บทที่๓
บทที่๓ พี่ชายน้องสาว-จงอาจหวงไข่
คืนนั้นฉู่หยางหมิ่นไท่จื่อก็เสด็จมาประทับกับพระคู่หมั้นตัวน้อย คอยเอาอกเอาใจไม่ห่าง เป็นการไถ่โทษที่ตนก็มีส่วนทำให้นางเจ็บป่วย เพราะการเรียนการสอนในวันนี้ เขาเป็นคนจัดตารางปรับเปลี่ยนให้นางเองกับมือ ผู้ใดจะไปนึกว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน แม้ว่าเขาจะชดเชยด้วยการสืบหาสาเหตุและลงทัณฑ์ทุกคนไปแล้ว ทว่าความรู้สึกผิดก็ยังคงเกาะกินหัวใจไม่ลดละอยู่ดี
“เป็นอย่างไรบ้าง เด็กดี” เขายื่นมือมาลูบศีรษะได้รูปของนางเล่นไปมา
คนแกล้งป่วยขยับตัวลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับโถมร่างเข้าใส่ทายาทมังกร ซุกหน้าอยู่กับแผ่นอกกว้างถูไถไปมาอย่างออดอ้อน
คนตัวโตกว่าหาได้รังเกียจสัมผัสอันชิดใกล้ของอีกฝ่าย อ้าแขนกระชับอ้อมกอดพร้อมกับพรมจูบไปตามหน้าผากเกลี้ยงเกลา
“ดีขึ้นแล้วเพคะ ยาของท่านหมอหลวงดีมากจริงๆ” นางเน้นย้ำประโยคหลังเป็นพิเศษ และก็อดที่จะหวนนึกไปถึงตอนนั้นมิได้
โอสถสีเขียวเข้มส่งกลิ่นฉุนจัด ถูกหมอหลวงนำเข้ามาให้นางดื่ม อาศัยอะไรกันมาบังคับให้นางดื่มยาขมๆ ทั้งที่นางมิได้เจ็บป่วย โชคยังดีที่ยามนั้นองค์รัชทายาทมัวแต่เค้นหาความจริงจากปากของข้าราชบริพาร ทำให้นางสามารถข่มขู่ท่านหมอหลวงได้อย่างสบายใจ
โอสถถ้วยนั้นเป็นท่านหมอใจกว้างอาสาดื่มเข้าไปแทน นางจึงได้รอดตัวอย่างหวุดหวิด มิต้องทนขมพร่าให้ระคายเคืองลิ้น
“พี่คงต้องตกรางวัลให้ท่านหมออย่างงามเสียแล้ว เจ้าหายก็ดีแล้วล่ะ พี่เป็นห่วงแทบแย่รู้หรือไม่” กล่าวจบก็กดจูบเส้นผมสลวยหนักๆ
“ขอบพระทัยเพคะ ที่ทรงเป็นห่วง “เว่ยซีซีเงยหน้าขึ้นมองปลายคางที่เต็มไปด้วยไรหนวด พร้อมยกมือขึ้นลูบไล้ไปมา
“มิให้ห่วงเจ้า จะให้พี่ห่วงใครกันเล่า” เขาก้มลงจูบปลายจมูกโด่งของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
เด็กหญิงมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ และมีความซาบซึ้งใจปะปนอยู่ในนั้นด้วย
ชายหนุ่มเห็นแล้วให้นึกเอ็นดูนัก จึงหอมแก้มนวลไปหลายฟอดด้วยความหมั่นเขี้ยว น้องสาวเขาช่างน่ารักน่าหยิกจริงๆ
เด็กน้อยกระพริบตาปริบๆ พร้อมกับเอ่ยถามอย่างไร้เดียงสา “ที่หม่อมฉันปวดท้อง เป็นเพราะอะไรหรือเพคะ”
“เฮ้อ เจ้าอยากรู้พี่ก็จะเล่าให้ฟัง” เขาขยับไปนั่งพิงหัวเตียง โดยมีร่างของคู่หมั้นตัวน้อยนั่งทับอยู่บนตักซบหน้าอยู่กับอกกว้าง “พี่ให้คนตรวจสอบอาหารการกินแล้วไม่พบสิ่งใด ทว่าพอไปตรวจสอบในป้านชาก็พบสิ่งผิดปกติ มียาถ่ายเจือปนอยู่ในนั้น
เด็กสาวคิดคล้อยตามไปกับสิ่งที่ได้ยิน นางจำได้ว่าตนเองแอบโรยในกาต้มน้ำร้อน ถ้ามันจะไปอยู่ในป้านชาก็คงมิแปลกอันใดกระมัง
“จับมือใครดมมิได้ พี่จึงจัดการเปลี่ยนนางกำนัลเหล่านั้นใหม่ทั้งหมด จะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก”
“คนเหล่านั้นมิได้รับโทษใดใช่หรือไม่เพคะ” นางถามด้วยความสงสัยหาได้รู้สึกผิด
ทว่ากลับทำให้ผู้เป็นพี่ชายจอมปลอม มองน้องน้อยด้วยสายตาชื่มชม ดูเอาเถิดถูกเขากลั่นแกล้งยังจะห่วงใยเขาอีกจิตใจช่างประเสริฐนัก
“หามิได้ กฎก็คือกฎ ทุกคนได้รับโทษตามสมควร อย่าได้กังวลไปเลย” เสียงทุ้มกระซิบตอบพร้อมมองอีกฝ่ายด้วยประกายตาที่อ่อนโยนเป็นอย่างมาก
“น่าสงสารนะเพคะ” นัยน์ตาเริ่มแดงระเรื่อ น้ำเสียงที่กล่าวก็ออกจะสั่นเครือ ทำให้ใจคนฟังสั่นสะท้านเพิ่มแรงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก
“สงสารตัวเจ้าเองเถอะ ดูสิป่วยจนหน้าซีดหน้าเซียว เราไม่คุยเรื่องนี้กันดีกว่า เพราะมันผ่านไปแล้ว” เขาตัดบทเพราะสงสารสาวน้อยให้อ้อมกอด นางกำลังจะร้องไห้อีกแล้วซึ่งเขาไม่ชอบใจเลยที่เห็นน้ำตาของนาง “หิวหรือไม่ เมื่อตอนเย็นก็กินไปเพียงเล็กน้อย”
“หิวเพคะ” นางยอมรับอย่างน่าไม่อาย เพราะต้องแสร้งปวดท้อง อาหารที่ถูกยกเข้ามาก็มีเพียงข้าวต้มร้อนๆ มันจะไปอิ่มที่ไหนกัน
“งั้นพี่จะไปสั่งให้คนทำหน้าแกงกับข้าวต้มปลามาให้เจ้า”
“ช้าก่อนเพคะ” นางรีบขัดคำพูดของอีกฝ่ายแทบจะทันที นางหิวมากก็จริงแต่ก็มิได้อยากกินข้าวต้มจืดๆ แม้แต่น้อย “ขอเปลี่ยนเป็นข้าวสวยร้อนๆ ได้หรือไม่เพคะ ซีซีหายปวดแล้วอยากกินอะไรที่มันอิ่มท้องมากกว่านี้” นางใช้สายตาออดอ้อนขั้นเทพ ไม่ยอมก็ให้มันรู้ไป
ฉู่หยางหมิ่นลูบหัวดรุณีน้อยที่ตนรักใคร่ราวกับน้องแท้ๆ พลางตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจนน่าขนลุก
“ได้สิจ๊ะน้องพี่ เจ้าต้องการหรืออยากได้อันใดก็ขอให้บอกพี่ พี่ย่อมไม่ขัดใจเจ้า”
ขอให้จริงเถอะ!
นางสวนกลับในใจทันควัน ทว่าภายนอกเพียงทำสีหน้าน่าเอ็นดู ไร้พิษภัยต่อผู้ใด
“ขอบทัยเพคะ พี่หยางหมิ่นดีกับหม่อมฉันที่สุดเลย หม่อมฉันรักพระองค์ไม่ต่างไปจากบิดาบังเกิดเกล้า”
“ฮ่าๆๆๆๆ วาจาเจ้าช่างหวานนัก พี่ก็รักเจ้าไม่น้อยไปกว่าผู้ใดเลย เด็กๆ ไปเตรียมสำรับอร่อยๆ เข้ามาด่วนที่สุด” ด้วยความถูกใจในคำพูดของเว่ยซีซี ประโยคหลังเขาจึงร้องสั่งนางข้าหลวงที่รอรับใช้อยู่ด้านนอกห้อง ด้วยน้ำเสียงเสนาะหูเป็นพิเศษ
สำรับอาหารไม่กี่อย่าง ทว่าเต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นดี มาวางกองอยู่ตรงหน้าคุณหนูผู้สูงส่ง เว่ยซีซีถึงกลับกลืนน้ำลายดังเฮือกในความใจกว้างขององค์รัชทายาท กลิ่นหอมกรุ่นตรงหน้าแทบจะทำให้นางกระโจนลงไปในจานอาหาร หากไม่ติดว่าถูกลำแขนแข็งแรงยับยั้งเอาไว้เสียก่อน
“พี่ป้อน”
นางย่อมตามใจคนอาวุโสกว่า ยอมนั่งตักแล้วคอยรับแต่อาหารที่เขาบรรจงป้อนให้ คล้ายกับแม่นกกำลังป้อนอาหารให้ลูกของมันอย่างไรอย่างนั้น นางมีหน้าที่แค่อ้าปาก โดยมิต้องหยิบจับอันใดเลย
ชีวิตตอนนี้ช่างดีมากจริงๆ
ยามนอนพี่ชายก็กล่อมน้องสาวจนหลับคาอกแล้วจึงหลับตามไปทีหลัง
ตื่นเช้ามาก็ปฏิบัติตัวเช่นเดิม เสวยอาหารด้วยกันก็ป้อนนั่นป้อนนี่ราวกับนางเป็นเด็กทารก ยามว่างก็จะมาขลุกอยู่ด้วยกันไม่ห่างไปไหน เป็นที่รองมือรองเท้าให้อย่างเต็มใจ หมุนเวียนสับเปลี่ยนอย่างนี้ไปตลอดทั้งเดือน
ห่าว! นางกำลังจะกลายเป็นหงอย เพราะมือเท้ามิได้ขยับ เอาแต่กินกับนอน และตอนนี้ก็ง่วงมาก
“นวดตรงนี้ดีหรือไม่” ปลายนิ้วกดตรงแผ่นหลังบอบบาง
“เพคะ” พอหนังตาจะปิดอีกฝ่ายก็ถามไม่หยุดหย่อน
“แล้วตรงนี้ละ” ปลายนิ้วเรียวเลื่อนขึ้นมาตรงต้นคอระหง
“เพคะ”
“ตรงนั้นเล่า”
“เพคะ” แล้วแต่พระองค์เลยเพคะ นางไม่ไหวแล้ว ง่วงเต็มที
“ซีซี ซีซีน้อย”
นางคงต้องหาเรื่องหลบหน้าไท่จื่อสักระยะเสียแล้วกระมัง
เรื่องราววุ่นๆ ก็ผ่านมาเกือบ2เดือนแล้ว ทว่าผู้เป็นพี่ชายพ่วงด้วยตำแหน่งคู่หมั้น ก็ยังมิยอมให้นางได้อยู่อย่างสงบเสงี่ยม ในแต่ละวันชอบทำราวกับนางเป็นง่อยหยิบจับอันใดมิได้ จะมีก็แต่ยามเข้าห้องน้ำเท่านั้นที่พระองค์ไม่ไปยุ่งเกี่ยว
ตารางการเรียนการสอนในแต่ละวัน จะเป็นหน้าที่ของไท่จื่อเป็นคนจัดการให้ จากที่วันๆ หนึ่งนางต้องเรียนหนักมาก ก็ลดปริมาณลงพอสมควร ส่วนการขี่ม้าและยิงธนูจะเรียนอาทิตย์ละ3วัน โดยจะมีไท่จื่อเป็นผู้ฝึกสอนด้วยตัวเอง หากวันใดพระองค์ไม่ว่างก็จะให้นางกลับไปเรียนอย่างอื่น แล้วค่อยนำวันเหล่านั้นมาทบต้นทบดอก แล้วทรงจัดเวลาให้นางเรียนมันทั้งอาทิตย์ให้หายคิดถึง
บัดซบ มันคือความบัดซบที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะ7วันนี้นางจะต้องเรียนขี่ม้ายิงธนูกับไท่จื่อหน้าเหม็นนั่น พ่วงมาด้วยการตีรันฟันแทง ฝึกฝนการจับดาบ มันก็อาจจะไม่เป็นอันใดหรอก หากนางจะฝึกเช่นนั้นจริงๆ เพราะอย่างไรมันก็เลี่ยงมิได้ หากมิใช่ทว่า ไท่จื่อมิยอมให้นางหยิบจับอันใดด้วยตัวเองนี่น่ะสิ จะขี่ม้าก็ให้มานั่งตัวเดียวกัน จะยิงธนูก็เอาแต่ช่วยจับช่วยดึงและก็ช่วยยิง เรียนดาบก็เช่นกัน จับนางหมุนไปมาจนเวียนหัวไปหมดแล้ว
“พี่หยางหมิ่น” ร่างบางทรุดฮวบลงกับพื้น
“ซีซี เจ้าเป็นอันใดไป” เขารั้งนางเข้ามาแนบอก ก่อนจะส่งดาบเล่มนั้นคืนให้แก่หัวหน้าองครักษ์ “ตามหมอหลวง”
“มิ....มิต้องเพคะ หม่อมฉันปลอดภัยดีเพคะ” ดรุณีน้อยรีบห้ามปรามกลัวว่าเรื่องมันจะลุกลามใหญ่โตเหมือนอย่างคราก่อน
“แต่เจ้าหน้าซีดมาก พี่ผิดเองที่ให้เจ้ามาเรียนทั้งอาทิตย์ ทำให้เจ้าหักโหมจนเกินไปแล้ว ซีซีน้อย” พระพักตร์ไท่จื่อคล้ายกับคนกำลังจะร้องไห้ ทำให้ซีซีถึงกับกลอกตาไปมา ก่อนจะยกสองมือจับแก้มสากเอาไว้มั่น
“หม่อมฉันมิได้หักโหมเพคะ และมิได้เป็นอันใด แค่หม่อมฉันวิงเวียนเล็กน้อย”
“ดูเจ้าสิหน้าซีดขนาดนี้ จะเป็นเล็กน้อยได้อย่างไร”
เอาเข้าไป ว้าวุ่นกันเข้าไปเถอะ เพราะใครล่ะ
เว่ยซีซีต่อความให้ในใจ มิกล้าพูดออกไปตรงๆ กลัวจะเป็นการทำร้ายความรู้สึกอันบอบบางของอีกฝ่าย
“ให้พี่ตามหมอเถอะ”
“อย่าเพคะขอหม่อมฉันพักสักครู่ก็คงหาย” นางปล่อยมือจากใบหน้าหล่อเหลา เปลี่ยนมาเป็นคล้องคอเอาไว้แทน
“เอาเถอะ เมื่อเจ้าต้องการพี่หรือจะขัด” ฉู่หยางหมิ่นกล่าวประชด พร้อมกับอุ้มร่างบางออกไปจากลานฝึก มุ่งตรงไปยังตำหนักรับรอง หรือเรียกว่าสถานที่บัญชาการฝึกฝนวิชาการต่อสู้ขององครักษ์ประจำพระองค์
“เพคะ” นางซุกหน้าลงกับแผ่นอกหนาแน่น พลางหลับตาลง เพราะมิอยากต่อล้อต่อเถียงให้เปลืองน้ำลาย
“เฮอะ” ฉู่เฟิ่งหวงถึงกับเบะปาก มองสีหน้าของผู้เป็นพี่ชายด้วยความระอาใจ เขาพร่ำบอกกันเป็นพันๆ ครั้งว่านางก็แค่หลับไปเท่านั้น ทว่าอีกฝ่ายดูจะตื่นตกใจจนเกินเหตุ แล้วยังแอบให้คนไปตามหมอหลวงมาตรวจอาการอีก นี่มันอันใดกัน
“ซีซีน้อย อย่าเป็นอันใดไปเลยนะ พี่จะมิให้เจ้าเรียนเพลงดาบอีกแล้ว”
เสียงที่พร่ำพรรณนาไม่หยุดหย่อนตอกลึกเข้าไปในเส้นเลือดขององค์ชายรอง จากที่เบ้ปากอย่างเอือมระอาเปลี่ยนมาเป็นเม้มปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ปลายนิ้วก็ยกขึ้นมานวดคลึงบริเวณขมับทั้งสองข้าง
“น้องน้อยของพี่ช่างน่าเวทนานัก”
เอาเข้าไป มันก็น่าจะเวียนหัวอยู่หรอก
องค์ชายรองคิดไปถึงตอนที่มาเห็นภาพของพี่ชายจับร่างเล็กหมุนวนไปมาตามกระบวนท่าต่างๆ แล้วไหนจะก่อนหน้านั้นอีก ทำราวกับอีกฝ่ายเป็นเด็กเพิ่งโตและยังไม่เคยหยิบจับอาวุธ ทั้งที่จริงแล้วคุณหนูเว่ยนั้นสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้ตั้งนานแล้ว จะมีก็แต่ฝึกดาบเท่านั้นที่นางเพิ่งเคยเรียนเป็นครั้งแรก แต่พี่ชายของเขาจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ
“พรุ่งนี้พี่จะไม่บังคับให้เจ้าเรียนอีก ดูสิขนาดพี่ดูแลดีแล้วมือเจ้าก็เกิดรอยแดงเต็มไปหมด “ฉู่หยางหมิ่นจับมือนุ่มนิ่มขึ้นมาจุมพิต พร้อมกับคลึงไปมาเบาๆ
ฉู่เฟิ่งหวงเบือนหน้าหนี แล้วมาบอกว่าคิดแค่พี่ชายน้องสาว นี่อะไรกัน จงอางหวงไข่ชัดๆ ใครเข้าใกล้ก็มิได้ แม้แต่เขาจะเข้าไปลูบศีรษะเด็กนั่นสักหน่อยยังโดนขัดขวางเลย
แต่มีหรือที่เขาจะยอมแพ้ ให้เผลอก่อนเถอะจากลากนางมากอดเสียให้เข็ด ดูซิพี่ชายจะมาทำอะไรเขาได้...
