INTRO
INTRO
“ขอเชิญ ดร.สรวิช กาญจนา ขึ้นรับรางวัลอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ดีเด่นประจำปี 2567 บัณฑิตวิทยาลัย โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ ที่ด้านหน้าด้วยครับ”
เสียงปรบมือดังกึกก้องลั่นห้องประชุมของมหาวิทยาลัย ร่างสูงในชุดสูทสไตล์สากล Suit Jacket ใส่คู่กับ Suit Trousers โดยมีสีเข้าคู่กัน
ชุดที่ได้ทรงเข้ากับรูปร่างแบบพอดิบพอดี คงไม่ต้องพลิกป้ายดูเลยว่าเครื่องแต่งกายของดอกเตอร์ท่านนี้สนนราคาที่เท่าไหร่
ส่วนสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ที่มองมาจากด้านหลังห้องประชุมก็ยังคงเห็นเงาร่างของเขาอยู่ดี
ใบหน้าคร้ามคมดูน่ามอง สรวิชไม่ใช่คนหล่อ แต่เป็นผู้ชายสูงขาวที่ดูสะอาดดูดี ชายหนุ่มมีใบหน้าที่ไม่ได้ดูตี๋จ๋าตามแบบฉบับคนจีน แต่ก็มองรู้ว่ามีเชื้อจีนเพราะดวงตาเรียวรีและผิวขาวจัดจนเห็นเส้นเลือด
สรวิชก้าวเท้าไปด้านหน้าอย่างมั่นคงก่อนจะหยุดตรงทางจะขึ้นเวทีเพื่อโค้งคำนับประธานในพิธีก่อนจะขึ้นไปรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้
“ยินดีด้วยครับอาจารย์” สรวิชยิ้มรับคำยินดีนั้นและร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับพวกผู้บริหารครูอาจารย์ของมหาวิทยาลัย
“งั้นรีบไปเถอะ มีธุระต่อไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มยกมือไหว้ชายสูงวัยผู้เป็นถึงรองคณบดีมหาวิทยาลัยที่เขาทำงานอยู่
“ขอบคุณครับท่าน งานเลี้ยงวันนี้ขอโทษที่เสียมารยาทไม่ได้เข้าร่วมนะครับ”
“อย่าไปคิดมากอาจารย์เรื่องเล็กน้อย ถ้ามีอะไรก็สายตรงหาผมได้เลย”
“ขอบคุณครับ”
หลังจากพูดคุยกันเสร็จ ผู้ใหญ่กว่าก็ไม่รั้งคนที่มีธุระต่อ สรวิชเดินจากมาก่อนจะรีบกดลิฟต์ลงไปยังชั้นใต้ดินของมหาวิทยาลัยที่เขาทำงานอยู่
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจเขาก็รีบเดินทางกลับสระบุรีในทันที
“อาจารย์คะ…” ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกเขาละสายตาจากประตูรถซีดานคันหรูที่กำลังจัดเก็บเอกสารเข้าไปด้านใน
“หนูมีคำถามกับหัวข้อเมื่ออาทิตย์ก่อนค่ะ คิดอย่างไรก็คิดไม่แตก…อาจารย์จะกลับบ้านพอดีใช่ไหมคะ เราคุยกันระหว่างทางได้หรือเปล่า?” นักศึกษาสาวพูดไปและระบายยิ้มไป
“นักศึกษาส่งคำถามเข้าอีเมลอาจารย์เดี๋ยวจะไปตอบ”
พูดจบสรวิชก็ยังคงมองไปที่นักศึกษาสาววัยสะพรั่งที่ยังคงยืนอยู่ข้างรถของเขา
“ค่ะ…อาจารย์” เมื่อไม่มีทีท่าว่าอาจารย์หนุ่มจะสนใจอยากสนทนาต่อ นักศึกษาสาวก็เดินกระแทกเท้าจากไป
สรวิชกดรีโมตเปิดประตูรถยนต์ เมื่อเข้าไปนั่งก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า
สรวิชเป็นอาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์มหาลัยรัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เขาทำงานที่นี่ตั้งแต่กลับมาจากเรียนจบปริญญาเอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
เข้าล่วงปีที่สามที่อาจารย์หนุ่มมากความสามารถยังไม่คิดจะโยกย้ายไปทำงานที่ไหน ทั้งที่รกรากแท้จริงของเขาอยู่จังหวัดสระบุรี ไม่ใช่ที่กรุงเทพฯ
สรวิชไม่คิดว่าการขับรถไป - กลับทุกวันหยุดหนักหนาอะไร ด้วยตัวชายหนุ่มเองตั้งแต่จำความได้ ก็ไม่เคยอยู่ติดบ้าน
ไม่เรียนที่ต่างจังหวัด ก็เรียนที่ต่างประเทศ รวมไปถึงทำงานก็ยังไม่คิดจะกลับไปทำงานช่วยเหลือกิจการที่เป็นของครอบครัว
‘ตั้งลิ้มสกุล’
เพราะนั่น…ไม่ใช่ของเขา
ระหว่างขับรถมีโทรศัพท์เข้ามา สรวิชกดรับและกรอกเสียงลงไป ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนหากเป็นเบอร์จากที่บ้าน ไม่มีสักสายที่เขาจะไม่รับ
“ครับเฮีย…ผมกำลังจะตีรถกลับครับ คงถึงดึกหน่อยมีประชุมตอนบ่ายสาม”
ป้านวล แม่นมผู้เป็นคนที่เลี้ยงสรวิชมาตั้งแต่เกิด ปกติท่านเป็นคนแข็งแรงแต่ด้วยอายุที่มากขึ้น เดือนที่แล้วก็ล้มป่วยด้วยโรคชรา
สรวิชลางานบ่อยครั้งเพื่อกลับมาดูผู้มีพระคุณที่เขารักประหนึ่งมารดาผู้ให้กำเนิด ท่านยังคงแข็งแรงเพียงแต่กินได้น้อยลง
แต่หลังจากที่เขากลับมากรุงเทพฯ อาทิตย์นี้ดูเหมือนว่าป้านวลจะไม่ค่อยยอมรับประทานอาหาร ทำให้สรวิชต้องกลับไปจัดการ เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ป้านวลเชื่อฟัง
หลังจากประชุมกับคณะที่มหาลัยฯ เรียบร้อยแล้วดอกเตอร์หนุ่มก็รีบออกจากบ้านเร่งเดินทางไปยังสระบุรี
แต่ในตอนที่ขับรถออกจากบ้านเข้าซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่งที่เป็นทางลัดเพื่อออกถนนสายหลัก ด้วยข้างทางเป็นป่ารกร้างที่สูงเกือบท่วมศีรษะ ประกอบกับหน้าฝนทำให้หญ้าพวกนี้โตเร็วกว่าปกติ
สรวิชใช้ความเร็วไม่มากนักเพราะต้องกดโทรศัพท์พิมพ์ข้อความคุยกับตอบงานนักศึกษาไปด้วย
จนเมื่อล้อซ้ายเหมือนเหยียบอะไรบางอย่างเข้า ที่มันไม่ได้แข็งมาก ไม่ได้นิ่มมาก และมันก็ใหญ่เกินกว่าจะเป็นหินสักก้อน
สรวิชชะลอรถยนต์มองไปที่กระจกหลัง เมื่อเห็นอะไรบางอย่างในครรลองสายตา หัวใจของสรวิชก็แทบหยุดเต้น
“เฮ้ย!!”
ผมยาวสลวยสีดำแผ่กระจายเต็มแผ่นหลังพร้อมกับมือยาวเรียวที่ยื่นออกมาจากโพรงหญ้าข้างทาง ขนาดมีแค่ไฟท้ายรถของเขา สรวิชก็สามารถรู้ได้ว่าที่เปื้อนตามแขนเธอนั่นมันเลือด!
ร่างสูงตัดสินใจหยิบสิ่งป้องกันตัวที่ลิ้นชักด้านหน้ารถเหน็บไปด้านหลัง ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถด้วยความรวดเร็ว
ยิ่งเข้าไปใกล้เขาก็ยิ่งหัวใจเต้นแรงขึ้น เมื่อกี้เขาขับรถเหยียบมือของผู้หญิงที่นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงนี้
“คุณ! คุณครับ!” ระหว่างที่เรียกเขาก็เอามืออังจมูกเธอไปด้วย เธอยังหายใจอยู่ สรวิชถอนหายใจอย่างโล่งอก
“คุณ…ทำไมมานอนตรงนี้ ผม…” ผมขับรถเหยียบคุณนั่นคือสิ่งที่สรวิชคิดจะพูดแต่เมื่อกวาดสายตามองตามร่างกายเธอคิ้วเข้มของเขาก็ขมวดยุ่ง
เธอสวมใส่ชุดสีดำทั้งตัว ใบหน้าไร้รอยช้ำแต่มีหยดเลือดไหลออกมาจากศีรษะ ต้นแขนข้างขวาเหมือนจะมีอะไรซึมออกมา ชายหนุ่มยอบกายเอามือไปแตะก่อนจะยกขึ้นมาดู เลือด!!
“เจ็บ…”
คนยังไม่ตาย...สรวิชตัดสินใจอุ้มร่างบอบบางนั่นขึ้นรถก่อนจะพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาล
โดยไม่รู้ว่าหลังจากที่เขาตัดสินใจช่วยชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้จักแล้ว ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่วันนี้...
