บทที่๒
บทที่๒ ซีซีตัวร้าย
เว่ยซีซีผู้น่าสงสารต้องเข้ารับการฝึกฝนมารยาทในวังอย่างหนัก เช้านี้นางจะต้องฝึกการวางตัวเป็นชนชั้นสูง และฝึกการเดินหมาก กาพย์ โครงกลอน รวมไปถึงการเย็บปักถักร้อยและการคัดแยกใบชาชนิดต่างๆ
แม้ว่าทุกอย่างจะผ่านขั้นตอนการฝึกฝนมาหมดแล้ว ทว่านางยังคงต้องฝึกแบบเดิมซ้ำๆ สลับกันไปจนกว่าจะชำนาญ
ไม่เพียงแค่ต้องเรียนรู้การเป็นกุลสตรี ทว่าวิชาความรู้อื่นๆ ยังคงต้องศึกษาอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นการขี่ม้า ยิงธนู เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างมากที่ราชนิกุลทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายจะต้องฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กๆ มันคือความสามารถขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงจะมี เพราะในแต่ละปีฮ่องเต้จะจัดงานล่าสัตว์ เชื้อพระวงศ์จะถูกเชิญให้เข้าร่วมงานแข่งขัน ไม่เว้นแม้แต่สตรีวังหลังที่มีตำแหน่งต่ำต้อยไปจนถึงตำแหน่งสูงสุด พระชายาในวังอ๋องก็ไม่ละเว้น
ดังนั้นแล้วการที่ถูกวางตัวเป็นว่าที่ไท่จื่อเฟย มิใช่เรื่องง่ายอย่างที่ทุกคนเข้าใจ คนที่ได้รับเลือกให้ขึ้นมาในตำแหน่งนี้จะต้องมีความสามารถให้เท่าเทียมผู้ที่จะขึ้นครองบัลลังก์คนต่อไป ฉะนั้นแล้วไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่ต้องฝึกฝนให้เก่งกาจ จึงจะเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว
“ดีมากเจ้าค่ะ” นางกำนัลอาวุโสชมเปราะ ที่พระคู่หมั้นสามารถคัดแยกใบชาได้ถูกต้อง
แหงล่ะก็ข้าแยกมาเป็นพันๆ ครั้งได้กระมัง ขนาดคนโง่ยังทำได้เลย
ซีซีเอ่ยตอบโต้ในใจ พลางทำหน้านิ่ง วางตัวสำรวมสมกับเป็นกุลสตรีดีงาม
“ต่อไปก็สอบการชงชา” นางกำนัลอาวุโสอีกคนกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเข้มงวด
“เจ้าค่ะ” ซีซีขานรับเสียงเบา พร้อมกับเดินไปยังโต๊ะสำหรับทำการทดสอบ
นางทำทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว ตั้งแต่ต้มน้ำร้อนไปจนถึงนำใบชาไปใส่ในป้านชา วิธีการชงเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง จนกระทั่งวิธีการรินชาที่ถูกต้อง จากนั้นก็นำถ้วยชาเหล่านั้นวางลงเบื้องหน้าของนางกำนัลอาวุโส
กลิ่นหอมลอยขึ้นมาจากควันสีขาว ทำให้ผู้ที่มองดูทุกขั้นตอนการทำถึงกับยกยิ้มอย่างพึงใจ ก่อนจะพากันสูดกลิ่นหอมและยกชาขึ้นจิบ
“อืม ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ” ทั้งหมดต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกัน แล้วก็ละเมียดชิมชาไปจนหมด ก็ยังคงวางมือไม่ลง จนต้องของเติมอีกครั้ง และอีกครั้ง
ผ่าน…
นี่คือสิ่งที่เด็กน้อยต้องการได้ยินมากที่สุด ใบหน้านิ่งเฉยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวขอบคุณผู้อาวุโสทุกท่านตามแบบฉบับชาววังผู้สูงศักดิ์ที่ได้ร่ำเรียนมา
ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี โดยที่ไม่มีผู้ใดเอะใจเลยสักนิดว่า กำลังถูกเด็กหญิงเอาคืน โดยการทำให้ทุกคนวิ่งวุ่นผลัดกันเข้าห้องน้ำในเย็นของวันนี้
ช่วงเช้าหมดไปกับการร่ำเรียนด้านต่างๆ ตกบ่ายนางก็ถูกพามาเปลี่ยนเป็นชุดรัดกุม แล้วก็ถูกพาไปที่ลานฝึกยิงธนูแววตาที่เคยนิ่งสงบอดที่จะกลอกไปมามิได้
ไท่จื่อมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
ความตั้งใจที่เคยคิดจะหาทางโดดเรียนวิชานี้มีอันต้องล้มเลิก เพราะเมื่อคนฝึกหฤโหดรออยู่เบื้องหน้าโดยมิได้นัดหมาย
“มาแล้วหรือ” ร่างสูงทักด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา เพราะรู้เท่าทันในความคิดพิเรนทร์ของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี
ซีซีหรือจะดูไม่ออกว่าสิ่งที่ตนคิดถูกไท่จื่อจับได้แล้ว แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพนางจึงวางตัวสำรวมได้อย่างน่าทึ่ง พร้อมกับยอบกายทำความเคารพชายสูงศักดิ์ ทว่าในใจก็ยังคงคิดหาทางออกเพื่อที่จะไปให้พ้นจากสถานการณ์ตรงนี้
“อย่าได้มากพิธี วันนี้ข้าว่าง จะมาฝึกให้เจ้าด้วยตัวเอง”
แย่แล้ว!
นางแอบกลืนน้ำลายลงคอ ถึงแม้จะตกใจมากก็ตาม ทว่าก็ยังคงตอบรับด้วยน้ำเสียงเสนาะหู “เพคะ พี่หยางหมิ่น”
ไท่จื่อขึ้นชื่อในเรื่องผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ โดยเฉพาะธนู ไม่มีใครไม่รู้ว่าพระองค์เก่งกาจหาตัวจับได้ยาก อีกทั้งยังเด็ดขาดในเรื่องของการฝึกสอน เรียกว่าฝึกโหดจนพลธนูพากันเข็ดขลาดมานักต่อนัก
เว่ยซีซีก็คิดเหมือนกันกับคนอื่น เพราะนางก็เคยเจอมาแล้วกับตัวเช่นกัน เรียกได้ว่าปวดแขนไปเป็นเดือนๆ
“มาเถอะ อย่ามัวรีรอ”
อ่า มันมีอยู่สองทางเลือก แสร้งเป็นลม หรือร้องไห้ต่อหน้าอีกฝ่ายดี
สองทางที่ให้เลือกมีอันต้องล้มเหลว เมื่อยามนี้คันธนูก็ถูกยื่นมาตรงหน้า จะปฏิเสธด้วยวิธีแบบนั้นก็คงไม่แนบเนียน
นางแหงนหน้ามองแผ่นฟ้าด้วยสายตาสงบนิ่ง ภาวนาให้หิมะตกหนักเหมือนกับเมื่อวาน แต่ดูท่าแล้วจะไม่เป็นผลสำเร็จเพราะสภาพอากาศกำลังดีทีเดียว
อืม กำลังดีมาก จนความคิดอย่างหนึ่งแวบผ่านเข้ามา
ในขณะที่เดินมาหยุดยืนที่ตรงจุดที่ใช้เล็งธนู ใบหน้างามก็ค่อยๆ ซีดเซียวลงราวกับสั่งอาการเหล่านั้นได้ดีเยี่ยม จังหวะที่นำลูกธนูขึ้นสาย ร่างกายก็ซวนเซเล็กน้อย จากนั้นก็ทรุดฮวบลง
ตุบ!!
ร่างงามทิ้งตัวลงต่อหน้าต่อตาชายสูงศักดิ์ สองมือปล่อยอาวุธที่อยู่ในมือเปลี่ยนมาเป็นกุมหน้าท้องอันแบนราบแทนสีหน้าซีดเผือดฉายแววเจ็บปวดอย่างหนัก
“ซีซี”
“พระคู่หมั้น”
เสียงจากทั่วสารทิศร้องเรียกเด็กสาวด้วยความตกใจ ยามนั้นเกิดความโกลาหลอย่างหนัก ฉู่หยางหมิ่นไท่จื่อรีบเข้ามาซ้อนร่างบางขึ้นแนบอก ก่อนจะพาอีกฝ่ายกลับตำหนักด้วยความเร่งรีบ
“ตามหมอหลวงบัดเดี๋ยวนี้”
ภารกิจช่วงบ่ายเป็นอันว่าล้มเลิกไปโดยปริยาย ตรงกับจุดประสงค์ของซีซีน้อยที่ตอนนี้กำลังนอนคุดคู้อยู่บนเตียงกว้างโดยมีหมอหลวงกำลังนั่งตรวจอาการด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
จะไม่ให้เคร่งเครียดได้อย่างไรก็ในเมื่อตรวจหาสาเหตุไม่พบ นั่นก็เพราะดรุณีน้อยมิได้ป่วยแต่อย่างใด
หมอวัยกลางคนถึงกับลอบปาดเหงื่อไปหลายครั้ง พร้อมกับปรายตามองไปยังคนที่กำลังนอนทำสีหน้าเจ็บปวดอยู่บนเตียง
“นางเป็นอันใดท่านหมอหลวง” องค์ไท่จื่อกล่าวถามด้วยความร้อนใจอย่างหนัก ผุดลุกผุดนั่งตรงขอบเตียงหลายต่อหลายครั้ง “นางป่วยเป็นอะไร นางจะหายเมื่อไหร่”
“เอ่อ...คือว่า เอ่อ” หมอหลวงปรายตามองใบหน้างดงามอีกครั้ง ก่อนจะตัดใจทูลความเท็จต่อหน้าพระพักตร์องค์รัชทายาท “เพียงแค่ปวดท้องเนื่องจากกินอาหารบางอย่างเข้าไป พ่ะย่ะค่ะ” ทูลเช่นนั้นแล้วท่านหมอก็แทบจะกัดลิ้นของตัวเอง เพราะอีกประเดี๋ยวห้องเครื่องคงจะถูกเรียกตัวมาสอบสวนอย่างหนัก งานเข้าอีกแล้ว ไม่น่าเลยเพราะปากแท้ๆ เหตุใดตนไม่บอกไปว่าเพราะกินอาหารมากเกินไปต่างหาก เฮ้อ แย่แน่ๆ
“ว่าอย่างไรนะ ท่านจะบอกว่าอาหารมีพิษน่ะหรือ” องค์ไท่จื่อถามเสียงกร้าว พลางจ้องอีกฝ่ายเขม็ง
“เอ่อ มิใช่ยาพิษหรอก พ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่อาหารบางชนิดหากว่ากินมาจนเกินไป อาจจะทำให้จุกเสียดแน่นท้อง พ่ะย่ะค่ะ” เขาหลบสายตาคมกริบ เหงื่อเริ่มซึมไปทั่วแผ่นหลัง
“ใครก็ได้ไปตามนางกำนัลที่อยู่กับซีซีในวันนี้มาให้หมด รวมไปถึงห้องเครื่องด้วย”
“เช่นนั้นกระหม่อมขอจัดยาให้นางก่อนนะ พ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่หยางหมิ่นตวัดสายตามองหมอหลวงอีกครั้ง จนทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งโหย่ง “จะรออันใดอีก รีบไปสิ”
“พ่ะย่ะค่ะๆ”
ดวงตากลมโตหรี่มองสถานการณ์ตรงนั้น พลางยกยิ้มตรงมุมปากเล็กน้อย ไม่เสียทีที่สร้างเหตุการณ์ให้คับขัน มันจะได้สอดคล้องกับอาการของนางกำนัลอาวุโส ที่บัดนี้คงกำลังแข่งกันปลดทุกข์อยู่ห้องส้วมกระมัง
ไม่นานนางกำนัลทุกคนก็ถูกเกณฑ์ให้เข้ามาอยู่รวมกันที่ห้องบรรทมของพระคู่หมั้น มีเพียงนางกำนัลอาวุโส3คนที่หายตัวไป เมื่อฉู่หยางหมิ่นไท่จื่อสอบความเป็นมาจึงได้รู้ว่า 3คนนั่นปวดท้องและถ่ายหนักเอาการ ไม่สามารถมารวมตัวได้ แต่กระนั้นทายาทมังกรก็ไม่ปรานีต่อผู้ใด
“ไปลากตัวมา”
สิ้นคำสั่ง เหล่าองครักษ์ก็มุ่งหน้าไปยังที่พักของข้าหลวงคนเก่าแก่ และไม่นานก็หิวปีกคนทั้ง3มาปล่อยทิ้งไว้แทบพระบาทขององค์รัชทายาทได้
ซีซีสะดุ้งนิดๆ ในยามที่ได้ยินเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นด้านนอก เพียงฟังอาการของคนเหล่านั้น ใบหน้างามก็ยิ่งซีดเผือดนางคาดคะเนไว้ว่ายาจะออกฤทธิ์ตอนเย็นๆ มินึกว่าเพียงบ่ายแก่ๆ ก็แสดงสรรพคุณออกมาเสียแล้ว และมินึกว่าจะเป็นหนักเอาการเสียด้วย นับว่ายาถ่ายที่นางแอบขโมยมาจากห้องจ่ายยารุนแรงได้ใจจริงๆ
ถึงว่าแม้คนท้องผูกมาหลายวัน ก็ยังมิกล้าเบิกยาตัวนั้นมาต้มดื่มกิน เพราะสรรพคุณล้นหลามนี่เอง
“โอ๊ย” เสียงร้องของนางทำให้ทุกคนด้านนอกเงียบกริบ ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ตรงเข้ามาด้านใน
“ซีซีน้องพี่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ยาของนางได้หรือยัง รีบไปเอามาบัดเดี๋ยวนี้” เขาตะโกนลั่นตำหนัก ก่อนจะเข้าไปประคองเด็กสาวมากอดเอาไว้ “อดทนหน่อยนะ เด็กดีของพี่”
“น้องมิเป็นไรเพคะ แล้ว แล้ว นางกำนัล อาวุโสเล่า เป็นอย่างไร บ้างเพคะ” น้ำเสียงตะกุกตะกักได้ยินแล้วหัวใจแกร่งแทบจะแตกสลาย
“เจ้าวางใจเถอะพวกนั้นมิเป็นไรหรอก พี่จะสอบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่าง ระหว่างนี้เจ้าก็พักรักษาตัวให้ดี เรื่องเรียนมารยาทให้วังเจ้าก็มิต้องห่วงพี่จะทูลต่อเสด็จแม่เอง หยุดสักเดือนคงมิเป็นไรกระมัง”
“เพคะ”
นั่นแหละที่ต้องการเพคะ
สาวน้อยแสยะยิ้มเกาะกอดท่อนแขนของบุรุษเอาไว้มั่น เอาใจช่วยพี่ชายที่แสนดีที่พ่วงด้วยตำแหน่งคู่หมั้น ขอให้หาสาเหตุพบไวๆด้วยเถอะ นางจะรอดูว่าพระองค์จะทรงจัดการอย่างไร ส่วนนางไม่กลัวว่าเรื่องมันจะสาวมาถึงตัว เพราะอย่างไรเด็กอายุ10ขวบไม่มีทางทำเรื่องอะไรเช่นนี้ได้แน่ นางออกจะใสซื่อ น่ารัก น่าทะนุถนอม ใครที่คิดจะพาดพิงหรือว่าใส่ร้ายนาง ก็ต้องดูก่อนว่ามีน้ำหนักมากพอหรือไม่ หาไม่นางนี่แหละจะเอาความไร้เดียงสาเข้าสู้ ดูซิใครมันจะแน่กว่ากัน
