บท
ตั้งค่า

ย้ายตำหนัก

“หม่อมฉันก็เป็นเช่นนี้แหละเพคะ ไม่ได้หวังให้ฮ่องเต้อย่างพระองค์มาชื่นชมอยู่แล้ว”

“นี่เจ้า!”

“ว่ามาเถิดเพคะ ว่าหม่อมฉันจะถูกลงโทษเช่นไร”

“เจ้าจะต้องคัดบทสวดมนต์เก้าร้อยจบ เมื่อคัดครบจำนวนแล้วข้าจะให้จินเป่าเอาไปที่หออันฮัว”

“เพคะ หม่อมฉันจะรีบคัดทุกตัวอักษรอย่างประณีตให้ครบเก้าพันบทตามพระประสงค์ของพระองค์” พูดจบก็โน้มตัวทำความเคารพ เตรียมเดินจากไป

“เดี๋ยวก่อน ข้ายังพูดไม่จบ” ว่าพลางจับแขนนางไว้

เยว่ซินมองพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้ไล่ตั้งแต่หัวคิ้วจนถึงริมฝีปาก ใบหน้าขาวสะอาด งดงามราวกับภาพวาดของพระองค์ทำเอานางใจเต้นตึกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เจ้าจะต้องย้ายมาที่ตำหนักของข้าจนกว่าจะคัดอักษรเสร็จ”

“พระองค์ว่ายังไงนะเพคะ!”

“ข้าบอกว่าเจ้าต้องย้ายมาที่ตำหนักของข้าจนกว่าจะคัดอักษรเสร็จ”

“พระองค์ทำเช่นนี้ เห็นทีจะไม่เหมาะ หม่อมฉันไม่ได้อยากเห็นหน้าพระองค์บ่อย ๆ เหมือนกับพระสนมคนอื่น เพราะฉะนั้นหม่อมฉันขอปฎิเสธเพคะ” เยว่ซินปฎิเสธทันควัน ฟู่ชางที่ได้ยินถึงกับควันออกหู

“เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธข้า”

“จินเป่า เจ้าให้คนไปขนข้าวของเครื่องใช้ของหลี่กุ้ยเหรินมาที่ตำหนักข้า ภายในวันนี้นางจะต้องย้ายมาอยู่กับข้าที่ตำหนัก”

“ฝ่าบาท แล้วพระองค์จะให้พระสนมหลี่กุ้ยเหรินพักอยู่ส่วนไหนของตำหนักรึพ่ะย่ะค่ะ”

“กลางวันอยู่หอด้านข้าง กลางคืนอยู่กับข้าที่ห้องบรรทม หลี่กุ้ยเหรินในเมื่อเจ้าไม่อยากเจอข้า ข้าก็จะให้เจ้าได้เจอหน้าข้าทุกวัน” พูดกับจินกงกงจบ ก็หันไปพูดกับนางต่อ พร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ

“นางมาแล้วหรือยัง” ฮ่องเต้หนุ่มเงยหน้าถามจินกงกง

“เมื่อครู่หลี่กุ้ยเหรินให้คนมาบอกว่าฮองเฮาทรงเรียกนางไปพบที่ตำหนักพ่ะย่ะค่ะ”

“จินเป่า เจ้าไปที่ตำหนักฉางชุนบอกฮองเฮาว่าหลี่กุ้ยเหรินนางถูกลงโทษให้คัดบทสวดมนต์ที่หอเฉียนชิง ใครก็ห้ามพบนาง จนกว่านางจะคัดบทสวดมนต์เสร็จ ไปรับนางกลับมาที่นี่ประเดี๋ยวนี้”

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

ก่อนที่เยว่ซินจะได้ย่างกรายออกจากตำหนักเสียนฝู นางกำนัลจากตำหนักของฮองเฮาก็มาเชิญให้ตนไปพบนายหญิงของหวังหลังอย่างเฉินฮองเฮาเสียก่อน

“ฮองเฮา พระสนมหลี่กุ้ยเหรินมาแล้วเพคะ”

“ให้นางเข้ามาได้” สิ้นคำ นางกำนัลก็เชิญนางเข้าไปในตำหนัก

“ถวายพระพร ฮองเฮา”

“หลี่กุ้ยเหรินเชิญนั่ง” ฮองเฮาเอ่ยขึ้น นางจึงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ พระองค์

“พระองค์เรียกหม่อมฉันมาที่นี่ไม่ทราบว่ามีเรื่องอันใดจะคุยกับหม่อมฉันรึเพคะ”

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าถูกฝ่าบาทลงโทษให้คัดบทสวดมนต์เป็นเรื่องจริงหรือไม่”

“จริงเพคะ”

“เจ้าไปก่อเรื่องอะไรไว้ ฝ่าบาทถึงได้ลงโทษเจ้ากัน”

“คะ...คือว่าหม่อมฉันแอบไปตกปลาที่สระน้ำท้ายวังหลังเพคะ ฝ่าบาทบังเอิญไปเห็นเข้า พระองค์จึงได้ลงโทษหม่อมฉัน” นางตอบอึกอัก รู้สึกกังวลใจไม่น้อย เหตุเพราะทุกคนในวังต่างรู้นิสัยของพระนางดี ว่าพระองค์นิสัยเป็นเช่นไร

“หลี่กุ้ยเหรินเจ้ารู้ใช่ไหมว่าทำผิดกฎของวังหลังจะมีโทษเช่นใด”

“หม่อมฉันรู้ดีเพคะ”

“หากรู้แล้ว เจ้าทำเช่นนี้ทำไมกัน!” ฮองเฮาพูดเสียงดัง พร้อมกับโยนถ้วยชาลงพื้นจนแตกละเอียด

“เพล้ง!”

เย่วซินสะดุ้งตกใจ เมื่อเห็นพระองค์ทำเช่นนี้ แต่กระนั้นนางก็มิได้เอ่ยอันใดออกไป

“ฮองเฮา พระสนมหรงเฟยขอเข้าเฝ้าเพคะ”

“หึ ข้าว่าแล้วว่านางจะต้องเสนอหน้ามาที่นี่ ให้นางเข้ามา”

“ถวายพระพร ฮองเฮา” ทันทีที่เข้ามาในตำหนัก สนมหรงเฟยก็ถวายพระพร ทำความเคารพฮองเฮาอย่างนอบน้อม

“น้องหรงเฟย เสด็จมาหาข้าถึงที่นี่มีเรื่องอันใดรึ”

“หม่อมฉันได้ยินว่าพระองค์ทรงรู้สึกไม่ค่อยสบาย จึงได้นำชาชั้นดีจากตงเป่ยมาถวายเพคะ”

“ขอบใจเจ้ามากที่เป็นห่วงข้า ตอนนี้ข้าสบายดีไม่ต้องการชาของเจ้า” ตอบหรงเฟยเสร็จก็หันไปพูดกับนางต่อด้วยทีท่าไม่ทุกข์ร้อนอันใด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel