คัดเลือกเข้าวัง
“สีหน้าข้ามันบ่งบอกขนาดนั้นเชียวรึ” นางถามกลับ ใบหน้าเรียบนิ่งแฝงแววตาความกังวลใจ
“เจ้าค่ะ” อี้เซียวว่า พร้อมกับพยักหน้าหงึกหงัก
“ข้าเดินผ่านเรือนใหญ่บังเอิญได้ยินท่านพ่อกับท่านแม่สนทนาเรื่องท่านพี่ซีอินเข้าน่ะ”
“เรื่องคุณหนูใหญ่รึเจ้าคะ”
“ใช่ ตอนนี้ข้ากำลังสงสัยถึงการตายของพี่ข้า จะต้องมีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เป็นแน่”
“หากเป็นเช่นนั้นจริง คุณหนูจะทำเช่นไรเจ้าคะ เรื่องทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นในพระราชวังต้องห้ามนั้น คนภายนอกมิอาจย่างกรายเข้าไปที่นั่นได้ง่ายดายนัก”
“ข้าจะเข้าคัดเลือกเป็นพระสนมขององค์ฮ่องเต้ ไหน ๆ ท่านพ่อก็จะส่งข้าเข้าวังอยู่แล้ว ข้าจะต้องสืบหาความจริงเรื่องนี้ให้จงได้ แม้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม” น้ำเสียงแน่วแน่เปล่งออกมาจากริมฝีปากบาง นางได้เลือกแล้ว เยว่ซินบอกกับตัวเอง ไม่ว่าหนทางข้างหน้านี้จะยากลำบากเพียงใดนางไม่สน ขอเพียงการตายของพี่หญิงของตนได้รับความยุติธรรมเป็นพอ
ไม่นานนัก เยว่ซินก็ได้ยินเสียงของสาวใช้มาร้องเรียกในนางเป็นพบผู้ให้กำเนิดทั้งสองที่เรือนใหญ่
“ท่านพ่อ ท่านแม่ เรียกลูกมาพบมีเรื่องอันใดรึเจ้าคะ”
“เยว่ซิน เจ้าคงได้ยินมาบ้างแล้วว่าฮ่องเต้ทรงมีพระบัญชาให้ขุนนางทั่วแผ่นดินส่งบุตรีเข้าวังต้องห้าม เพื่อคัดเลือกเป็นพระสนม ครอบครัวเรามีเจ้าเพียงคนเดียวในหมู่พี่น้องทั้งหมดที่ยังมิได้มีสัญญาหมั้นหมายกับผู้ใด ฉะนั้นพ่อจำเป็นต้องส่งเจ้าเข้าวัง ถึงจะเป็นเช่นนี้แต่พ่ออยากถามความสมัครใจของเจ้าก่อน ว่าเจ้าเต็มใจรึไม่”
“เรียนท่านพ่อ เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ หากท่านพ่อกับท่านแม่เห็นพ้องกันให้ลูกเข้าวังไปเป็นสนม ลูกก็ไม่มีอันใดจะคัดค้าน เพียงแต่ลูกมีเรื่องที่จะขอร้องเรื่องหนึ่ง”
“เจ้าว่ามาเถิด หากไม่เหนือบ่ากว่าแรงนักพ่อล้วนทำตามที่เจ้าขอ”
“ลูกขอให้อี้เซียวติดตามลูกเข้าวังไปด้วยได้ไหมเจ้าคะ”
“เรื่องนี้เองรึ ถึงเจ้าไม่ขอพ่อก็คิดไว้แล้วว่าจะให้นางไปกับเจ้าด้วย เพียงแต่ให้นางอยู่ข้างกายเจ้าคนเดียวพ่อไม่วางใจ พ่อจะให้อวี้หลางตามเจ้าไปด้วย นางฉลาดเฉลียว รอบรู้ ทั้งยังมีความรู้เรื่องยาและสมุนไพร หากวันใดเจ้าลำบากนางจะได้ช่วยเหลือเจ้าได้”
“เจ้าค่ะ หากท่านพ่อไม่มีเรื่องอันใดแล้ว เยว่ซินขอตัว”
“เจ้าไปเถิด”
เมื่อได้รับอนุญาต นางก็เดินกลับเรือนของตนไป ทิ้งให้ชายหญิงย่างวัยชราได้ปรึกษาหารือเรื่องอื่นต่อ
หากถามใจนางว่าอยากเป็นสนมขององค์ฮ่องเต้หรือไม่ นางตอบได้ในทันทีเลยว่าไม่ สถานที่อย่างวังหลังช่างน่ากลัวและแสนโดดเดี่ยว ทุกคนต่างแก่งแย่งชิงดีกันไม่จบไม่สิ้น อย่าได้หวังว่าจะได้พบเจอมิตรแท้ในวังต้องห้ามนั้น มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะมีชีวิตรอด...เยว่ซินบอกตัวเอง
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน ถึงคราที่จะต้องเข้าคัดเลือกเป็นสนมในวัง วันนี้เยว่ซินแต่งกายเรียบง่าย ไม่ได้ประโคมใส่เครื่องประดับมากชิ้นดั่งสตรีนางอื่น แม้นางไม่ได้สวมอาภรณ์สวยสะดุดตาแก่ผู้พบเห็น แต่ใบหน้างดงามหมดจรด รอยยิ้มหวานเปรียบดั่งน้ำค้างในคืนพระจันทร์เต็มดวง ทั้งความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ทำให้นางกลายเป็นจุดเด่นในหมู่หญิงงาม
เยว่ซินผ่านการคัดเลือกได้อย่างง่ายดาย ราวกับว่าทุกอย่างได้ถูกตระเตรียมไว้แล้ว กระทั่งเข้าสู่รอบสุดท้าย รอบตัดสินว่านางจะได้เป็นสนมหรือไม่ นั่นก็คือองค์ฮ่องเต้ พระองค์จะมอบดอกไม้ให้แก่สตรีที่พระองค์พึงพอใจ หากผู้ใดไม่ได้ถูกเลือกแล้วจะได้รับถุงหอมกลับจวนไป
“ฮ่องเต้ เสด็จแล้ว” เสียงขันทีพูดเสียงดัง ก่อนที่ร่างสูงในชุดฮ่องเต้จะเดินเข้ามาภายในห้องโถง ด้วยท่าทางสง่างามดูน่าเกรงขาม พระองค์เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้กลางห้อง พลันสายตาของนางกับพระองค์สบกันเข้าพอดี นัยน์ตาดุดันจ้องมาที่นางเพียงครู่ ก่อนจะไล่สายตามองสตรีแต่ละคน
“ถวายพระพรองค์ฮ่องเต้ ขอพระองค์อายุยืนหมื่นปี หมื่น ๆ ปี” เหล่าบรรดาหญิงงามจากทั่วแผ่นดินที่ผ่านการคัดเลือกกล่าวถวายพระพร พร้อมทำความเคารพ
“ไม่ต้องมากพิธี พวกเจ้าทำตัวตามสบายเถิด” เขาบอกเสียงเรียบ
