บทที่๑
บทที่๑ คู่หมั้นไท่จื่อใครว่าเป็นกันง่ายๆ-กล่อมน้องนอน
3ปีก่อน ราชสำนักประกาศว่านางเป็นคู่หมั้นขององค์รัชทายาทฉู่หยางหมิ่น ในความเข้าใจของเด็กวัย7ขวบนั้นมิได้คิดลึกซึ้งอย่างผู้ใหญ่ นางเพียงแค่คิดว่าในวังจะมีเพื่อนเล่นเยอะๆ ของกินอร่อยๆ และใครๆต่างก็พากันบอกว่าดีกว่าอยู่ข้างนอกเยอะมาก ใครๆที่ว่าก็คือไท่จื่อกับพวกพ้อง แต่พอเข้าวังไปได้เพียงไม่ถึง1ปี จากที่เคยสนุกที่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มันกลับกลายเป็นอะไรที่ฝันร้ายเอามากๆ
เช้ามาคารวะผู้หลักผู้ใหญ่ กลางวันหัดเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์แขนงต่างๆ ตกเย็นยังจะต้องมานั่งท่องจำให้ไท่จื่อฟัง นี่มันอะไรกันแน่ ในแต่ละวันมือไม้ของนางแทบจะหักอยู่แล้ว หายใจแรงก็ไม่ได้ เดินเร็วไปก็ไม่ดี จะยิ้มจะหัวเราะมากไปก็ดูไม่งาม กรงขังชัดๆ พอเริ่มงอแงก็จะถูกไท่จื่อตะล่อม หลอกล่อไปอีกทาง กว่านางจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็ไม่สามารถก้าวขาออกจากวังหลวงไปไหนได้อีก เวรกรรมตามจองล้างจองผลาญนางแล้ว ทุกวันนี้ได้แต่เสียใจแต่ก็แก้ไขอันใดไม่ได้
ท่านแม่ ท่านพ่อ พวกท่านก็หลอกข้า
เว่ยซีซีคร่ำครวญในใจ ใบหน้างอง้ำนึกน้อยใจในโชคชะตาของตนเองยิ่งนัก ต้องออกจากบ้านมาแต่อ้อนแต่ออก แม้ว่าจะได้กลับไปเยี่ยมครอบครัวเป็นประจำ ทว่ากลับให้ความรู้สึกที่ดูห่างเหินชอบกล นางไม่มีอิสระ และไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้อีก มันไม่ง่ายเลยสักนิด จะกอดพี่ชายสักทีก็ต้องคอยหลบสายตานางกำนัลอาวุโส มันไม่งาม อะไรๆก็ไม่ได้ ตอนนี้นางก็แค่เด็กวัย10ขวบเองนะ นั่นก็ห้าม นี่ก็ห้ามไปหมด ยิ่งถ้าวันไหนมากับไท่จื่อ อย่าหวังว่านางจะได้ใกล้ชิดพวกพี่ๆน้องๆ เพราะเขาจะคอยเอาแต่กรอกหูว่ามันไม่งามเสมอไป
ฉู่หยางหมิ่นไท่จื่อ เดินเข้ามาในตำหนักปีกซ้าย ซึ่งเป็นห้องของคู่หมั้นตัวน้อย หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า ว่าที่ไท่จื่อเฟยนั่นเอง เห็นร่างเล็กกำลังทำหน้ายับยู่ยีก็อดที่จะขบขันมิได้ เขาไล่ข้ารับใช้ออกไปด้านนอก ส่วนตนก็เดินเข้าไปนั่งลงเคียงข้างกับเด็กหญิง วางมือหนาลงบนศีรษะทุยๆของอีกฝ่ายแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล
“คิดถึงบ้านอีกแล้วหรือ”
“แล้วถ้าบอกว่าใช่ พระองค์จะให้หม่อมฉันกลับไปหรือเพคะ” นางแหงนหน้าตอบคำถามเสียงสั่น พลางมองสบตาชายหนุ่ม ด้วยแววตาฉ่ำน้ำ
เขาส่ายหน้าพลางเอ่ยตะล่อมด้วยน้ำเสียงรื่นหู “ตอนนี้ยังไม่ได้ หิมะตกหนัก เดินทางลำบากเอาไว้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน พี่จะพาเจ้าไปเยี่ยมทุกคน”
นั่นปะไรล่ะคิดผิดเสียที่ไหนกัน
“เอาน่าพี่สัญญาแล้วอย่างไรล่ะว่าจะพาไป เจ้าก็อย่าได้ร้องไห้เลยนะ น้องรัก” เขารั้งร่างของคนตัวเล็กกว่าขึ้นมานั่งบนตักแกร่งด้วยความเคยชิน พร้อมให้เหตุผลกับตนเองว่าถึงอย่างไรนางก็ยังเด็ก ที่สำคัญฐานะก็คือคู่หมั้นและเขาก็บริสุทธิ์ใจ เรื่องนี้คงไม่ผิดธรรมเนียมกระมัง
ตั้งแต่ที่เขาหลอกพานางเข้าวัง เขาก็ดูแลเอาใจใส่นางไม่ขาด พร่ำสอนวิชาความรู้ที่ตนรู้มานำมาใช้สั่งสอนนาง แล้วอย่างนี้จะกล่าวหาว่าเขาไม่รักนางที่ตรงไหน นางก็เปรียบเสมือนน้องน้อยคนหนึ่ง ถึงเขาจะรักนางเหมือนน้องแท้ๆก็จริง ทว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ที่จะต้องแต่งงานและรับนางมาเป็นไท่จื่อเฟย เขาก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด มันดีเสียอีก เพราะนางคือคนที่เขาฟูมฟักมาเองกับมือ เขาย่อมเมตตานางมากกว่าใครอยู่แล้ว และเขาก็รู้นิสัยของนางดีที่สุด มิต้องมาเที่ยวนั่งเดาใจให้เสียเวลายุ่งยากในภายหลัง
ศีรษะได้รูปซบลงบนแผ่นอกกว้าง พลางร่ำไห้สะอึกสะอื้น
“โอ๋ๆคนดีไม่ร้องนะ เจ้าอยากได้อันใดพี่ยอมทุกอย่างแล้ว”
“จริงนะเพคะ” ซีซีผงกหัวขึ้นมามองสบตากับไท่จื่อ พลางกระพริบตาถี่ๆค่อยๆพูดถึงความต้องการอย่างใจเย็น “เย็นนี้งดท่องจำได้หรือไม่เพคะ พี่หยางหมิ่นต้องเป็นเพื่อนเล่นกับซีซีด้วย”
“ได้สิพี่รับปาก งั้นเอางี้ คืนนี้พี่จะมานอนกอดเจ้าด้วยดีไหม”
“ดีเพคะ” นางพยักหน้าอย่างว่าง่าย เพราะรู้สึกคุ้นชินกับการที่มีอีกฝ่ายนอนกอดในยามค่ำคืนพอสมควร คืนไหนที่ไม่ได้นอนกอดกัน นางมักจะนอนไม่ค่อยหลับ อย่างเช่นเมื่อคืนที่ผ่านมา กว่าจะหลับก็เกือบจะสว่างเข้าไปแล้ว
พลบค่ำเป็นไปตามสัญญา ฉู่หยางหมิ่นพาร่างนุ่มนิ่มมายังเตียงนอนอันกว้างขวาง เขาให้เด็กน้อยขึ้นไปก่อนส่วนตนก็ตามขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง รั้งร่างเล็กเข้ามาสู่อ้อมอก ให้ขึ้นมานอนซบแผ่นอกตามปกติ สองแขนก็คอยโอบกระชับพร้อมกับจูบซับไปตามไรผมหอมกรุ่น
เว่ยซีซีกระพริบตาปริบๆ รู้สึกสบายและอบอุ่นเป็นอย่างมาก ยิ่งโดนอีกฝ่ายลูบศีรษะและแผ่นหลังไปมาก็พาลจะหลับเสียให้ได้
“นอนซะนะ พี่จะกล่อมเจ้าเอง”
“แล้วไม่ร้องเพลงกล่อมหรือเพคะ” นางถามเสียงอู้อี้ชิดอกแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
“อืม หากอยากฟังพี่ก็จะร้องให้ฟัง” ฉู่หยางหมิ่นฮัมเพลงเบาๆ เป็นเพลงกล่อมเด็กที่เคยได้ยินมารดาใช้กล่อมน้องๆ แล้วเขาก็นำมาใช้ต่อกับซีซีน้อย ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ ในยามที่เขาร้องกล่อมนาง เจ้าหนูน้อยคนนี้ก็หลับไปอย่างไม่งอแงแม้แต่น้อย และครั้งนี้ก็คงจะเป็นเช่นที่ผ่านๆ มา
“พี่หยางหมิ่น ลูบหลังให้ด้วยเพคะ”
เขาชะงักไปนิดทว่าก็ยังร้องเพลงกล่อมอย่างต่อเนื่อง เลื่อนฝ่ามือไปลูบแผ่นหลังขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบช้า
“ตบก้นด้วยเพคะ” ดวงตาปรือต่ำใกล้จะปิดลงเต็มที ทว่าปากจิ้มลิ้มยังคงไม่หมดฤทธิ์ ร้องสั่งคนตัวโตต่อไป
ชายหนุ่มใช้มืออีกข้างเคลื่อนเข้าหาสะโพกงาม จากนั้นก็ตบลงเบาๆ
“ตบเบาไปแล้วเพคะ” นางพูดแทรกขึ้นมาในขณะที่ความง่วงกำลังเข้าครอบงำ
ชายหนุ่มไม่ขัดใจให้อีกฝ่ายเสียอารมณ์ เขาจึงเพิ่มแรงตบลงไปอีกนิด พร้อมทั้งร้องเพลงเสียงดังขึ้นอีกหน่อย ส่วนฝ่ามืออีกข้างก็ลูบเส้นผมสลวยไปมา
1 เค่อผ่านไป คนที่คิดว่าจะหลับก็ยังไม่หลับสีกที ฉู่หยางหมิ่นไท่จื่อจึงเปลี่ยนเพลงกล่อม ที่มีทำนองรื่นหูมากยิ่งขึ้นสายตาคมก็จ้องดวงหน้างดงาม มองแพขนตาที่กระพือขึ้นลง ราวกับผีเสื้อกำลังสยายปีกบิน ยิ่งมองก็ยิ่งไม่อาจถอนสายตา ไม่นึกว่าน้องน้อยของเขาจะงามมากขนาดนี้ แม้แต่เหล่าองค์หญิงก็ยังงามสู้นางมิได้เลย เขาคิดไม่ผิดจริงๆ ที่รับนางมาอยู่ด้วยกัน อีกหน่อยเขาจะพาน้องสาวคนนี้ไปอวดโฉมต่อสายตาของทุกคน คนเหล่านั้นต้องพากันอิจฉาตาร้อนกันเลยทีเดียว
“ซีซีเมื่อย ตรงแผ่นหลัง”
รัชทายาทหนุ่มเลิกคิ้วคมเข้มขึ้น คืนนี้เจอฤทธิ์เจ้าตัวดีเข้าให้แล้วสินะ นางคงเอาคืน ที่เมื่อคืนเขามิได้มากล่อมนางนอนหลับ เขาไม่ว่ากระไรอีกทั้งยังคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน เลื่อนปลายนิ้วไปกดตามจุดต่างๆ บนแผ่นหลังบอบบาง นวดเบาๆ ตั้งแต่หัวไหล่กลมมนจนไปถึงสะโพกงาม
“แรงอีกนิดเพคะ”
“อืม” เขาหยุดร้องเพลงกล่อม เพราะเริ่มรู้สึกคอแห้งผาก
“หยุดร้องทำไมเพคะ” เสียงของนางยังคงอู้อี้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีหยดน้ำเกาะแพขนตาจนเปียกชุ่ม คล้ายหยดน้ำค้างเกาะหยดหญ้าในยามเช้า
“พี่คอแห้ง” เขาบอกไปตามตรง และก็หลุบตาลงมองวงหน้างดงาม เห็นหยดน้ำตาที่ชุ่มฉ่ำไปตามขนตางามงอนแล้ว ก็ให้รู้สึกเอ็นดูนัก ดูเอาเถิดง่วงขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมนอนเสียที คงกลัวว่าเขาจะแอบย่องออกไปอีกกระมัง “ง่วงก็นอนเสีย พี่สัญญาว่าจะไม่ไปไหน จะนอนกอดเจ้าทั้งคืน ซีซีน้อย”
“เดี๋ยวซีซี ไปรินน้ำมาให้นะเพคะ” คนตัวเล็กกว่ายันกายลุกขึ้นด้วยความสะลึมสะลือ
“มิต้อง พี่จัดการเอง” เขารั้งงามบางให้นอนรอที่เตียง ส่วนตนก็ลุกขึ้นไปดื่มน้ำชาอุ่นๆ ที่นางกำนัลนำมาตระเตรียมเอาไว้ให้ก่อนหน้านั้น เสร็จแล้วก็กลับมาที่เตียงนอน ครานี้เขาเอนกายลงนอนพร้อมกับรั้งร่างบางขึ้นมานอนทับด้านบนปลายนิ้วก็กดไปตามจุดต่างๆ บนแผ่นหลังของอีกฝ่าย “ดีขึ้นหรือไม่”
“เพคะ” ใบหน้าหวานซุกตรงซอกคอแกร่ง สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคย ก่อนจะค่อยๆ เข้าสู่ภวังค์
มือหนายังคงทำหน้าที่เป็นอย่างดี ริมฝีปากได้รูปก็กดจูบซ้ำๆ ไปยังเส้นผมหอมกรุ่น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเข้าสู่นิทราไปแล้ว เขาจึงหยุดมือแล้วก็หลับตามอีกฝ่ายไปในไม่ช้า
