บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ตั้งลิ้มสกุล

บทที่ 4 ตั้งลิ้มสกุล

“ผมต้องแวะหาเฮียก่อน…มีเอกสารที่ต้องเอากลับบ้านไปให้เจ๊”

หญิงสาวได้ยินแต่ยังคงไม่หันไปมองหน้าคนที่พูดประโยคนั้นกับเธอ ดวงตาหงส์ภายใต้แพขนตางอนยาวกำลังกวาดสายตามองออกไปยังกระจกหน้ารถยนต์

นี่คือร้านวัสดุก่อสร้างธรรมดาที่สรวิชบอกเธออย่างนั้นหรือ…

ไม่ใช่เลย…นี่คือห้างร้านก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงแบบที่ใครเห็นก็ต้องรู้จัก และร้านค้าเข้าตลาดหุ้น!

“ร้านขายวัสดุก่อสร้างธรรมดา...”

“ลงรถเถอะเดี๋ยวจะร้อน”

ไม่มีสักครั้งที่สรวิชจะพูดตัดจบประโยคเหมือนไม่อยากคุยอยากตอบแบบครั้งนี้

ลี่เห็นอะไรบางอย่างในแววตาราบเรียบคู่ตรงหน้า หญิงสาวยิ้มเล็กน้อยพยักหน้าก่อนจะเปิดประตูรถยนต์เดินลงจากรถตามสรวิชไป

สรวิชไม่พูดอะไรอีก เขาเพียงแค่ก้าวเท้าเดินเคียงข้างไปด้วยกันกับเธอ เมื่อเข้ามาในพื้นที่ห้างร้านเราทั้งคู่ก็ตกเป็นเป้าสายตาในทันที

ไม่นานนักเสียงโหวกเหวกดังมาจากหน้าต่างชั้นบน มันทำให้เธออดที่จะมองขึ้นไปไม่ได้ ตรงนั้นมีกลุ่มคนกำลังเปิดหน้าต่างและมองมาที่เราทั้งคู่

สรวิชหันมาแตะข้อศอกเธอก่อนจะกระซิบบอกให้รีบเดินเข้าไปด้านใน ลี่…ยังคงสบตากับผู้ชายร่างสูงผมสีดอกเลาที่ยืนกอดอกมองมาที่เราไม่วางตา

“คุณไม่ต้องกังวลนะ มีอะไรผมตอบเอง”

เมื่อเดินเข้ามาในตัวตึกซึ่งเป็นสำนักงานก็ยังคงมีพวกพนักงานจับจ้องมาที่เราอยู่เช่นเดิม หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะเดินตามเขาขึ้นไปยังชั้นสองของสำนักงาน

“เฮียไม่ใช่คนถามเยอะ แต่ถ้าถามผมก็จะตอบเอง”

สรวิชย้ำอีกครั้ง และก่อนจะเปิดประตูห้องทำงานบานใหญ่ตรงหน้า เขาหันมามองเธอแวบหนึ่ง

“ฉันเป็นคนรักของคุณ ถ้าคุณยังไม่แต่งงาน ไม่มีลูก ฉันไม่ได้แย่งคุณจากใครมา ก็ไม่น่าจะมีใครตกใจอะไรหรือว่าคุณมี?”

“ไม่มี”

สรวิชตอบเพียงแค่นั้นประตูห้องทำงานตรงหน้าก็เปิดออก ในครรลองสายตาของเธอก็พบสองหนุ่มสาวที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกัน

ผู้ชายหล่อเหลาเอาการ ส่วนผู้หญิงก็จิ้มลิ้มน่ารัก ทั้งคู่ยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยปากเรียกคนข้างกายเธอว่าเฮีย

“แฟน?”

คนที่ถามคือพี่เขยของสรวิชชื่อว่าฉัตรฉาย สายตาของคนตรงหน้าไม่เชิงว่าต้อนรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

แน่นอนว่าลี่ไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว เพราะเธอเชื่อในตัวผู้ชายข้าง ๆ ว่าเขาจะจัดการเรื่องทุกอย่างได้โดยที่เธอไม่จำเป็นต้องทำอะไร

“ครับ…ชื่อลี่ คบกันได้ปีหนึ่งแล้ว มาเที่ยวที่ไทยผมก็เลยพามาเที่ยวที่นี่ด้วยกัน” ฉัตรฉายมองหน้าน้องเขยก่อนจะเหลือบไปมองผู้หญิงที่น้องแนะนำให้รู้จัก

สรวิชผ่านวัยรุ่น วัยหนุ่มคึกคะนอง ไปเรียนต่างประเทศแน่นอนว่าก็คงมีผู้หญิงบ้าง แต่ไม่ถึงกับรัก หลงหรือแสดงออกชัดเจนแบบที่พามาที่บ้านอย่างผู้หญิงตรงหน้าคนนี้

“ปกติไม่ได้อยู่ไทยเหรอ อยู่ต่างประเทศ ประเทศอะไร”

ลี่สบตาคนถามยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับเบือนหน้าไปทางอื่น

“เมกาครับ เธอไปเรียนต่อที่นั่นเป็นรุ่นน้องของผม” ฉัตรฉายละสายตาจากหญิงสาวและมองหน้าน้องชาย

“แล้วอายุเท่าไหร่?” เขาเหลือบสายตาไปมองผู้หญิงของน้องเขยอีกที

“เท่าผมครับ เราอายุเท่ากัน” สรวิชมองหน้าพี่เขยที่มองหน้าคนที่นั่งข้าง ๆ เขาอยู่

“แล้วมือไปโดนอะไรมา” พี่เขยของเขายังคงไม่จบบทสนทนา

“ลี่ชอบกีฬาผาดโผน เธอไปปีนผาจำลองแล้วตกลงมาบาดเจ็บ” ก็ถือว่าเป็นคำตอบที่ดี หญิงสาวคิดแบบนั้น

นี่สินะ…ความคิดของคนระดับหัวกะทิ

“แกไม่คิดจะให้เขาตอบคำถามฉันเองบ้างหรือไง? เขายังไม่ได้อ้าปากพูดแกก็ตอบแทนหมดแล้ว ตื่นเต้นอะไร…ฉันแค่ถาม”

สรวิชเม้มปากอยู่ ๆ สายตาก็มองไปที่น้องชายที่นั่งอมยิ้มอยู่ข้างพี่เขยคนเป็นบิดา ฉลองคุณก็ขยิบตาให้และพูดขึ้นมาขัดจังหวะอย่างทันท่วงที

“ป๊าจะอยากรู้ไรนักหนาเล่า ซักมากงี้เดี๋ยวเฮียก็ไม่พาสาวมาแล้วดิ” แม้ว่าจะกระซิบกระซาบแต่ทุกคนก็ได้ยินกันหมด ลี่ได้ยินมองหน้าน้องชายของสรวิชและเธอก็หันไปมองเขา

“เดี๋ยวผมจะพาลี่เข้าบ้าน…” ฉัตรฉายมองหน้าน้องเขยก่อนจะกดใบหน้ารับส่วนหลานชายก็เดินมาหย่อนสะโพกนั่งข้างเขา

มันน่าแปลกที่รู้จักกันอย่างผิวเผิน เหมือนว่าลี่อ่านสรวิชออกทุกอย่าง เธอหันไปมองเห็นเขากำลังมองหน้าคนที่บอกว่าสำคัญและเป็นพี่ชาย

“งั้นผมกะชนม์ไปกะเฮียด้วย ป๊าอยู่เฝ้าร้านไปนะเจอกันตอนเย็น” ราวกับว่าทุกอย่างลงล็อกไปหมดอย่างกับจัดวาง

“เฮียมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ปิดชนม์เงียบเลย ถึงว่าไปบ้านคราวที่แล้วเจอผมยาวสีเหมือนเจ๊เขาเลย”

เราเดินกันออกมาจากห้องทำงาน หญิงสาวร่างเล็กก็เดินซอยเท้าเข้ามากอดแขนสรวิชและพูดประโยคนั้นขึ้น

ผมยาวสีเหมือนเจ๊…ลี่ได้ยินก็หันไปมองเสี้ยวหน้าของสรวิชในทันที

“ฉันเพิ่งมาจากต่างประเทศ ค้างที่บ้านเขาครั้งแรก”

คำพูดของลี่ทำให้ทั้งวงสนทนาเงียบกริบ และเป็นฉลองคุณที่อยู่ ๆ ก็หัวเราะขึ้นมาราวกับมีเรื่องต้องขบขันนักหนา เขาโบกไม้โบกมือและเดินมาบีบนวดท่อนแขนให้พี่ชายของเขา

“เจ๊ลี่อย่าไปถือชนม์เลย น้องสาวผมมันก็พูดไปเรื่อย ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ไม่ยักรู้ว่าเฮียชอบสเปกเหมือนแม่เลย เราจะไปที่บ้านกัน เจ๊อย่าเพิ่งยอมแพ้แม่ผมน้าาาา แสนดีกับเฮียเขาหน่อย”

สรวิชส่ายหน้าก่อนจะแตะข้อศอกเธอให้เดินนำหน้ากันไป

เราออกเดินทางมาถึงบ้าน แต่ในสายตาของลี่กลับมองว่านี่คือคฤหาสน์ เธอยิ้มมุมปากหันไปมองคนที่นั่งประจำที่คนขับเพราะได้ยินเสียงเขาถอนหายใจ

“บ้านของคุณต้องใช้เวลาเดินกี่วัน”

คำพูดของคนข้าง ๆ หยอกเย้าเขาตลอด บางทีสรวิชก็คิดว่าหากว่าเธอดี ๆ แล้วจำทุกอย่างได้ จะเป็นคนที่กวนกันขนาดไหน

“หิวข้าวหรือยัง อีกสักพักที่บ้านน่าจะขึ้นโต๊ะแล้ว”

ลี่รู้ว่าสรวิชเลี่ยงที่จะตอบคำถามเธอ

หญิงสาวยิ้มให้เขา ไม่ถือสาสายตาเย็นชาที่มองกัน ยามเขาอยู่ที่นี่เธอรู้สึกว่าสรวิชไม่เป็นตัวของตัวเองเลยสักนิดเดียว

นี่คือจุดหนึ่งที่อยากรู้ เธออยากเห็นพี่สาวของเขา

“ก็แค่กินข้าว ทำไมต้องหนักใจขนาดนั้น ฉันไม่พูดมากให้พี่สาวคุณจับได้หรอกน่า” ลี่จับความรู้สึกของสรวิชได้ เธอยังไม่ลงจากรถยนต์และยังไม่ละสายตาไปจากร่างหนา

สรวิชไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับครอบครัวเขา และทุกคนจะสปอยล์เขามาก แต่เป็นชายหนุ่มเองที่พยายามขีดแบ่งเส้นความชัดเจนว่าให้ตัวเองอยู่แค่ตรงไหน ซึ่งลี่…ก็อยากจะรู้เรื่องราวต่อไปแล้วเช่นกัน

ไม่เกินความคาดหมายนัก ทันทีที่เราก้าวเท้าเข้ามาในคฤหาสน์ตั้งลิ้มสกุล ตรงโซฟารับแขกหลุยส์มีผู้หญิงนั่งอยู่ตรงนั้น

ลี่สบตาเธอ เรามองตากัน ลี่เป็นคนยกมือไหว้ตามมารยาท ก่อนจะเดินตามสรวิชไปด้านใน

ผู้หญิงตรงหน้าเธอนี้คล้ายสรวิชทุกอย่าง เป็นคนผิวขาวที่เจ้าเนื้อแต่ไม่ใช่อ้วนเผละ ผมเรียบตรงปล่อยสยาย สวมชุดเดรสสีแดงสด ริมฝีปากก็ทาเคลือบด้วยสีเดียวกัน ในมือถือแก้วชา กลิ่นหอมของชาลอยกรุ่นมาถึงหน้าประตูบ้าน

“หวัดดีครับเจ๊ สบายดีนะครับ” สรวิชแตะสะโพกเธอให้นั่งลง ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้าง ๆ กันบนโซฟารับแขก

“อืม…ป้านวลเพิ่งไปพัก เอาเอกสารจากเฮียมาหรือเปล่า”

ไม่มีคำถามอื่นนอกจากงานที่ต้องการจากสามี

ชนัญชิดาวางแก้วชาในมือลง ก่อนจะหยิบแฟ้มที่น้องชายส่งให้ เธอเปิดดูและอ่านไปเงียบ ๆ

นานหลายนาทีจนเธอตวัดปากกาลงลายมือชื่อไปที่เอกสารปึกนั้น ก่อนจะหยิบตราประทับที่วางไว้บนโต๊ะอยู่ก่อนแล้วปั๊มทับลงไป

“จัดการซะ…” สรวิชเม้มปากยังไม่รับแฟ้มคืนมา มือหนายังคงวางอยู่บนหน้าขาตัวเอง ไม่ยอมรับ ไม่ขยับ ไม่อะไรทั้งนั้น

หากสรวิชรู้ว่าเอกสารที่พี่เขยให้ไปเอาเป็นเอกสารการโอนหุ้นในตั้งลิ้มสกุลส่วนที่เหลือให้เขา แน่นอนว่าเขาไม่มีทางเอามา!

ลี่มองภาพตรงหน้าก่อนจะก้มหน้าลงซ่อนแววตาเคลือบแคลง สิ่งที่เธอแสดงออกคือเลือกสนใจแก้วชาร้อนในมือตัวเอง

“ผมไม่อยากได้” คงเป็นอะไรสักอย่างที่พี่สาวอยากให้ แต่น้องชายไม่เอา

“แต่ฉันอยากให้…ถ้าไม่เอา ก็ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก” แฟ้มในมือชนัญชิดาโยนโครมลงมาตรงหน้าสรวิช

เกิดความเงียบกลางวงสนทนา ลี่เบือนใบหน้ามองไปทางอื่นปล่อยให้พี่น้องส่งสายตาฟาดฟันกันต่อไป

เธอพอจะเข้าใจอะไรแบบทะลุปรุโปร่ง สรวิชใช้นามสกุลกาญจนา แต่ผู้หญิงตรงหน้าเธอนี้ที่เป็นพี่สาวของเขาใช้นามสกุลตั้งลิ้มสกุล

เอกสารในแฟ้มนี้…เป็นปัญหาที่ติดอยู่ในใจของสรวิช และเธอเชื่อว่าเขาจะไม่มีวันรับในสิ่งที่พี่สาวมอบให้

แม้ว่าสรวิชจะเหมือนคนที่โอนอ่อนไปซะทุกเรื่อง แต่เมื่อตัดสินใจอะไรแล้วเขาเป็นคนเด็ดขาดจนน่าใจหายเหมือนกัน

เหมือนว่าวันนี้ลี่จะได้รู้จักผู้ชายคนนี้ในอีกมุมหนึ่ง เป็นมุมที่เขาไม่ได้อยากจะให้ใครเห็น แต่เธอกลับเห็นมันแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel