บท
ตั้งค่า

3.2 | หยุดหื่นกับฉันสักทีได้มั้ย

คนที่ทำเป็นใจกล้าเดินแก้ผ้ายั่วสามีพอเข้ามาถึงในห้องน้ำก็เข่าแทบทรุดต้องเกาะขอบเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเอาไว้เป็นหลักยึด ราชนิกุลสาวผู้สูงศักดิ์ที่ถูกอบรมเรื่องกิริยามารยาทในวังมาตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยทำตัวว้าวซ่าขนาดนี้มาก่อนเลย ถ้าหม่อมแม่ยังมีชีวิตอยู่เธอต้องโดนก้านมะยมจนน่องลายแน่นอน

ฟ้าพราวทิ้งเวลาครู่หนึ่งให้ขาหายสั่นแล้วเงยหน้าขึ้นมองสภาพตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ เธอเห็นรอยแดงระเรื่อเป็นจ้ำกระจายตัวอยู่ตามเนินอกและซอกคอหลายรอย พลันนั้น ใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

คนหื่น!

คิดแล้วก็เริ่มกังวล ภูริดลหื่นมากขนาดนี้ การใช้แผนยั่วให้อยากแล้วปล่อยให้ค้างไม่น่าจะเป็นผลดีกับตัวเธอสักเท่าไหร่ และยังไม่ทันไร ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดเข้ามา

“คุณ! เข้ามาทำไม” หญิงสาวถอยกรูดไปชิดผนังห้องน้ำ กวาดตามองหาผ้าขนหนูเพื่อจะเอามาปกปิดร่างกาย ทว่าไม่มีสักผืนจึงรีบหันหลังให้เขาซึ่งคิดว่าจะน่าอายน้อยกว่าให้เขาเห็นข้างหน้าทั้งหมด

“เมื่อกี้ยัง ‘หน้าด้าน’ เดินแก้ผ้ายั่วผัวอยู่เลย แล้วตอนนี้จะมาอายอะไร” พูดพลางเดินเข้ามาลูบไล้บั้นท้ายเปลือยเปล่าเนียนนุ่มก่อนจะขยำเข้าเต็มมือ

“หยุดหื่นกับฉันสักทีได้มั้ย ฮือ...” ตอนนี้คนปากกล้าเสียงสั่นจนแทบจะร้องไห้แล้ว

“คุณหญิงอยากยั่วผมเอง แล้วคนเถื่อนอย่างผมมันก็ยั่วขึ้นซะด้วย” เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูพลางจับมือเล็กข้างหนึ่งมาลูบที่กึ่งกลางกายที่เริ่มเหยียดขยายผ่านผ้าเนื้อหนาของกางเกงยีนขึ้นมาจนเป็นเนินนูนเป่ง “นี่ไงผลงานของคุณหญิง มันแข็งขนาดนี้ก็เพราะคุณหญิงแก้ผ้ายั่วมันไง คุณหญิงต้องรับผิดชอบมันด้วยนะ”

“จะให้ฉันรับผิดชอบยังไง”

“ยังจะต้องให้ผมพูดตรงๆ อีกเหรอ” ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูคนตัวเล็กแล้วฉวยโอกาสฝากรอยจูบไว้ที่ต้นคอขาวนวลหนึ่งครั้งพร้อมกันนั้นเขาก็จับมือเล็กที่กอบกุมเป้ากางเกงของเขาอยู่ให้ขยับขึ้นลงช้าๆ “คุณหญิงไม่น่าจะอินโนเซนส์ถึงขนาดไม่รู้หรอกนะว่าผัวกำลังต้องการอะไร”

ฟ้าพราวแทบอยากจะร้องไห้ ความร้อนวาบทะลุผ่านเนื้อผ้ามาถึงมือและลามไปทั่วทั้งร่าง แต่บอกแล้วว่าเธอจะไม่ร้องไห้เพราะเขาอีกแล้ว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วออกแรงบีบสิ่งที่ใหญ่จนล้นมืออย่างแรง “นี่แน่ะ!!! อยากให้ฉันรับผิดชอบนักใช่มั้ย”

“อู้ย!” ภูริดลส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บ สองมือกุมเป้าแล้วทรุดตัวลงนั่งหน้าเขียวตัวงออยู่กับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ “คิดจะฆ่าผัวหรือไง”

“ผัวป่าเถื่อนอย่างคุณตายไปซะได้ก็ดี”

“ถ้าผมตายคุณหญิงก็เป็นหม้ายนะ” เขาสวนกลับเสียงอ่อย ความเจ็บหน่วงยังไม่คลายลงเลยแม้แต่น้อย

“เป็นหม้ายก็ดีกว่ามีสามีจอมเถื่อนอย่างคุณ”

“อยากให้ผมตาย จะได้ไปหาไอ้ ‘ที่รัก’ ของคุณหญิงใช่มั้ย!” คนเจ็บถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำอย่างไม่พอใจ

“หึงเหรอ” ฟ้าพราวแกล้งถามเพื่อยั่วโมโห

“ผมไม่ได้รักคุณหญิง จะมาใช้คำว่าหึงกับผมไม่ได้” ชายหนุ่มยันตัวลุกขึ้นยืนได้ในที่สุดแล้วเน้นย้ำ “จำไว้ว่าไม่ได้รักและจะไม่มีวันรัก”

“ฉันก็ไม่ได้อยากให้คุณรักฉันเหมือนกัน” เธอสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน “ออกไปได้แล้ว ฉันจะอาบน้ำ”

“ก็อาบไปสิ ผมจะยืนเฝ้าอยู่ตรงนี้” คนที่ยังหน้าเขียวอยู่ขยับตัวไปยืนพิงขอบเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแล้วยกมือขึ้นกอดอก สายตาจับจ้องอยู่ที่เรือนร่างเปลือยเปล่าเย้ายวนตรงหน้า

“จะเล่นสงครามประสาทกับฉันใช่มั้ย”

“เปล่าเลย แค่อยากดูเมียแก้ผ้าอาบน้ำ”

“โรคจิต!”

“ผมไม่มีอะไรดีในสายตาคุณหญิงเลยใช่มั้ย คำก็เถื่อน สองคำก็หยาบคาย หื่นบ้างละ แล้วนี่ก็หาว่าโรคจิตอีก”

“ก็คุณมันไม่มีดีเลยจริงๆ นี่นา”

“เอวผมดีนะ ลองมั้ย” ถามพลางควงเอวให้ดูอย่างพลิ้ว

“ลามก” ฟ้าพราวค้อนขวับแล้วหันไปจับผมที่ยาวถึงกลางหลังรวบขึ้นแล้วขมวดเป็นมวยแบบลวกๆ ไว้ที่กลางศีรษะ ตอนนี้เธอไม่สนใจแล้วว่าจะแก้ผ้าต่อหน้าเขา เต็มที่ก็ได้แค่มองแต่ทำอะไรไม่ได้ ก็เหมือนหมามองเครื่องบินนั่นแหละ

“คุณมีแปรงสีฟันที่ยังไม่ได้ใช้มั้ย”

“ไม่มี”

“ไปซื้อให้หน่อยสิ”

“จะซื้อของต้องเข้าเมือง ขับรถเป็นชั่วโมง ใช้ของผมไปก่อนก็แล้วกัน”

“จะให้ใช้แปรงสีฟันอันเดียวกับคุณเนี่ยนะ แหวะ ไม่เอาหรอก แค่คิดก็คลื่นไส้แล้ว”

“แค่ใช้แปรงสีฟันอันเดียวกันไม่ต้องมาทำเป็นรังเกียจผัว เมื่อคืนนี้จูบกันจนลิ้นพันเป็นเกลียวสิบแปดตลบคุณหญิงไม่เห็นรังเกียจ ยังร้องครางอื้อๆ อ้าๆ ถูกอกถูกใจอยู่เลย”

“นี่คุณ!” ฟ้าพราวหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อคืนนี้เธอเผลอเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบของเขาจริงๆ แต่มันก็เป็นเพียงสัญชาติญาณความใคร่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อถูกเล้าโลมเท่านั้นแหละ เธอไม่ได้รู้สึกดีกับตัวเขาเลยสักนิด

“ใช้อันนี้ไปก่อน เข้าเมืองแล้วจะซื้อมาให้ใหม่” พูดพลางบีบยาสีฟันใส่แปรงแล้วจับยัดใส่ปากภรรยาหน้าตาเฉย เธอถลึงตาใส่อย่างไม่พอใจแล้วดึงแปรงสีฟันจากมือเขาไปแปรงเอง

“ก็แค่เนี้ย! ใช้แปรงสีฟันอันเดียวกันก็ไม่เห็นจะตาย”

ฟ้าพราวถลึงตาใส่คนพูดมากแล้วรีบแปรงให้เสร็จเร็วๆ จากนั้นก็บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหลายครั้งมากราวกับรังเกียจเขานักหนา ทุกการกระทำของเธอมีสายตาของสามีจอมหื่นจ้องมองไม่วางตาจนน่ากลัวว่าเขาจะอดใจไม่ไหวแล้วจับเธอกดในห้องน้ำ

“กลัวผมเหรอ” ภูริดลถามอย่างรู้เท่าทันความคิดของภรรยา

“อย่าเข้ามานะ” ฟ้าพราวรีบห้ามเมื่อเห็นเขาเริ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ และทันใดนั้นเสียงของน้ำมณีก็ดังแว่วเข้ามาราวกับระฆังช่วยชีวิต

“ดินกับคุณหญิงฟ้าตื่นกันแล้วใช่มั้ยลูก แม่เห็นประตูบ้านเปิดอยู่เลยเดินเข้ามาดู”

“คุณแม่มาทำไมแต่เช้า” ภูริดลตะโกนถามแต่ก็ไม่รออีกฝ่ายตอบ “คุณแม่ไปนั่งรอที่ห้องรับแขกก่อนนะครับ เดี๋ยวผมตามออกไป”

“แล้วคุณหญิงฟ้าล่ะลูก” น้ำมณีถามถึงลูกสะใภ้ด้วยความเป็นห่วง

“อยู่ในห้องน้ำกับผมนี่แหละครับ”

“โล่งอก แม่นึกว่าคุณหญิงหนีดินกลับวังแล้ว” คนเป็นแม่แกล้งแซวลูกชาย

“คุณแม่ออกไปรอข้างนอกได้แล้วผมจะจู๋จี๋กับเมีย” ภูริดลแกล้งบอกทำให้โดน ‘เมีย’ หยิกต้นแขนอย่างแรงไปหนึ่งทีโทษฐานที่ทำให้เธออับอาย

“โอเคๆ แม่ออกไปละ รีบๆ ตามออกมานะ”

เมื่อสิ้นเสียงของน้ำมณีแล้วฟ้าพราวก็หันขวับมาจ้องหน้าสามีตาเขียว “บอกคุณแม่แบบนั้นได้ยังไง ไม่คิดบ้างเหรอว่าฉันจะอาย”

“เราแต่งงานกันแล้ว ขึ้นชื่อว่าเป็นผัวเมียกันแล้ว จะทำอะไรกันมันก็เป็นเรื่องปกตินะจ๊ะเมียจ๋า ไม่เห็นต้องอายเลย”

“ฉันไม่ได้หน้าด้านหน้าทนเหมือนคุณ”

“ด่าผัวอีกแล้วนะ”

“ก็มันจริงนี่”

“ผมออกไปหาคุณแม่ดีกว่า เถียงกับคุณหญิงทั้งวันก็ไม่จบ” ว่าแล้วก็บีบก้นนุ่มเด้งของภรรยาอย่างมันเขี้ยวไปหนึ่งทีก่อนเดินออกไปรับหน้าน้ำมณี

“อร๊าย! คนบ้า!” หญิงสาวทำท่าฮึดฮัด อยากกรีดร้องแต่ก็เกรงใจแม่สามีที่อยู่ข้างนอก ไม่อยากให้ผู้ใหญ่ไม่สบายใจว่าแต่งงานกันแค่วันเดียวก็ตีกันเกือบตาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel