยว่ต้องรับต่ออย่างนั้นหรือ

ช่างเป็นชะตากรรมที่น่าหดหู่ดีแท้....

“มาเถอะ..... เดี๋ยวแม่ทำของอร่อยให้กิน แล้วเราสองคนค่อยไปต่อสู้กับนางมารตนนั้นต่อ”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” เสียงหัวเราะใสแจ๋วดังขึ้น อี้ซวนหัวเราะกับท่าทางของมารดาที่ล้อเลียนผู้เป็นย่า ตั้งแต่จำความได้เด็กน้อยไม่เคยเห็นมารดาผู้นี้ มีอารมณ์ขันและขี้เล่น

ในยามปรกติมารดามักจะเศร้า มัวแต่คิดถึงพ่อผู้อยู่แสนไกล และมักต่อว่าให้เขาอยู่เงียบ ๆ

สองวันมานี้มารดาเขาดูเป็นคนใหม่ที่เปลี่ยนไป มารดาไม่ด่าเวลาอี้ซวนกอดขา ไม่รำคาญอี้ซวน แค่นั้นอี้ซวนก็สุขใจมิน้อย หัวใจน้อย ๆ พองโตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

โจวหมิงเยว่ยิ้ม ก่อนเท้าเอวมองวัตถุดิบตรงหน้ามีผักกาดขาว และกระดูกหมู พลางคิดว่าแม่สามีของเธอนั้นร้ายกาจทีเดียว นอกจากให้เธอกับลูกอาบน้ำในห้องน้ำเก่า ๆ แล้ว ยังเหลือวัตถุดิบให้ทำอาหารเพียงน้อย

“เราจะทำอะไรดีครับ” อี้ซวนถามพร้อมเงยหน้ามองมารดาด้วยความสงสัย วันนี้ นับว่าอาม่าใจดีเหลืออาหารให้แม่ทำ ปกติกว่าอี้ซวนจะได้กินข้าวต้องรอเกือบเที่ยง

“ต้มจืดดีไหม”

“อือ”

โจวหมิงเยว่โชคดีที่เธอโตขึ้นมาคนเดียวด้วยความยากลำบาก กว่าจะเป็นดาราได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องการหุงหาอาหารก็ไม่เรื่องยากมากมายอะไร โจวหมิงเยว่อุ้มอี้ซวนไปนั่งอยู่ห่าง

“รออยู่ตรงนี้นะซวนซวน เดี๋ยวร้อน”

ว่าจบก็รีบตั้งเตาเตรียมของเอาไว้ หม้อใส่น้ำมาวางรอ ก่อนเริ่มเลาะเนื้อจากกระดูก จากนั้นเธอก็ทิ้งกระดูกหมูลงในหม้อเพื่อทำน้ำซุป พอกำลังจะหยิบผักกาดขาวเท่านั้น มือน้อยป้อม ๆ หยิบตัดหน้าเธอไปก่อน พร้อมกับมีดอีโต้อันใหญ่เท่าใบหน้าของซวนซวน

“มา ซวนซวนจะช่วยครับผม”

“อย่านะมันอันตราย” โจวหมิงเยว่ถอนหายใจ ก่อนยื่นมือไปแย่งมีดเล่มใหญ่จากเด็กน้อยเอาไว้ทัน เกือบไปแล้ว

“แม่....”

อี้ซวนมองมารดาด้วยแววตาผิดหวังที่ไม่อาจช่วยมารดาได้ จนโจวหมิงเยว่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ไม่กล้าดุด่าต่อ

ร่างกายของซื่ออินซูบผอม มองมือที่เห็นเส้นเลือด ผิวพรรณดูหยาบกร้าน ไม่ไหวแล้ว เธอต้องดูแลร่างกายที่เธออาศัยอยู่ โจวหมิงเยว่ไล่ความคิดนี้ออกไปจากหัวก่อน ก่อนรีบตัดผักแบ่งครึ่งให้บุตรชาย ก่อนสอนให้เขาเด็ดเป็นชิ้นเล็ก

“อะ อี้ซวนทำแบบนี้แล้วกันถ้าอยากช่วยแม่”

“คร้าบ.....”

เด็กน้อยรับคำด้วยความสุภาพ ก่อนทำตาม เด็ดเป็นชิ้นใหญ่ ชิ้นเล็ก ไม่เท่ากัน อี้ซวนหยิบมารวมกับกองที่หั่นเอาไว้แล้ว

“แบบนั้นแหละ” ซื่ออินยิ้มก่อนยื่นมือไปลูบศีรษะของเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู

โจวหมิงเยว่อดคิดไม่ได้ว่า พ่อของเด็กคือใครกันแน่ ภาพสักภาพก็แทบไม่มีเหลือในห้อง

ช่างเถอะ....หยุดคิดเรื่องอื่นได้แล้ว โจวหมิงเยว่ อย่างไรเธอก็ควรหาทางรอดในร่างของซื่ออิน

อี้ซวนมองแม่ทำอาหารด้วยความสนอกสนใจ ดวงตากลมแป๋วมองตามมือของแม่ทุกอย่าง กลิ่นหอม ๆ เริ่มลอยคลุ้งไปทั่วห้องครัว ลอยไปยังคนที่ด้านนอกที่ไม่สบอารมณ์กับสะใภ้ใหญ่กับหลานชาย

“เสร็จเรียบร้อยแล้ว....”

โจวหมิงเยว่เหลียวไปมองยังหม้อดำ คาดว่านั้นคงเป็นหม้อสำหรับหุ้งข้าว พอเปิดฝาหม้อ ข้าวเหลือไม่มากนักสำหรับสองแม่ลูก แต่อย่างน้อยมันก็เพียงพอให้เด็กคนหนึ่งได้อิ่ม

“มากินกันเถอะซวนซวน”

แบบนี้มันทาสรับใช้ชัด ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel