บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 เลี่ยงไม่ได้

บทที่ 1 เลี่ยงไม่ได้

“แผลที่ศีรษะถูกตีด้วยของแข็งไม่มีคม แผลที่ต้นแขนซ้ายเป็นรอยกระสุนปืนถึงจะถากไปแต่เป็นแผลค่อนข้างใหญ่ บริเวณหน้าท้องบวมช้ำเกิดจากถูกกระแทกด้วยของแข็งไม่มีคมเช่นกัน ข้อมือซ้ายหักผิดรูป”

“แล้วจะแจ้งความไหม?”

“ก็ต้องแจ้ง แต่แขนที่หักนี่เพราะกูขับรถเหยียบไหม?”

“แน่ใจว่าเหยียบใช่ไหม เพราะสภาพที่เจอมาคือโดนทำร้ายร่างกายมาอย่างหนักแน่นอน แต่หมอสูติตรวจเบื้องต้นไม่มีร่องรอยของการโดนข่มขืนกระทำชำเรา คนไข้มีรอบเดือนด้วย เธอแค่ถูกทำร้ายร่างกายอย่างสาหัส”

“ก็ดีแล้ว โชคดีแล้ว...แล้วจะทำยังไงต่อ”

“ต้องรอให้คนไข้ฟื้นก่อนแล้วส่งเช็กสมองกันอีกที…แล้วไปเจอกันได้ยังไง”

สรวิชผ่อนลมหายใจแล้วมองหน้าเพื่อนสนิท วรัตน์ เป็นแพทย์ประจำบ้านอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้

เขาพาคนเจ็บมาที่โรงพยาบาลที่เพื่อนทำงานอยู่ ก่อนจะเปิดปากเล่าเรื่องทุกอย่างให้เพื่อนสนิทฟังทั้งหมด

คนที่สรวิชเก็บมารักษาตัวนอนหลับไปสามวันสามคืนเต็ม ๆ เป็นสามวันที่เขากระวนกระวายใจอย่างที่สุด

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนทำให้เธอเป็นแบบนี้ แต่เขาก็เป็นคนเจอและพาเธอมาโรงพยาบาล

วรัตน์บอกว่ายังไม่ต้องแจ้งความ ให้รอคนตรงหน้าฟื้นก่อนค่อยถามว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไร ถึงเวลานั้นจะแจ้งความก็แจ้งได้

อีกอย่างรถยนต์ของสรวิชมีทั้งกล้องด้านหน้าและด้านหลัง ถ้ามีปัญหาก็แค่เรื่องขับรถโดยประมาทเหยียบมือเธอ ไม่ได้ทำร้ายเธอจนร่างกายบอบช้ำขนาดนี้

จนสุดท้ายเธอก็ฟื้นขึ้นมา สรวิชควรโล่งใจแต่สิ่งที่หญิงสาวพูดกับเขาทำให้ดอกเตอร์หนุ่มแทบจะล้มทั้งยืน

“ฉัน...จำอะไรไม่ได้ ชื่อก็ไม่รู้ บ้านก็ไม่รู้” เธอพูดออกมากลางวงสนทนาที่มีทั้งกลุ่มแพทย์หลายสาขาที่มาช่วยรุมดูอาการเธอ

“คนไข้มีอาการอื่นร่วมด้วยไหมครับ” อาจารย์แพทย์เกี่ยวกับสมองถ่างดวงตาเธอ เอาไฟส่องและหันมองชาร์ตในมือของนักศึกษาแพทย์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

“เจ็บข้อมือที่คุณเป็นคนขับรถเหยียบ” คนเจ็บไม่เพียงแค่พูดแต่เธอกลับยกมือข้างที่มีสายน้ำเกลือชี้ไปทางสรวิชอีกด้วย

“ผม…” สรวิชลำคอแห้งผากพูดอะไรไม่ออกอีก

คนโดนชี้ทำหน้าไม่ถูก ใจเขาร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม แน่นอนว่าเหมือนคนทำผิดแล้วโดนจับได้

ชายหนุ่มไม่คิดว่าตัวเองโดนปรักปรำเพราะเขาก็น่าจะขับรถเหยียบข้อมือเธอจริง ๆ รถมันกระเทือนเหมือนเหยียบอะไร

หลังจากผลตรวจอย่างละเอียดออก กระดูกข้อมือเธอร้าว แต่ไม่ผิดรูปอย่างที่กังวลในตอนแรก หมอบอกว่าต้องใส่เฝือกประมาณหกอาทิตย์เป็นอย่างต่ำนั่นก็น่าจะดีขึ้น

“คนไข้มีอาการปวดหัวบ้างไหมครับ”

หมอเจ้าของไข้เหมือนลั่นระฆังแยกมวยคู่เอกที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะตั้งแต่เธอตื่นลืมตามา ไม่ว่าสรวิชจะยืนอยู่ตรงไหนก็มีดวงตาหงส์คู่หนึ่งจับจ้องมองเขาตลอดเวลา มองจนเขาสะท้านไปถึงไขกระดูก!

“ไม่ค่ะ ฉันแค่รู้สึกปวดข้อมือ…” เธอยังคงยืนยันแบบเดิมเหมือนชั่วโมงที่ผ่านมาว่าสิ่งเดียวที่รู้สึกเจ็บคือข้อมือข้างที่สรวิชขับรถเหยียบ

ไม่ใช่แผลที่ถูกตีบริเวณศีรษะ ไม่ใช่แผลจากการโดนยิงถาก ๆ ที่ต้นแขน เธอเจ็บอยู่ที่เดียวคือแผลจากการที่เขาขับรถเหยียบเธอ!

สรวิชเผลอขบริมฝีปาก แน่นอนว่าไม่ต้องให้เธอพูดอะไรต่อ เขาก็พอจะเข้าใจได้ เธอต้องการให้เขารับผิดชอบที่ทำให้เธอแขนหัก!

“คุณพอจะจำอะไรเกี่ยวกับตัวเองได้ไหมครับ” วรัตน์ถามขึ้นเมื่อทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

“จำไม่ได้ค่ะ จะจำได้ก็ตอนที่เขาขับรถเหยียบมือฉันแล้ว เขาลงมาจากรถและอุ้มฉันขึ้นรถมาส่งโรงพยาบาล…”

สิ่งที่เธอพูดออกมา ก็คือย้ำซ้ำ ๆ ว่าสรวิชยังเป็นคนที่ทำเธอแขนหัก แต่เขาไม่ได้ทำให้เธอเจ็บตัวปางตายขนาดนั้นนะ!

“ใช่…ผมเอง ผมขับรถเหยียบมือคุณ แต่ผมไม่เห็น…ไม่เห็นว่าคุณนอนหมดสติอยู่ตรงนั้น”

สรวิชเริ่มจะมีน้ำโห เขาไม่ได้ตั้งใจขับรถเหยียบเธอ เขาไม่เห็นเธอด้วยซ้ำ ใช่เขาผิดที่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ เขาผิดอย่างแน่นอน แต่เธอไม่ผิดหรือไง ถนนไม่ใช่ที่นอน!

แต่จะให้พูดแบบนั้นออกไปมันก็ไม่ใช่นิสัยของเขา เพราะเธอดันมานอนพะงาบอยู่ข้างถนน ดีว่ามันเป็นมือไม่ใช่หัว! ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าทั้งชีวิตเธอและเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

“คุณจะไม่รับผิดชอบ?”

หญิงสาวเจ้าของสายตาเย็นชาถามเขาด้วยสุ้มเสียงราบเรียบ เธอเป็นคนเจ็บแน่นอนแค่คำถามนั้นทำเอาคนทั้งห้องเผลอกลั้นลมหายใจ

ทั้งหมดร้องค้านอยู่ในใจเพราะถ้าสรวิชไม่รับผิดชอบ เธอคงไม่ได้รับการรักษาที่ดีขนาดนี้ ห้องระดับ VIP อาจารย์หมอที่ไม่ได้ลงมาดูทุกเคส แต่นี่เพราะรู้จักกับสรวิชเป็นการส่วนตัวก็ลงมาดูคนไข้คนนี้ด้วยตัวเอง

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ” วรัตย์เอ่ยขึ้นมาทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดตรงนี้

เพราะถ้าผู้หญิงคนนี้แจ้งความขึ้นมา มันคงมีหลายเรื่องที่จะยุ่งยากมากขึ้น เธอไม่ได้บาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกายธรรมดา เธอโดนยิงมาด้วย

ถึงสรวิชจะไม่ได้เป็นคนทำ ถึงจะมีกล้องหน้ารถยนต์ แต่คงหนีไม่พ้นตกเป็นผู้ต้องหาอันดับแรกซึ่งก็ต้องหาหลักฐานกันเพิ่มอีก และที่สำคัญหญิงสาวความจำเสื่อม! กว่าเรื่องจะจบชื่อเสียงไอ้ด็อกเพื่อนเขาไม่ป่นปี้ไปหมดแล้วเหรอ!

“แล้วมันยังไงคะ เพื่อนคุณ…เขาดูจะไม่ได้อยากรับผิดชอบกับการกระทำของเขา” เหมือนโดนตีแสกหน้า สรวิชพ่นลมหายใจหนัก ๆ ออกมา

“ผมต้องรับผิดชอบแน่นอน…”

“ใช่…คุณทำให้ฉันเป็นแบบนี้ คุณก็ต้องรับผิดชอบน่ะถูกแล้ว”

ผู้หญิงตรงหน้านั่งอยู่บนเตียงคนป่วย ศีรษะเธอพันด้วยผ้าก๊อซสีขาว ดวงหน้ารูปไข่ที่มีขนาดแค่เพียงฝ่ามือ

เธอมีผมยาวสีดำสนิทขนาดความยาวเท่ากึ่งกลางแผ่นหลัง ผิวขาวจัดแน่นอนว่ามีเชื้อสายจีน

ดวงตากลมหางตายกมีชั้นตาน้อย ๆ หลบอยู่ด้านใน นัยน์ตาเป็นสีน้ำตาลอ่อน ปลายจมูกโด่งเล็กแก่นเรียว ริมฝีปากทรงกระจับบางเฉียบ

แม้ตามเนื้อตัวลำคอหรือกรอบหน้าจะมีรอยช้ำจากการถูกทำร้ายร่างกายมา แต่ในขณะที่เธอเป็นแบบนี้ทุกคนต่างลงความเห็นหญิงสาวผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นคนที่หน้าตาผิวพรรณดี…ถึงขั้นดีมาก

ทั้งที่เธอจดจำอะไรเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้ แต่กิริยาท่าทางการแสดงออกกลับไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา มันเหมือนว่ามีรังสีอะไรบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากดวงตาหงส์คู่นั้น

เมื่อบรรดาหมอ ๆ กลับไปแล้ว สรวิชก็อยู่ในห้องพักกับหญิงสาวแค่เพียงสองคน เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงก่อนจะหยิบแก้วน้ำเปล่าให้เธอดื่ม

“คุณพอจำอะไรได้ไหม สักนิดก็ยังดี ชื่อคุณ…” เธอปรายสายตามามองเขา ก่อนจะพยายามรับแก้วน้ำจะดื่ม

แต่เพราะข้อมือข้างหนึ่งเจ็บ อีกข้างเจาะน้ำเกลือ ปลายนิ้วเธอมีแผลถลอก สุดท้ายสรวิชจึงจับหลอดและจ่อป้อนไปที่ริมฝีปากบางเฉียบนั่น

“ไม่ได้ ฉันนึกอะไรไม่ออก” เธอไม่ได้ยียวนแต่ด้วยกิริยาท่าทางคือเป็นอย่างอื่นไม่ได้

ดีว่าสรวิชเป็นคนใจเย็นถึงขั้นเย็นมาก เขาไม่ถือสาอะไรพวกนี้เพราะไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย

“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่…มันอึดอัด” เธอพูดออกมาตามตรง ทุกครั้งที่พูดมักจะสบตาอีกฝ่ายไปด้วย

สรวิชเห็นความเปิดเผยและเถรตรงในแววตาของเธอ หากเธอไม่ได้มีอาการความจำเสื่อมเขาคิดว่าเธอน่าจะเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองมากระดับหนึ่ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel