พบเจอองค์ชายรองเซียวเฟยหลง 1.2
เมื่อเจอคำถามนี้ หลี่ชุยผิงสะอึกไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบ “ใช่แล้ว เขายังไม่กลับมาจากชายแดน หากกลับมาแล้วเขาคงมาสู่ขอข้าน่ะ แล้วที่เจ้าตกสระน้ำน่ะ อาการดีหรือยัง สตรีอย่างเราต้องดูแลตัวเองให้ดี เพราะหากไอเย็นเข้าร่างกายเยอะ จะทำให้มีบุตรยาก”
“ข้าไม่คิดถึงเรื่องนั้นหรอก สตรีที่ชื่อเสียงเสียหายเช่นข้า คงไม่มีชายใดกล้ามาสู่ขอแล้วล่ะ แต่ข้ายินดีกับเจ้านะ และจะไปร่วมงานแต่งของเจ้าอย่างแน่นอน”
“เจ้าอยู่แต่ในจวนไม่เบื่อบ้างหรือ เช่นนั้นไปเดินเล่นกับข้าในตลาดดีหรือไม่ เผื่อว่ามีจะของถูกใจเจ้า” หลี่ชุยผิงเอ่ยชวนไปเดินเล่นในตลาด นางเองก็อยากได้เครื่องประดับเหมือนกัน หากไปกับไป๋หนิงเฟิ่งคราใด นางไม่เคยได้จ่ายเงินสักตำลึงเดียว
ไป๋หนิงเฟิ่งรู้ทันสหายชั่ว แต่ก็แสร้งโอนอ่อนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสงสัย “ไปตลาดก็ดีเหมือนกัน ข้าอยากเดินเล่น” นางยิ้มคล้ายกับดีใจ
‘คอยดูว่าข้าจะเล่นงานเจ้าอย่างไร มีหรือที่ข้าไม่รู้ว่า เจ้าต้องการให้ข้าไปพบเจอคำติฉินนินทาของชาวบ้าน แต่ในเมื่อเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าก็พร้อมที่จะเล่นกับเจ้าเช่นกัน’ นางคิดในใจ ยิ้มเย็นมุมปากเล็กน้อย
ไม่นานพวกนางก็พากันนั่งรถม้าออกมาจากจวนตระกูลไป๋
จวนองค์ชายรอง
ภายในห้องหนังสือ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยและเย็นชา สายตายังคงอ่านฎีการาชกิจที่ตนได้รับมอบหมาย ในฎีกาฉบับนี้มีคนร้องเรียนขุนนางหลายคน ในเรื่องที่ขูดรีดประชาชนเพื่อให้ตนเองสบาย
“ฉางเล่อ เจ้าส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้หน่อย เหตุใดขุนนางที่รับผิดชอบเรื่องนี้ถึงละเลยชาวบ้าน จนมีคนร้องเรียน”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” องครักษ์ฉางรับคำ พร้อมกับหมุนตัวออกจากห้องหนังสือทันที
“เวลานี้คุณหนูใหญ่ไป๋ เดินทางไปตรอกเม่ยชิง เพื่อเดินเล่นกับคุณหนูหลี่” องครักษ์เฉินรายงานตามที่ได้รับมอบหมาย ให้จับตามองไป๋หนิงเฟิ่ง
“นางเพี้ยนไปแล้วหรืออย่างไร ข่าวลือของนางยังไม่ซา แล้วเหตุใดถึงอยากออกจากจวนไปที่ตลาด เช่นนี้แล้วชาวบ้านไม่ซุบซิบเวลาเจอหน้านางหรืออย่างไร” เซียวเฟยหลงถามกลับ คิ้วของเขาก็ขมวดอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดสตรีนางนั้น จึงทำเรื่องให้ตนเองเสียหาย
องครักษ์ได้ยินก็เงียบลง เนื่องจากเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋คนนั้น กำลังคิดทำเรื่องใดกันแน่
ชายหนุ่มโบกมือให้องครักษ์ออกไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ ส่วนเขาก็นั่งคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินออกมาจากห้องเช่นกัน
ตรอกเม่ยชิงยามนี้เต็มไปด้วยผู้คน ตลอดสองข้างทางก็เต็มไปด้วยร้านค้า ในแต่ละร้านก็มีคนจำนวนมาก ที่ไปเลือกซื้อสินค้าตามที่ต้องการ
ไป๋หนิงเฟิ่งมาถึงก็ลงจากรถม้าเดินเข้ามา เนื่องจากไม่เหมาะที่จะให้รถม้าขับเคลื่อนเข้ามาในตรอกแห่งนี้
“นั่นคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ไม่ใช่หรือ เหตุใดนางยังกล้าออกมาเฉิดฉายให้คนอื่นเห็น”
“นั่นสิ ถึงแม้จะเป็นบุตรสาวสายตรงของท่านราชครูไป๋ แต่ชื่อเสียงของนางเวลานี้ป่นปี้ไปหมดแล้ว สตรีที่ถูกท่านอ๋องยกเลิกงานแต่ง จะมีผู้ใดกล้าแต่งงานกับนางอีก จะว่าไปใบหน้าของนางก็งดงามมากทีเดียว”
“ความงามก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้หรอกนะ หากบุรุษไม่รักและไม่ต้องการ งดงามเพียงใดก็เป็นเพียงแค่ดอกไม้ประดับในจวน จะว่าไปก็น่าสงสารนางอยู่เหมือนกันนะ”
เสียงซุบซิบและสนทนาที่เกี่ยวข้องกับไป๋หนิงเฟิ่งดังไม่หยุด นอกจากเสียงที่กำลังนินทาแล้ว ก็ยังมีสายตาลอบมองมาที่นางไม่หยุดหยุดเช่นกัน ทว่าไป๋หนิงเฟิ่งกลับไม่ได้มีท่าทีสนใจ หรืออับอายกับเสียงนินทาที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
นางยังคงเลือกที่เดินหลังตรงและสง่าผ่าเผย มากกว่าที่จะหลบสายตาผู้คน
หลี่ชุยผิงแอบยิ้มเยาะ หลังได้ยินสหายถูกชาวบ้านนินทาและดูถูก โดยไม่คิดจะช่วยเหลือใด ๆ
“เจ้าอย่าคิดมากไปเลยหนิงเฟิ่ง เดี๋ยวชาวบ้านพวกนี้ก็เงียบปากไปเอง” นางเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาเหมือนจะสื่อถึงสิ่งที่กล่าวออกไปจริง ๆ
“ช่างมันเถิด ข้ายอมรับผลที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องคิดมากหรือกังวลใจเรื่องของข้าไปหรอก” ไป๋หนิงเฟิ่งเอ่ยเสียงนุ่ม ทำทีแสร้งไม่สนใจ ทว่าแววตากลับดูเศร้าเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้
นี่ยิ่งทำให้สหายชั่วอย่างหลี่ชุยผิงสาแก่ใจมากกว่าเดิม
