3.3 | ไม่อยากมีลูก
ภูริดลเดินออกมาหาน้ำมณีที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขก ชายหนุ่มเห็นที่พื้นข้างโซฟามีกระเป๋าเดินทางหลายใบวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบก็แปลกใจ
“ขนอะไรมาเยอะแยะครับ แล้วนั่น...” เขามองไปที่ตะกร้าใส่แมวซึ่งมีเจ้าแมวอ้วนส่งเสียงร้องเมี้ยวๆ อยู่ในนั้น
“ของคุณหญิงฟ้าทั้งนั้นแหละ เมื่อวานดินปุบปับพาคุณหญิงมา ของใช้อะไรก็ไม่ได้เอาติดตัวมาสักอย่างแม่ก็เลยขนมาให้” น้ำมณีเป็นคนตอบ ส่วนนทีที่นั่งหน้านิ่งอยู่ข้างกันทำท่าเหมือนไม่อยากมองหน้าลูกชายสักเท่าไรนักเพราะยังโกรธอยู่ที่เมื่อวานนี้เจ้าลูกชายตัวดีฉีกหน้าเขายับเยินที่วังดุษฎีรังสรรค์ โชคดีที่ท่านชายดนัยเทพไม่ถือสาเอาความ
“แมวนั่นก็ของคุณหญิงด้วยเหรอครับ” ภูริดลถาม
“ใช่จ้ะ แมวตัวโปรดของคุณหญิงฟ้า ท่านชายดนัยกลัวคุณหญิงฟ้าจะเหงา เลยให้แม่เอาแมวมาให้ด้วย”
ชายหนุ่มเจ้าของไร่มองหน้าเจ้าแมวอ้วนแล้วรู้สึกไม่ถูกชะตาอย่างแรง แต่ครั้นจะให้น้ำมณีเอามันกลับไปก็เกรงจะถูกแม่บ่นหูชาเลยต้องปล่อยเลยตามเลย
“แล้วนี่คุณหญิงฟ้าอยู่ไหน”
“อาบน้ำอยู่ครับ ทำอะไรชักช้า อ้อยอิ่ง น่ารำคาญ”
“ดิน!” นทีปรามเสียงเข้ม
น้ำมณีแตะหลังมือของสามีเบาๆ เป็นการเตือนให้ใจเย็น แล้วเป็นฝ่ายคุยกับลูกชายเอง “แม่รู้ว่าดินยังไม่หายโกรธที่พ่อกับแม่บังคับให้ดินแต่งงานกับคุณหญิงฟ้า แต่ที่พ่อกับแม่ทำไปก็เพราะหวังดีกับดินนะ ที่ผ่านมาดินเจอแต่ผู้หญิงที่ไม่ดี พ่อกับแม่ไม่อยากเห็นดินเจ็บแบบเดิมซ้ำๆ อีก ถึงได้เลือกคุณหญิงฟ้าให้มาเป็นภรรยาของดินไงจ๊ะ”
“คุณแม่แน่ใจเหรอครับว่าคุณหญิงฟ้าเป็นผู้หญิงที่ดีจริงๆ”
“แม่ให้คนสืบประวัติของคุณหญิงแล้ว สะอาดหมดจด ไม่มีประวัติด่างพร้อย การศึกษาดี ชาติตระกูลดี เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะมาเป็นเมียและแม่ของลูกของดิน”
“ใครบอกว่าผมอยากมีลูก” ภูริดลทำหน้าเซ็ง “ความจริงผมไม่อยากมีทั้งเมีย ทั้งลูกนั่นแหละ”
“เอาเถอะ ไหนๆ ก็มีเมียแล้ว ก็มีลูกอีกสักคนสองก็แล้วกัน หรือสามคน สี่คนเลยก็ได้ แม่ช่วยเลี้ยงเอง” น้ำมณีแอบหวังอยู่ในใจว่า การมีครอบครัวที่สมบูรณ์จะเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของลูกชายได้ ถึงแม้ภูริดลจะทำตัวแข็งกร้าวมากแค่ไหนก็ตาม แต่ในฐานะที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็ก แต่น้ำมณีรู้ดีว่าภายในใจของเขาโดดเดี่ยวและเปราะบางมาก
“แกจะให้คุณหญิงฟ้าอยู่บ้านไร่นี่จริงเหรอเจ้าดิน” นทีถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามใจเย็นกับลูกชายหัวดื้อให้มากที่สุด
“คิดจะเป็นเมียผมก็ต้องอยู่ให้ได้ ถ้าอยู่ไม่ได้ก็กลับวังไปเลย กลับไปหาผัวที่เป็นผู้ดีตีนแดงเหมือนกันโน่นเลย”
“แม่ว่าพาคุณหญิงฟ้าไปอยู่ที่บ้านในเมืองของเราดีกว่านะดิน สะดวกสบายกว่าที่นี่เยอะ”
“ฟ้าอยู่ที่นี่ได้ค่ะ” ฟ้าพราวเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขายาวผ้าฝ้ายของภูริดล เธอยกมือไหว้พ่อและแม่ของภูริดลอย่างนอบน้อมแล้วนั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกับสามี แต่ก็เว้นระยะห่างไว้พอสมควรเพราะไม่อยากอยู่ใกล้คนป่าเถื่อนมากเกินไป “ฟ้าเป็นภรรยาของคุณดิน เขาอยู่ที่ไหนฟ้าก็จะอยู่ที่นั่นค่ะ”
“น่ารักจริงๆ เลยคุณหญิงฟ้า คุณนทีมองคนไม่ผิดจริงๆ” น้ำมณียิ้มอย่างปลาบปลื้มใจที่ราชนิกุลสาวผู้สูงศักดิ์ไม่มีท่าทีรังเกียจลูกชายชาวไร่ของเธอเลยแม้แต่น้อย
“เรียกว่าฟ้าเฉยๆ ดีกว่าค่ะคุณแม่ ฟ้าอยากทำตัวธรรมดา ให้กลมกลืนกับคนที่นี่”
“คุณแม่เหรอ” น้ำมณีทำตัวไม่ถูกที่ถูกเรียกว่าแม่
ฟ้าพราวยิ้มอ่อนหวานแล้วอธิบาย “คุณแม่เป็นแม่ของคุณดิน สามีของฟ้า ก็เหมือนเป็นคุณแม่ของฟ้าด้วย คุณแม่ของฟ้าเสียตั้งแต่ฟ้ายังเด็ก ฟ้าขอเป็นลูกสาวคุณแม่นะคะ”
“ได้จ้ะ จะเป็นลูกสาวหรือลูกสะใภ้ก็ได้หมดจ้ะ”
น้ำมณียิ้มปลื้มปริ่ม ในขณะที่ลูกชายของเธอเอียงหน้ามองภรรยาตัวเองแบบงงๆ ที่เธอพูดกับแม่ของเขาอย่างอ่อนหวานน่ารัก ต่างจากเวลาที่พูดกับเขาลิบลับ
เมี้ยว...
ฟ้าพราวหันขวับไปตามเสียงที่ร้องเรียกแล้วยิ้มกว้างเมื่อเห็นแมวตัวโปรดยื่นหน้าออกมาจากตะกร้า เธอรีบเข้าไปอุ้มมันออกมาแล้วทั้งกอดและหอมด้วยความดีใจ “ที่รัก หญิงคิดถึงที่รักที่สุดเลย ที่รักจะมาอยู่กับหญิงที่นี่ใช่มั้ย”
“ที่รักเหรอ” ภูริดลมองฟ้าพราวที่กำลังซุกไซ้ใบหน้าเข้ากับหน้ากลมๆ ของเจ้าแมวอ้วนแล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ ที่เขาหัวเสียตั้งแต่ตื่นนอนก็เพราะเจ้าแมวอ้วนตัวนี้เนี่ยนะ คิดแล้วก็โมโหที่เธอจงใจปั่นหัวเขาทั้งที่รู้ว่าเขาเข้าใจผิด ยิ่งเห็นสายตาขำๆ ที่เธอแอบมองมาเป็นเชิงเยาะเย้ยก็ยิ่งอยากกระโดดเข้าไปขย้ำให้หายแค้น
“คุณดิน ฉันขอให้ที่รักอยู่ที่นี่ด้วยนะ” ฟ้าพราวเพิ่งนึกได้ว่าควรขออนุญาตเจ้าของบ้านก่อน
ภูริดลมองหน้าภรรยาที่ส่งสายตาวิงวอนสลับกับมองหน้าพ่อและแม่ที่จ้องเขม็งมาที่เขาเป็นตาเดียวกันก็รู้ทันทีว่าไม่มีทางปฏิเสธได้ “ให้อยู่ก็ได้ แต่คุณหญิงต้องดูแลมันให้ดี อย่าให้มันมาวุ่นวายกับผม ผมไม่ชอบแมว พันแข้งพันขาน่ารำคาญ”
“ขอบคุณค่ะ คุณก็ใจดีเหมือนกันนะเนี่ย” ฟ้าพราวยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
“คุณพ่อกับคุณแม่แค่เอาของมาให้ใช่มั้ยครับ” ภูริดลออกปากไล่บุพการีทางอ้อม
“พ่อมีเรื่องจะคุยกับแก” นทีบอกเสียงเรียบ
“ระหว่างเราไม่น่าจะมีอะไรต้องคุยกันแล้วนะครับ คุณพ่ออยากให้ผมทำอะไรผมก็ยอมทำให้หมดแล้ว แม้แต่เรื่องที่ฝืนใจผมที่สุดอย่างการแต่งงานกับคุณหญิงฟ้าผมก็ยอม คุณพ่อยังต้องการอะไรจากผมอีก” ภูริดลตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดียวกัน
ฟ้าพราวที่ถูกพาดพิงถึงกับปั้นหน้าไม่ถูก น้ำมณีเห็นเข้าจึงช่วยแก้สถานการณ์ไม่ให้บรรยากาศอึดอัดจนเกินไป
“หนูฟ้าไปช่วยแม่ทำอาหารในครัวดีกว่า ปล่อยให้พ่อลูกคุยกัน”
“ค่ะคุณแม่” ฟ้าพราวเดินตามน้ำมณีเข้าไปในห้องครัวโดยที่สายตาแอบเหลือบมองสามีด้วยความสงสัยว่าเขามีปัญหาอะไรกับผู้เป็นพ่อ และที่สงสัยยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ผู้ชายดิบเถื่อนอย่างเขาไม่น่าจะยอมถูกบังคับแต่งงงานง่ายๆ น่าจะต้องมีเหตุผลอะไรที่เธอยังไม่รู้แน่นอน
