บท
ตั้งค่า

เปลี่ยนชะตาตัวเอง1.1

บทที่ 3 เปลี่ยนชะตาตัวเอง

ไป๋หนิงเฟิ่งหันไปมองด้วยสายตาเย็นชา นางไม่อยากจะเชื่อว่าท่านอาสามของนาง จะขี้ขลาดเช่นนี้ “ท่านอาสาม เช่นนั้นเหตุใดท่านไม่ให้บุตรสาวของท่านแต่งงานแทนข้าล่ะ เวลานั้นใครก็ไม่สามารถเอาผิดกับตระกูลไป๋ได้”

“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ บุตรสาวของข้าเป็นเพียงบุตรจากบ้านสาม หาใช่บ้านใหญ่ แต่งเข้าไปก็เป็นได้แค่เพียงอนุเท่านั้น” นายท่านสามไป๋ตวาดออกมา ไม่คิดว่าหลานสาวจะหาเรื่องตายให้บ้านตนเอง

ไป๋หนิงเฟิ่งยกยิ้มเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยิน นางโค้งศีรษะต่ำแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ลูกยังยืนยันตามเดิม หากไม่มีเรื่องอื่นใดแล้ว ลูกขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะเจ้าคะ ท่านพ่อ”

จากนั้นนางจึงเดินออกมาจากโถงใหญ่ พร้อมกับสาวใช้ข้างตัวด้วยความสง่างาม

ทว่าไม่มีใครคาดคิดข่าวที่ไป๋หนิงเฟิ่งปฏิเสธการแต่งงาน จะแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ม จากโถงใหญ่ของจวนตระกูลไป๋ แพร่กระจายไปสู่ปากชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ จวนไป๋ จนไปถึงหูเหล่าขุนนางที่คอยจับตามองเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากมีใครบ้างที่ไม่อยากให้บุตรสาวและหลานสาวของตน ได้แต่งงานกับต้วนอ๋อง

ดังนั้นไม่กี่วันถัดมา ก็ได้มีคำสั่งเรียกให้ราชครูไป๋และบุตรสาวไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่ห้องทรงอักษร

“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”

“ถวายบังคมเพคะ ฝ่าบาท”

“พวกเจ้าลุกขึ้นเถิด พวกเจ้าทั้งสองคนรู้แล้วใช่หรือไม่ว่าเหตุใดเราถึงเรียกพวกเจ้าเข้ามาพบ” ฮ่องเต้เซียวหยางตรัสด้วยเสียงราบเรียบแต่แฝงความดุดันทรงอำนาจ เพื่อต้องการคำตอบจากข่าวลือที่เกิดขึ้น

“เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันทราบเรื่องที่พระองค์เรียกพบในวันนี้ดีเพคะ” นางกล่าวเสียงหนักแน่นเช่นกัน แม้ภายในใจจะหวาดหวั่นอย่างมากก็ตาม

“เช่นนั้นเราขอถามได้หรือไม่ เหตุใดเวลานี้คุณหนูไป๋ถึงไม่ยินดีแต่งงานกับต้วนอ๋อง ตามที่บิดาของเจ้าร้องขอมาจากความต้องการของเจ้าเอง”

“หม่อมฉันผิดเองเพคะ เวลานั้นหม่อมฉันคิดแค่ว่าอยากแต่งเข้าจวนอ๋อง เลยให้บิดามาร้องขอราชโองการงานแต่งให้หม่อมฉันกับท่านอ๋อง ทว่าเวลาผ่านไป หม่อมฉันก็รู้แล้วว่า ตัวของหม่อมฉันเพียงแค่ชื่นชมในความสามารถท่านอ๋อง อีกทั้งทราบว่าสตรีที่ท่านอ๋องรักไม่ใช่หม่อมฉันเพคะ” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ประโยคสุดท้ายมีเสียงสะอื้นปะปนไปด้วย เหมือนคนที่ยอมรับความพ่ายแพ้ให้กับความรักของท่านอ๋องที่มีต่อคนรัก

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” ฮ่องเต้เซียวหยางมีท่าทีตกใจไม่น้อย “เจ้ากำลังจะบอกเราว่า คนที่ต้วนอ๋องรักและหวังจะแต่งงานด้วย ไม่ใช่เจ้าเช่นนั้นหรือ”

ไม่เพียงแต่ฮ่องเต้เท่านั้นที่ตกใจ ราชครูไป๋ซึ่งเป็นบิดาของนาง ก็มีอาการตื่นตกใจเหมือนกัน

“ใช่เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันได้ยินเรื่องนี้ก็เริ่มสืบว่าสตรีนางนั้นเป็นผู้ใด หากเป็นเพียงสตรีชาวบ้านหม่อมฉันอาจจะยอมรับการแต่งงานในครั้งนี้ แต่ทว่าสตรีนางนั้นมีฐานะไม่ต่างจากหม่อมฉัน และไม่แน่ว่าอาจจะสูงส่งกว่าด้วยซ้ำ หม่อมฉันจึงไม่อยากตัดด้ายแดงของผู้ใด ดังนั้นฝ่าบาทโปรดยกเลิกงานแต่ง ระหว่างหม่อมฉันกับต้วนอ๋องด้วยเถิดเพคะ” นางกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่

ไม่ว่าอย่างไร ไป๋หนิงเฟิ่งต้องยกเลิกงานแต่งครั้งนี้ให้ได้ แล้วจะเลือกเส้นทางเดินใหม่ให้กับตนเอง และนางต้องสืบให้แน่ชัดว่าใครคือกบฏที่แท้จริง

“เช่นนั้นเจ้าบอกเราได้หรือไม่ ว่าสตรีนางนั้นคือผู้ใด”

“คุณหนูตระกูลหลี่ หลี่ชุยผิงเพคะ นางคือคนรักที่แท้จริงของท่านอ๋อง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“อะไรนะ คุณหนูตระกูลหลี่คนนี้ ไม่ใช่สหายของเจ้าหรอกหรือ” ฮ่องเต้ถามย้ำอีกครั้ง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเรื่องความรักของหนุ่มสาว ถึงได้วนเวียนไปมาเช่นนี้

“ใช่แล้วเพคะ หม่อมฉันจึงไม่อยากตัดวาสนาของทั้งคู่ หนึ่งก็สหายที่หม่อมฉันรัก หนึ่งก็บุรุษที่มีความสามารถที่ช่วยปกครองแคว้นอย่างกล้าหาญ แต่หากฝ่าบาทไม่อยากให้ตระกูลไป๋ต้องขายหน้า เช่นนั้นมอบสมรสพระราชทานให้กับบุตรสาวสายรองแต่งเข้าเป็นชายารองหรืออนุก็ได้เพคะ ส่วนหม่อมฉันยินดีที่จะรับชื่อเสียงที่เสียนี้เอง” นางกล่าวย้ำชัดเจน

ราชครูไป๋ไม่คิดว่าบุตรสาวจะยอมยกงานแต่งให้กับน้องสาวจากสายรอง แต่นึกไปแล้วแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยบ้านสายรองก็ได้แต่งเข้าจวนต้วนอ๋อง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงชายารองหรืออนุก็ตาม

“ท่านราชครู ท่านคิดเห็นว่าอย่างไร เรื่องนี้เรายกให้ท่านตัดสินใจ เราจะได้ออกราชโองการให้” ฮ่องเต้กล่าวอย่างจนปัญญา เนื่องจากคุณหนูตระกูลหลี่ คือคุณหนูจากจวนเสนาบดี เขาจึงไม่คิดที่จะขัดในเรื่องนี้

“เช่นนั้นก็เอาตามที่บุตรสาวของกระหม่อมกล่าวมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ราชครูไป๋ถอนหายใจเล็กน้อย “หม่อมฉันเองก็ไม่อยากฝืนใจบุตรสาว ในเมื่อคุณหนูหลี่คือสตรีในดวงใจของท่านอ๋อง เช่นนั้นก็แล้วแต่บุญวาสนาเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นทำตามที่ท่านราชครูกล่าวมาก็แล้วกัน เราจะออกราชโองการให้บุตรสาวสายรองของตระกูลไป๋ แต่งเข้าจวนอ๋องเพื่อเป็นอนุก็แล้วกัน ส่วนคุณหนูตระกูลหลี่ เราจะส่งจดหมายหาต้วนอ๋อง ให้เขามาจัดการเอง หากเขาต้องการสมรสพระราชทาน เราจะออกราชโองการให้”

นี่คงเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว หากต้วนอ๋องอยากแต่งกับคุณหนูหลี่ผู้นั้นจริง คงมาขอราชโองการสมรสพระราชการกับตนเอง

‘นึกแล้วก็เสียดาย หากบุตรของเราได้นางมาเป็นชายาคงจะดีไม่น้อยเลย’ ฮ่องเต้ได้แต่คิดในใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel