ละคร2
อั๊กกก
เฉินเฟิงขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่ฝีมือไม่ธรรมดา หากปะทะต่อนานไปผู้คนอาจจะแห่กันมา เขาจึงรามือและฉวยโอกาสยื่นมือไปคว้าถุงเงินของไท่จือที่มอบให้หัวขโมย ตกอยู่ข้างตัวเจ้าหัวขโมยติดมือไป ก่อนจะทะยานร่างหายลับไปบนหลังคา
เหวินเฉิงพยุงชายคนนั้นที่รอดตายหวุดหวิด
"ตามข้ามาเร็ว เราต้องรีบหนี"หลบออกจากตรอกมืดอย่างรวดเร็ว
ชายคนนั้นพาเหวินเฉิงและเสี่ยวจื่อเดินลัดเลาะข้ามาจนถึงบ้านไม้ซบเซาท้ายตลาด ทันทีที่เปิดประตูไม้กั้น เสียงไอแห้งๆ ของหญิงนางหนึ่งและเด็กน้อยก็ดังก้องออกมาจากบนฟูกเก่าๆ ภรรยาและลูกชายตัวน้อยของเขากำลังนอนซมด้วยพิษไข้สูง ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด
เหวินเฉิงประคองชายผู้นั้นนั่งลงเพื่อทำแผล ก่อนจะคว้าพู่กันและกระดาษฟางบนโต๊ะขึ้นมาจดตัวยาสมุนไพรอย่างคล่องแคล่ว
"บาดแผลของท่านไม่ลึกมาก ส่วนนี่คือตำรับยา...สำหรับลูกกับเมียของท่าน"
เหวินเฉิงยื่นกระดาษให้ชายคนนั้น นัยน์ตาใต้กรอบแว่นเมตตาอย่างจริงใจ
"ท่านไปเก็บสมุนไพรตามรายชื่อนี้บนภูเขา ต้มให้คนทั้งสองดื่มต่างน้ำ ยานั่นจะช่วยให้อาการไข้ของภรรยาและลูกท่านบรรเทาลงได้มากทีเดียว"
“ขอบคุณคุณชาย”
“ไม่เป็นไรไม่ต้องขอบคุณข้า”
เขานึกถึงถุงเงินที่เพิ่งได้รับจากการขายตำรา เหวินเฉิงลังเลเพียงครู่เดียวก่อนจะหยิบเงินก้อนนั้นออกมาเจียดแบ่งก้อนเงินส่วนใหญ่วางลงบนโต๊ะตรงหน้า
"เงินนี้ข้ามอบให้ท่าน... นำไปซื้ออาหารและของบำรุงร่างกายพวกเขาให้แข็งแรงเสียเถิด"
ชายคนนั้นน้ำตาร่วงก้มลงโขกศีรษะกับพื้นบ้านไม่หยุด ขณะที่เหวินเฉิงยิ้มบางๆ แล้วดึงผ้าปิดหน้าลง ผิวแก้มสว่างใสสะท้อนแสงไฟดวงน้อยในบ้านหลังเก่าชายผู้นั้นจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาเพื่อจดจำไว้
“คุณชายข้าจะตอบแทนท่านหากมีโอกาส ท่านมีชื่อแซ่ว่าอย่างไร” ชายคนนั้นพูดดังๆ
“ไม่ต้องน่า ข้ามิได้หวังสิ่งใดตอบแทน แค่ท่านหลบให้พ้นไท่จือนั่นแหละคือการตอบแทน”
“พูดแล้วข้ายังสงสัย เหตุใดคนของไท่จือจึงต้องการฆ่าข้า”
เสี่ยวจื่อยิ้ม ก่อนจะพูดเบาๆ
“เขาอยากได้เงินท่านอย่างไรเล่า” ชายคนนั้นขมวดคิ้วไม่สมเหตุสมผลแต่ก็ไม่รู้จะคิดเป็นอื่นได้อย่างไร
จวนแม่ทัพ
แสงตะวันยามเย็นฉาบทาไปทั่วซุ้มศาลากลางน้ำภายในจวนแม่ทัพ ลมพัดเอื่อยๆ หอบเอาสายลมเย็นและกลิ่นหอมของดอกโบตั๋นอบอวลไปทั่วบริเวณ
แม่ทัพจางเว่ยเสวียนนั่งละเมียดจิบชาอุ่นๆ พลางทอดสายตามองบุตรสาวคนโปรดที่นั่งคัดลายมือฝั่งตรงข้าม ใบหน้าอันทรงอำนาจของยอดรบผู้เกรียงไกรยามนี้ละลายหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาเอ็นดูของคนเป็นพ่อ
"ลีลี่..พ่อมีเรื่องจะพูด"
แม่ทัพใหญ่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ่มนุ่มแฝงความจริงใจ
"เรื่องงานอภิเษกสมรสระหว่างเจ้ากับองค์ไท่จือนั้น...ใกล้เข้ามาแล้วตามบัญชาของฝ่าบาท พ่อยากจะถามความเห็นเจ้า แต่พ่อเห็นว่ายามที่เจ้าป่วยไข้ไม่ได้สติ ไท่จือหมิงเฉิงทรงแสดงความห่วงใยเจ้าอย่างสุดซึ้งแวะเวียนมาบ่อยๆ จนเป็นแขกประจำ ข้าวของบำรุงและของกำนัลล้ำค่านับไม่ถ้วนก็สรรหามาให้ไม่เคยขาด น้ำพระทัยกว้างขวาง สุภาพนอบน้อม อีกทั้งชาวบ้านทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็สรรเสริญว่าทรงเป็นบุรุษผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม และเมตตาธรรมอย่างหาใครเปรียบไม่ได้"
จางลีลี่นิ่งฟังคำบอกเล่าของบิดา ในใจลอบพิจารณาตามข้อมูลที่ได้รับมาโดยตลอด บุรุษผู้มีรูปโฉมงดงาม รูปร่างผ่าเผย มีอำนาจวาสนา อีกทั้งยังกตัญญูและโอบอ้อมอารีต่อชาวบ้านร้านตลาด ราวกับเทพบุตรจุติมาบนโลกมนุษย์เช่นนี้ ช่างหาได้ยากยิ่งในแผ่นดิน สำหรับลีลี่แล้ว การได้แต่งงานกับชายที่พร้อมสรรพและน่าเลื่อมใสเช่นเขาก็นับว่าเป็นโชคดีไม่น้อย หากจะต้องมาอยู่โยงในภพใหม่นี้
