บท
ตั้งค่า

ปฏิเสธการแต่งงาน 1.2

เมื่อเดินเข้าสู่โถงใหญ่ ไป๋กั๋วจิ้น ราชครูผู้เป็นบิดา นั่งอยู่บนเก้าอี้สูงพร้อมมีใบหน้าขึงขัง ท่ามกลางญาติผู้ใหญ่และพี่น้องหลายคน ทุกสายตาจับจ้องมองมายังไป๋หนิงเฟิ่งทันทีที่นางก้าวเข้ามา

“หนิงเฟิ่ง อีกไม่กี่เดือนเจ้าต้องเข้าพิธีแต่งงานกับต้วนอ๋องแล้ว เรื่องนี้เป็นเกียรติแก่ตระกูลไป๋ยิ่งนัก เจ้าอย่าได้ทำให้ตระกูลเสียหน้าล่ะ” ราชครูไป๋กล่าวเสียงกังวานและหนักแน่น แววตาจับจ้องไปยังบุตรสาวอย่างเข้มงวด

ไป๋หนิงเฟิ่งยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แผ่นหลังตรง ภายในใจปั่นป่วนด้วยความทรงจำจากชาติที่แล้ว ภาพวันที่ถูกสวามีเมินเฉยใส่ ภาพที่เขากอดปกป้องหญิงอีกคน แล้วนางถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับความตาย ท่ามกลางเพลิงสงครามของกลุ่มกบฏ ยามนี้ทุกเหตุการณ์หลั่งไหลเข้ามาดังสายน้ำ

“หนิงเฟิ่ง เจ้าจะไม่กล่าวสิ่งใดหรือ” ราชครูไป๋เอ่ยขึ้น เมื่อเห็นบุตรสาวยังยืนนิ่ง ๆ

นั่นทำให้นางเรียกสติกลับมา ก่อนจะโค้งตัวเล็กน้อย แล้วเอ่ยอย่างสงบ “ท่านพ่อโปรดอภัย หากแต่ครั้งนี้ลูกไม่อาจทำตามอย่างที่ตระกูลไป๋คาดหวังได้เจ้าคะ”

คำกล่าวนั้นของนาง ทำให้บรรยากาศในห้องโถงแข็งทื่อ หลายคนพากันอึ้ง บางคนถึงกับเอ่ยท้วงอย่างไม่พอใจ “หนิงเฟิ่ง! เจ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่ากล่าวสิ่งใดออกมา”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” ราชครูไป๋ขมวดคิ้วเข้ม แล้วเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น บุตรสาวของเขาถึงกล่าวออกมาเช่นนี้

ไป๋หนิงเฟิ่งเงยหน้าขึ้นมาสบตากับบิดา แววตาสว่างวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อนจะบอกไปว่า “ลูกหมายความตามที่เอ่ยออกไป ลูกไม่ต้องการแต่งเข้าจวนต้วนอ๋องอีกแล้วเจ้าค่ะ”

น้ำเสียงของนางเยียบเย็นและชัดเจนทุกถ้อยคำ จนทุกคนในโถงใหญ่นี้หันมามองนางอย่างไม่เชื่อหูตนเอง สาวใช้ที่ยืนอยู่ต่างก็เบิกตากว้าง ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณทันที

ไป๋กั๋วจิ้นหลังจากเรียกสติกลับมาได้ จึงตวาดออกมาเสียงดัง “เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ รู้หรือไม่ว่าคำกล่าวของเจ้านี้หมายความว่าอย่างไร เจ้าขัดราชโองการได้เช่นนั้นหรือ”

หัวใจของนางเต้นแรงเมื่อได้ยินคำว่าราชโองการ เนื่องจากการขัดราชโองการนั้น มีแค่ตายกับตายเท่านั้นที่รออยู่ แต่เมื่อคิดจะยืนหยัดแล้ว นางจึงเชิดหน้ากล่าวออกมาอย่างหนักแน่น

“ท่านพ่อ ลูกรู้ดีว่าต้วนอ๋องไม่ได้มีใจให้กับลูก แต่งเข้าไปมีแต่จะเสียใจ ลูกไม่อยากเป็นพระชายาที่พระสวามีไม่ต้องการ อย่างไรงานแต่งครั้งนี้ ลูกไม่มีทางยินยอมเจ้าค่ะ”

ทันทีที่ถ้อยคำพวกนี้หลุดออกมา ความโกลาหลก็ปะทุขึ้นในโถงใหญ่ ญาติบางคนถึงกับลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ สีหน้าตื่นตกใจแทบสิ้นสติ “หนิงเฟิ่ง เจ้ากล่าวเหลวไหลสิ่งใดออกมา รู้ตัวหรือไม่!”

“นั่นสิพี่หญิง ท่านนึกจะแต่งงานก็มาร้องขอให้ท่านลุงไปขอราชโองการสมรสพระราชทานให้ แต่เวลานี้เหตุใดท่านจึงไม่ยอมแต่งเล่าเจ้าคะ” บุตรสาวสายรองเอ่ยขึ้นอย่างดูหมิ่น นางอิจฉาไม่น้อยที่บุตรีจากบ้านใหญ่ได้แต่งเข้าจวนอ๋อง ทว่าตัวของนางยังไม่รู้ว่าต้องแต่งกับผู้ใด

“นั่นสิ น้องของเจ้ากล่าวถูกต้องแล้ว อีกอย่าง ยามนี้ไม่สามารถแก้ไขสิ่งใดได้อีกแล้ว” นายท่านรองไป๋เอ่ยอย่างไม่พอใจ ที่หลานสาวจะทำเสียเรื่อง หากขัดราชโองการของฝ่าบาท มิต้องตายกันหมดทั้งตระกูลหรอกหรือ

“นี่เป็นการแต่งตามราชโองการ เจ้ามิอาจขัดราชโองการนี้ได้ สตรีที่โง่งมเช่นเจ้า อย่าทำให้คนทั้งตระกูลต้องพลอยรับเคราะห์ถูกประหารไปด้วย” คราวนี้เป็นนายท่านสามไป๋เอ่ยอย่างเกรี้ยวกราดเพราะความโมโห

“ท่านอาทั้งหลาย แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นราชโองการของฝ่าบาท ทว่าตอนนี้ยังเป็นเพียงคำกล่าวว่าให้บุตรสาวจากตระกูลไป๋แต่งกับท่านอ๋องเท่านั้น อีกทั้งราชโองการจริงยังไม่มาถึงจวนตระกูลไป๋ แล้วเหตุใดข้าจะขัดเรื่องการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เล่า” นางกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ ในเมื่อมีเพียงคำกล่าวว่าจะให้บุตรสาวจากตระกูลไป๋ แต่งกับแม่ทัพอย่างต้วนอ๋อง อ๋องต่างแซ่ของราชวงศ์ แล้วเหตุใดนางจะขัดไม่ได้

ทันทีที่นางกล่าวจบ เสียงตำหนิก็ถาโถมเข้ามาไม่หยุด แต่ไป๋หนิงเฟิ่งกลับยืนนิ่งหลังตรง ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย แววตาของนางแสดงออกว่ายังคงยึดมั่นกับสิ่งที่กล่าวออกไป

ราชครูไป๋ตบโต๊ะเสียงดัง ก่อนจะกล่าวเสียงดังกว่าเดิม

“เจ้ารู้หรือไม่ หากเจ้าขัดราชโองการด้วยการไม่แต่งงานในครั้งนี้ นั่นหมายความว่าโทษตายจะตกใส่หัวคนทั้งตระกูลไป๋! ต้วนอ๋องหาใช่บุรุษธรรมดาไม่ เขาคือทายาทของตระกูลต้วน ที่เคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่ปกป้องแคว้นกับฝ่าบาท แถมยังกุมกำลังทหารนับแสน!”

“ท่านพ่อ ลูกไม่โต้แย้งเรื่องที่ท่านอ๋องมีกำลังนับแสนอยู่ในมือ แต่เรื่องแต่งงานคราวนี้ ลูกยังยืนยันคำเดิมว่าไม่แต่ง ลูกเชื่อว่าท่านพ่อสามารถยื่นฎีกาเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ได้ ยามนี้ฝ่าบาทยังไม่มีราชโองการเป็นลายลักษณ์อักษร มีเพียงคำกล่าวที่เอ่ยต่อกันเท่านั้น” นางยังคงกล่าวยืนยันเสียงดังฟังชัด ไม่มีแววว่าจะหวาดกลัวโทษ จากเรื่องที่ต้องยกเลิกงานแต่งในครั้งนี้

“ดี ดี ดีเหลือเกิน เช่นนั้นหากเกิดอะไรขึ้น เจ้าจงรับผลที่ตามมาเองก็แล้วกัน” ราชครูไป๋กล่าวอย่างหมดหนทาง เขาปวดหัวกับบุตรสาวคนนี้มาก เขากลัดกลุ้มใจยิ่งกว่าตอนไปขอราชโองการสมรสเสียอีก

“พี่ใหญ่ ท่านจะปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้นะ หาไม่แล้วตระกูลไป๋ของพวกเรา คงถึงคราวเคราะห์ใหญ่เป็นแน่” นายท่านสามไป๋เอ่ยอย่างร้อนใจ ด้วยกลัวจะเกิดเรื่องใหญ่ จนบ้านสามของตนเองต้องเดือดร้อนไปด้วย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel