ตอนที่ 8 ไม่อยากฝืนใจ
หน้าห้องทำงานของกวินธร
พราวฟ้าเดินเข้ามาในห้องทำงานเขาอย่างประหม่ามือกำหูกระเป๋าใบหรูไว้แน่น มองไปทางโต๊ะทำงานขนาดใหญ่เห็นเก้าอี้เบาะหนังสูงหันหลังเบาะให้เธอและหันออกนอกกระจก
“สวัสดีค่ะฉันชื่อพราวฟ้า ลูกสาวคนเล็กของเจ้าสัววิบูลที่คุณตกลงแต่งงานด้วยฉันมาที่นี่เพราะอยากให้คุณลองทบทวนดูก่อนอย่าพึ่งรีบตัดสินใจ” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นสั่น ๆ เหลือบตามองไม่มั่นใจ เก้าอี้เบาะหนังค่อย ๆ หันกลับมาหาทำให้พราวฟ้าตาเบิกกว้างนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“พี่วินเหรอ พี่ชื่อกวินธรเป็นรองประธาน!”
“ใช่พี่เอง เรื่องแต่งงานพี่ตัดสินใจดีแล้วความจริงพี่ก็ไม่อยากแต่งงานกับคนที่พ่อแม่จับคู่ให้ แต่พอรู้ว่าเป็นพราวเลยตกลง พี่ไม่อยากให้พราวหนีไปไหนสังคมสมัยนี้มันอันตรายถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นจะไม่มีใครช่วยได้” เสียงทุ้มเรียบเฉยไม่แสดงอาการตื่นเต้นดีใจที่เธอมา
“พราวรู้ว่าพี่อยากช่วย แต่ไม่อยากให้พี่เดือดร้อนการแต่งงานมันต้องแลกกับอิสระของเราสองคนเลยนะคะ”
“พี่เต็มใจ ถึงไม่แต่งกับพราวก็โดนจับคู่กับคนอื่น ไหน ๆ เราก็รู้จักกันมาบ้างมันยังดีกว่าที่จะต้องไปแต่งงานกับใครที่เราไม่เคยรู้จักเลย”
“เราสองคนรู้จักกันแค่เผิน ๆ”
“ช่วงเวลาก่อนฤกษ์แต่งงานยังมีเวลาหลายเดือน เรามาทำความรู้จักกันให้มากขึ้นดีไหม?” หน้าหล่ออมยิ้มกรุ้มกริ่มมีเสน่ห์มองสบตากับพราวฟ้าที่ยังเม้มริมฝีปากอมชมพูกำมือกับหูกระเป๋าแน่นหลุกหลิกลังเล.........
ปัจจุบัน
ช่วงเวลายามเช้า
หัสวีร์กับกวินธรออกมาวิ่งออกกำลังกายบนถนนเส้นกลางในรั้วกว้างขวางแล้ววิ่งวนกลับไปอีกครั้ง ลัดดาวรรณถือกระเช้าใส่ของทำบุญเข้ามาในรั้วบ้านพร้อมน้องพลลูกชายวัยห้าขวบวิ่งซอยเท้าถี่ตรงไปหาพ่อ
“คุณพ่อ” น้องพลเรียกพ่อเสียงแจ๋ว หัสวีร์รีบวิ่งมาโน้มหาเขี่ยแก้มลูกชายเบา ๆ กวินธรวิ่งตามจับหัวน้อย ๆ ของหลานอย่างเอ็นดู
“วันหลังชวนพราวมาทำบุญกับพี่ก็ได้นะ” ลัดดาวรรณเอ่ยชวนน้องสะใภ้ผ่านกวินธร
“พราวชอบแปลงานช่วงดึก ไม่รู้ว่าจะตื่นเช้าไหวหรือเปล่า”
“ถ้าทำงานดึกก็ให้นอนต่อเถอะ เดี๋ยวจะนอนไม่พอ”
“หิวโจ๊กแล้วครับ” น้องพลเงยมองพ่อแม่แล้วลูบท้องวนไปมา
“งั้นไปกินโจ๊กกันเลย” หัสวีร์จับมือลูกชายกับภรรยาเดินกลับไปยังบ้านหลังแรกที่อยู่รั้วเดียวกัน กวินธรยืนมองครอบครัวอบอุ่นมีความสุขของพี่ชายอย่างที่เขาเองก็อยากมี........
บ้านสไตล์โมเดิร์นล้อมกระจก
พราวฟ้าเดินเล่นมือไขว้หลังชื่นชมในสวนหน้าบ้าน กวินธรวิ่งกลับมาบ้านเหงื่อโทรมกายมองภรรยานุ่มนิ่มน่าทะนุถนอมของเขาอยู่ไกล ๆ
“คุณพราวกับคุณวิน รับอาหารเช้าเป็นอะไรดีคะ” แม่บ้านพรเดินมาทางด้านหลังเอ่ยถามเจ้านายทั้งสอง พราวฟ้าหันรีบหันมามองถึงได้เห็นว่าสามียืนอยู่ข้างหลังเธอ
“พราวอยากทานข้าวต้มค่ะ”
“แซนด์วิชกับกาแฟ” เขาบอกกับแม่บ้านเสร็จก็หันหนีเดินเข้าบ้านหลบเลี่ยงการพบเจอ
“พี่วินคะ”
“เรื่องเมื่อคืน.....พี่ขอโทษ” เท้าหนักชะงักน้ำเสียงนิ่งกลืนน้ำลายหนืดลงคอ
“ค่ะ พราวก็ขอโทษที่ขัดใจพี่” พราวฟ้าสูดหายใจเข้าลึกยอมอ่อนให้กันเพื่อการกระทบกระทั่งระหว่างสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน
“พี่จะแยกห้องนอน จะได้ไม่รบกวนพราวอีก”
“พี่วินทำได้นะคะ แค่....ขอเว้นช่วงห่างจากที่พี่ไปมีอะไรกับคนอื่นก่อน”
“ไม่ต้องหรอก พี่ไม่อยากฝืนใจพราว” เสียงทุ้มกระเง้ากระงอดหน้างอเดินเข้าไปในบ้านแต่ต้องสะดุ้งหน้าตาตื่น
“ว้าย! งู” พราวฟ้าวิ่งปรี่มาเกาะแขนแกร่งเขารีบโอบเอวบางไว้ก่อนจะดันเธอให้ไปอยู่ข้างหลัง
“ไหน! อยู่ตรงไหน”
“ตรงนั้น ๆ” เสียงหวานสั่น ๆ เกาะหลังแกร่งชี้นิ้วไปยังพุ่มไม้ประดับ เขาเพ่งมองเห็นงูตัวสีดำขนาดกลางเลื้อยตามซอกไปเรื่อย ๆ
“เข้าบ้านไป!” กวินธรน้ำเสียงนิ่งไม่อยากให้เธอตกใจกลัว พราวฟ้ารีบหันหลังวิ่งเข้าในบ้านรวดเร็วแล้วคอยชะเง้อผ่นกระจกบานใหญ่ลุ้นดูให้กำลังใจกวินธรกับคนสวนจับงูที่เลื้อยไวตัวยาวสีดำปนน้ำตาลเอาใส่กระสอบแล้วให้คนสวนเอาไปปล่อย
กายหนาหอบเหนื่อยเท้าเอวมองพื้นสวนกว้างรอบบ้านก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าบ้านเห็นพราวฟ้ายืนหน้าเสียมองมาทางเขา.........
