บท
ตั้งค่า

สวยงามตามท้องเรื่อง

"ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ...ที่คอยเป็นห่วงลูก"ก็ไม่ยากเท่าไหร่กับบทบาทใหม่ สายลับต้องรับได้ทุกบท คิดเสียว่ามาทำงาน

"โอ้ ไม่ต้องขอบคุณพ่อหรอกเจ้าหายดี จึงเรียกว่าขอบคุณ" แม่ทัพจางเว่ยเสวียนหัวเราะร่า เสียงหัวเราะดังกังวานไปทั่วสวน

"เจ้าอุตส่าห์ฟื้นคืนสติกลับมาได้ พ่อก็ดีใจจนแทบจะไปรำดาบแก้บนแล้ว"

เสียงก้าวเท้าอันมั่นคงดังขึ้นตามทางเดินหิน ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองก้าวผ่านซุ้มประตูเข้ามา

ใบหน้าหล่อเหลาหมดจดประดับด้วยรอยยิ้มละไม ดวงตาคมกริบทอแววอ่อนโยนดั่งสายน้ำฤดูใบไม้ผลิ รูปร่างสูงโปร่งผ่าเผยแผ่รัศมีสูงส่งทว่ากลับดูเข้าถึงง่ายและเปี่ยมด้วยเมตตา

"ท่านแม่ทัพ...ลีลี่"น้ำเสียงทุ้มนุ่มและอ่อนโยนดังขึ้น ไท่จือหมิงเฉิงหยุดก้าวพร้อมยิ้มรับกิริยาคารวะของคนตระกูลจาง ก่อนจะทอดสายตามองตรงมายังร่างบางของจางลีลี่ด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง

“โอ จางเว่ยเสวียนถวายพระพรไท่จือ”

"ข้าได้ยินข่าวว่าลีลี่ฟื้นคืนสติแล้ว หัวใจของข้าร้อนรุ่มจนไม่อาจทนอยู่นิ่งได้ จึงต้องรีบเดินทางมาดูให้เห็นกับตาว่านางปลอดภัยดีแล้วจริงหรือไม่"

แม่ทัพจางเว่ยเสวียนยิ้มแย้มอย่างภาคภูมิใจ ตอบกลับด้วยความซาบซึ้งใจ

"ขอบพระทัยไท่จือที่ทรงเมตตาและห่วงใยบุตรสาวของข้าน้อยถึงเพียงนี้พะย่ะค่ะ ลีลี่นางดูเหมือนจะหายดีแล้ว"

จางลีลี่ย่อกายคารวะตามธรรมเนียมอย่างอ่อนช้อย ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองบุรุษตรงหน้าเล็กน้อย ชายหนุ่มรูปงาม กิริยาสุภาพเปี่ยมด้วยเสน่ห์ ทั้งยังแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยอย่างจริงใจเช่นนี้ ยังมีอีกหรือ

"ลำบากไท่จือแล้วเพคะ...หม่อมฉันทำให้ไท่จือต้องเป็นห่วง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาละมุนละไม รอยยิ้มเอียงอายปรากฏตรงมุมปากตามบทบาทของสาวน้อยโง่งมผู้เปราะบาง

ไท่จือหมิงเฉิงขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมือไปกุมมือบางไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นอบอุ่นและนุ่มนวล

"เจ้าฟื้นขึ้นมาได้ก็ดีแล้ว... ต่อจากนี้ ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดีที่สุด ไม่ให้ใครหรือสิ่งใดมาทำร้ายเจ้าได้แม้แต่น้อย ข้าสัญญา"

คำพูดหวานหูและท่าทีอ่อนโยน ทำให้ลีลี่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยบุรุษที่จะมาเป็นสามีในอนาคตก็ดูเป็นคนดีและพึ่งพาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

สายฝนเย็นชืดกระหน่ำลงบนพื้นหินเบื้องหน้า เสียงหยดน้ำกระทบกระเบื้องบนหลังคาดังซ่าๆ สลับกับเสียงฟ้าคำรามต่ำ ทว่าร่างสูงโปร่งในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มกลับยังคงนั่งคุกเข่าเหยียดตรงอย่างสงบนิ่ง ไม่ยอมไหวติงแม้แต่น้อย

หลัวเหวินเฉิงองค์ชายแปดผู้มีใบหน้าหมดจดดั่งหยกเนื้อดี ยามนี้หยาดน้ำฝนเกาะแพรวพราวบนเรือนผมและกรอบแว่นตาสายตาเนื้อใส ดวงตาคู่คมภายใต้เลนส์แก้วฉายแววบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งความแค้นเคืองหรือความโป้ปด มีเพียงความงงงวยและหวาดกลัวอย่างคนซื่อ

เขาคือองค์ชายผู้เกิดจากสนมชั้นล่างผู้ไร้พรรคพวก ต่างจากไท่จือหมิงเฉิงที่มีฮองเฮาและตระกูลฝั่งมารดาหนุนหลังอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยนิสัยฉลาดแต่ซื่อตรง รักการอ่านหนังสือและไร้ซึ่งพิษภัย เหวินเฉิงจึงตกเป็นแพะรับบาปในวังหลวงแห่งนี้อยู่เสมอ

และครั้งนี้ก็เช่นกัน...ฎีกาลับลับเล่มสำคัญของกองทัพที่หายไปจากหออักษร กลับถูกพบใต้หมอนในห้องนอนของเขาอย่างไร้สาเหตุ

"เหวินเฉิง เจ้าลูกเนรคุณ ข้าเพียรสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนดีแต่เจ้ากลับลักลอบขโมยฎีกาสำคัญของแผ่นดิน"

เสียงกึกก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวของฮ่องเต้หลัวฉีเฉิงดังก้องออกมาจากด้านในตำหนัก

"เสด็จพ่อ ฝ่าบาท...ลูกไม่ได้ทำจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ" เหวินเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน

ดวงตาโศกสลดใต้กรอบแว่น เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นหินที่เปียกชื้นจนหน้าผากเริ่มบวมแดง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel