บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

“สรุปคุณปารเมศจะลงที่ไหนคะ”

“ผมอยากคุยกับคุณให้รู้เรื่อง…”

“เวลาแบบนี้มันเวลานอนค่ะ” มีสุขตอบเสียงเรียบ

“วันนี้ฉันเหนื่อยมากแล้ว ถ้าคุณอยากคุย นี่นามบัตรฉันค่ะ พรุ่งนี้ค่อยติดต่อมา”

มีสุขหยิบนามบัตรจากช่องเก็บของด้านหน้าแล้วยื่นให้เขา สำหรับนักขายมือทอง นามบัตรคือสิ่งสำคัญเสมอ

เมื่อเขาไม่รับ เธอจึงวางมันลงบนตักแกร่งของเขาแทน

“ผมไม่ทำให้สุขเสียเวลาเปล่าหรอก” ปารเมศพูดเสียงต่ำ

“ผมอยากดูประกันตึกของโรงงานใหม่ที่กำลังสร้าง”

คราวนี้มีสุขยิ้มกว้างออกมาได้ เธอไม่ถามอะไรเขาแล้วแต่ขับรถตรงมายังคอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาของตนเองแทน

เสียงทักทายของพนักงานประชาสัมพันธ์ดังขึ้น แม้จะดึกดื่น พนักงานคนนั้นก็ยังหยัดกายลุกขึ้นทักทายลูกบ้านด้วยรอยยิ้ม

แต่สายตาก็ยังไม่วายเหลือบไปเห็นร่างสูงของชายหนุ่มที่ตามลูกบ้านเธอมาด้วยกัน

ทั้งคู่เดินเคียงกันเข้าไปในลิฟต์ มีสุขกดปุ่มชั้นของตัวเอง มืออีกข้างยังถือกระเป๋า แต่สายตาไม่อาจละจากเขาได้

ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงข้ามเขาไม่พูดอะไร แค่ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นเหมือนจ้องทะลุความคิดของเธอ

ลิฟต์เริ่มเคลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ บนพื้นที่เล็กกลายเป็นฉากที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง ทั้งจากความใกล้ชิดและแรงดึงดูดบางอย่างที่เขาส่งออกมา

แม้จะพยายามสงบสติอารมณ์ แต่มีสุขก็อดไม่ได้ที่จะสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของปารเมศ

มือข้างหนึ่งเขาเกาะราวเหล็ก มืออีกข้างผ่อนคลายข้างลำตัว

สายตาของเขาไม่ได้มองลิฟต์ ไม่มองปุ่มกด…แต่มองเธอเต็มตาด้วยสายตาเข้มข้นไม่ปิดบัง

เมื่อประตูลิฟต์เปิด เธอก้าวออกมาก่อน และชายหนุ่มก็เดินตามออกมา เสียงฝีเท้าของเราดังก้องในทางเดินคอนโด

จนเมื่อถึงที่พัก เธอทาบปลายนิ้วแตะสแกนให้ประตูเปิดออก แต่อาจจะเป็นเพราะวางองศาของปลายนิ้วไม่พอดี ประตูจึงไม่ยอมปลดล็อก

ถึงสามครั้งเธอจึงจำเป็นต้องกดรหัสเพื่อเปิดล็อกประตู

มีสุขกดรหัสประตูอย่างรวดเร็ว แต่นั่นก็ทำให้ร่างสูงด้านหลังยิ้มออกมาก่อนที่เขาจะก้าวเข้าหาเธอเพียงก้าวเดียว และเขาก็ประชิดติดแผ่นหลังเธอในทันที

“สุขยังใช้รหัสเดิม”

พื้นที่ระหว่างพวกเราเล็กลงทุกวินาที แต่มีสุขไม่ได้ตอบอะไรเธอเพียงผลักประตูและเดินเข้ามาในห้องแทน

มีสุขทิ้งร่างสูงไว้หน้าห้อง แค่พริบตาเขาก็เดินตามเข้ามาและปิดประตู

มีสุขเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาน้ำดื่ม ทันทีที่หันกลับมาก็พบว่าปารเมศเดินตามเธอมา หญิงสาวเปิดขวดน้ำและกระดกดื่ม โดยไม่ลืมที่จะมองหน้าเขาไปด้วย

หยดน้ำที่ไหลออกข้างมุมปากเมื่อเธอกระดกน้ำเร็วเกินไป ความจริงมีสุขไม่ได้ตั้งใจ แต่เธอเผลอมองหน้าหล่อ ๆ นั่นนานเกิน

“คุณปารเมศคะ ดิฉันอยากสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับอาคารของบริษัทคุณสักหน่อย เพื่อจะได้เสนอกรมธรรม์ที่เหมาะสมที่สุด”

ปารเมศนั่งลงบนเก้าอี้บาร์ทรงสูง ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง ๆ เขารู้ว่ามีสุขตั้งใจเบี่ยงเบนไปคุยเรื่องอื่น

“พรุ่งนี้เช้าผมให้เลขาส่งให้ แต่ตอนนี้…ผมหิว”

หิว? แล้วมองเธอด้วยสายตาแบบนี้ มีสุขไม่ได้ใสซื่อไม่ทันรอบบาร์ของเขา แน่ล่ะ! เธออยู่กับเขามากี่ปี จะไม่รู้ทันผู้ชายแบบเขาได้ไง

มีสุขยิ้มให้เขา ก่อนหันไปเปิดตู้เย็น เธอหยิบแอปเปิ้ลมาสองลูกและล้างให้สะอาด เธอเอามาจัดใส่จานพร้อมมีดวางตรงหน้าเขา

จากนั้นเธอเริ่มปอกเปลือกแอปเปิ้ลด้วยมือเรียว สายตายังคงราบเรียบ สงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไร

“บริการลูกค้าดีแบบนี้ทุกคนเหรอครับ” คำพูดประชดประชันของเขาเรียกรอยยิ้มเล็กน้อยจากเธอ

“ถ้าให้พูดกันตามตรงที่คุณปารเมศมานั่งในห้องดิฉันได้ก็เพราะเรื่องเก่า ๆ ของเราค่ะ”

เธอช้อนสายตาขึ้นมามองเขาเล็กน้อยก่อนจะชะงัก เมื่อแค่ลมหายใจเดียว ท่อนแขนแกร่งก็เข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลัง

“ผมเพิ่งรู้ว่าแม่มาพูดแบบนั้นกับคุณ” มือซ้ายของมีสุขยังถือผลแอปเปิ้ลที่ปอกเปลือกไปได้แค่ครึ่งเดียว ส่วนอีกมือ...ถือมีด

“ไม่ตลกไปหน่อยเหรอคะ ห้าปีแล้ว...คุณเพิ่งมาบอกว่ารู้”

แรงกอดจากทางด้านหลังกระชับแน่นขึ้น และแผ่นหลังของเธอก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนจัดของคนที่กอดเธออยู่

“สุข...ผมไม่ได้อยากจบเรื่องของเรา” เธอถอนหายใจ ก่อนจะเอียงลำคอหลบริมฝีปากร้อนที่กดจูบลงมาที่หลังคอเธอ

“ถ้าคุณมาพูดเมื่อสี่ปีที่แล้ว ฉันก็อาจจะเชื่อคุณ”

“สุข...ผมไม่เคยโกหกคุณ”

คราวนี้มีสุขหมุนตัวมาสบตาเขา มือของเธอยังคงถือผลไม้และมีดอยู่

“คุณแค่เสียดายฉันก็ยอมรับมาเถอะค่ะ” ไม่ต้องรอให้ถามย้ำปารเมศก็ตอบกลับทันที

“ใช่…ผมเคยคิดว่าคุณก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตและเราก็เลิกกันไปนานแล้ว”

ปารเมศเว้นจังหวะ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ขอบตาของเขาแดงเล็กน้อย

“แต่วันที่วิวมาถามว่าเซลล์ที่ดูแลประกันบริษัทผมเป็นยังไงบ้าง และเธอแนะนำชื่อคุณให้ผม…”

มีสุขเบนสายตาไปทางอื่น ถอนหายใจหนักอีกครั้งก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบจนแทบไม่มีคลื่นอารมณ์

“แล้วยังไงคะ”

“ผมปล่อยวางไม่ได้ ผมอยากรู้มากว่าตอนนี้คุณเป็นยังไง คุณสบายดีไหม...”

“พอรู้แล้วทนไม่ไหวเลยใช่ไหมล่ะคะ ดิ้นจนเหมือนจะตายเลยไหม?” มีสุขจ้องเขาแล้วยิ้มเหยียด

“แต่อย่าเพิ่งตายค่ะ ฟังก่อน อีกสองปีฉันจะหาผู้ชายดี ๆ ที่รักฉัน และครอบครัวเขายอมรับฉันด้วย ฉันแต่งงานด้วย เราจะมีลูกน่ารักด้วยกันสักสองคน”

เธอพูดจบก็หันไปวางผลไม้และมีดในมือ แม้ทั้งตัวจะยังคงถูกเขากอดรัดเอาไว้แนบแน่น

“ผมทนไม่ไหว ผมยอมรับว่าตัวเองจะตาย” ปารเมศตอบอย่างลูกผู้ชาย ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนปลายจมูกของทั้งเราเกือบแตะกัน

“จะเป็นจะตายก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันไม่เสียใจเสียดายอะไรทั้งนั้น กลับไปอยู่กับแม่คุณไป!”

มีสุขพูดชัดถ้อยชัดคำโดยไม่สนว่าคำพูดของเธอจะทำให้เขาตาแดงแค่ไหน

“และฉัน...จะไม่มีวันกลับไปอยู่ในจักรวาลของคุณอีกแล้วค่ะคุณปารเมศ”

ไม่ใช่แค่น้ำเสียงที่หนักแน่น แต่แววตาของเธอก็บอกเขาชัดเจนว่านี่คือสิ่งที่มีสุขตัดสินใจดีแล้วและจะไม่เปลี่ยนแปลง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel