ตอนที่ 6 ถูกตาต้องใจ
บนเตียงของห้องนอนรับรองล้อมด้วยกระจกบานใหญ่
กวินธรพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมาพยายามข่มตาหลับทั้งที่ใจยังคุกรุ่นด้วยความโมโหกังวลนึกถึงภรรยาข้างห้องไม่รู้ว่าป่านนี้จะหยุดร้องไห้หรือยัง
คิ้วเข้มขมวดถอนหายใจหนักขยับกายนั่งลูบหน้าลูบตาหงุดหงิดตัวเองก่อนจะลุกเดินออกจากห้องนอนไปหยุดอยู่หน้าห้องของภรรยา มือหนาจับลูกบิดประตูลังเลอยู่นานสองนานสุดท้ายก็เลือกเดินเลี่ยงไปทางอื่น.......
“ตู้ม!” เสียงน้ำในสระว่ายน้ำดังคล้ายมีคนกระโจนลงไป พราวฟ้าสะดุ้งตกใจใครจะมาว่ายน้ำตอนตีหนึ่งหรือว่าบ้านหลังนี้จะมีประวัติเพราะพื้นที่เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยอดีต
เสียงน้ำกระเพื่อมจากการว่ายน้ำวนไปมาดังต่อเนื่อง ร่างบางค่อย ๆ ก้าวเดินประหม่าใจดวงน้อยเต้นรัวกลัวก็กลัวแต่ความอยากรู้อยากเห็นนั้นมีมากกว่าจึงค่อย ๆ เปิดผ้าม่านแง้มมองลงไปยังสระว่ายน้ำด้านล่าง
ชายกำยำผิวขาวสะอาดสวมกางเกงขาสั้นว่ายน้ำวนไปมาอยู่ในสระ พราวฟ้าเพ่งมองชัด ๆ เห็นเป็นหน้าของกวินธรก็โล่งอกก่อนจะผงะเมื่อเห็นเขาแตะขอบสระหันกลับมาเงยมองตรงมาทางเธอ ดวงตากลมโตมองสบตาสามีนิ่งงันก่อนจะเม้มริมฝีปากรีบปิดผ้าม่านหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว
กวินธรกระตุกมุมปากพอใจ อย่างน้อยเขาก็ได้เห็นว่าตอนนี้เธอหยุดร้องไห้ไปแล้ว มือหนาลูบใบหน้าหล่อเหลากางสองแขนพาดขอบสระเอียงคอไปมาหายเครียดในขณะที่สายตายังคงไปทางกระจกห้องนอนของภรรยา….
ย้อนไปเมื่อแปดเดือนก่อนวันแต่งงาน
ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ย่านชานเมือง
เสียงดังกึกก้องแห่กรี๊ดซูเปอร์สตาร์เอเชียมางานมีทแอนด์กรีทซึ่งแฟนคลับนับพันรอเจอตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงชั้นห้าที่เป็นหอประชุมใหญ่ไว้สำหรับจัดงาน หัสวีร์กับกวินธรประธานและรองประธานพร้อมด้วยเลขาผู้จัดการ เดินตรวจดูความเรียบร้อยของห้างแต่ละชั้นและพอใจที่ศิลปินดาราสามารถดึงดูดลูกค้าเข้าห้างได้จำนวนมาก
ภายในลิฟต์กระจกของห้างสรรพสินค้า
หัสวีร์กับกวินธรกำลังจะลงลิฟต์ไปยังชั้นล่างสุดของห้าง ระหว่างนั้นด้านในสุดของลิฟต์มีเด็กหญิงวัยประมาณสามขวบผิวขาวหน้าหมวยร้องไห้งอแงอยู่ในอ้อมกอดของแม่ชาวเอเชียซึ่งไม่มีท่าทีหยุดร้อง กวินธรไม่ชอบเสียงเด็กร้องเพราะมันปวดประสาทเลยปรายตามองรำคาญส่วนหัสวีร์มีลูกรุ่นราวคราวเดียวกันพยายามยิ้มหยอกล้อเล่นกับเด็กให้หยุดร้อง
สักพักเขาก็ได้ยินน้ำเสียงหวานนุ่มนวลพูดกับเด็กเป็นภาษาจีนเสียงนั้นละมุนทำให้ต้องหันไปมอง หญิงสาวในเสื้อคลุมแขนยาวสีดำสวมฮู้ดคลุมหัวกำลังพูดคุยกับเด็กน้อยหน้าหมวยน้ำตานอง เด็กน้อยเงยมองเธอตาแป๋วก่อนจะได้ยินแม่เด็กพูดเป็นภาษาเกาหลี หญิงสาวในเสื้อคลุมก็พูดภาษาเกาหลีกับเด็กน้อยหน้าหมวยแล้วดึงฮู้ดบนศีรษะลงยิ้มหวานให้เด็กน้อยอารมณ์ดีขึ้น ทว่าใบหน้าใสจิ้มลิ้มปากนิดจมูกหน่อยผิวขาวอมชมพูน่ารักน่าเอ็นดูราวกับผิวเด็กกลับทัชใจเขาให้นิ่งงันเผลออมยิ้มตามเธอโดยไม่รู้ตัว
“ฮึ่ม” หัสวีร์กระแอมแทรกกวินธรสะดุ้งเหลือบมองพี่ชายยิ้มกรุ้มกริ่มก็แสร้งเก๊กหน้าขรึมหันหน้าหนีไปทางอื่น
เมื่อลงจากลิฟต์
หัสวีร์กับเลขาเดินนำไปก่อนส่วนกวินธรก้าวเดินเชื่องช้าสองมือสอดกระเป๋ากางเกงเหลือบมองไปข้างหลังมองหาสาวน้อยหน้าใสในเสื้อคลุมจนได้เห็นว่าเธอกำลังเดินตามหลังออกมา เขาค่อยๆ หันไปมองเห็นเธอหันไปโบกมือบ้ายบายให้กับเด็กน้อยวัยสามขวบแล้วหันหน้ากลับมาชนเข้ากับตัวเขาเข้าอย่างจัง
“ขอโทษค่ะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโตเงยมองเขา ผู้ช่วยไทจะเข้ามาหาแต่เขายกมือห้ามไว้
“ไม่เป็นไรครับ” คนตัวโตใจเต้นรัวหูสองข้างแดงก่ำถูกตาต้องใจตั้งแต่แรกเห็น หญิงสาวยิ้มอ่อนหลบตาลงแล้วสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นรองเท้าผ้าใบของเธอเหยียบอยู่บนรองเท้าหนังสีดำเงา
“อุ้ย! ขอโทษนะคะ” เธอรีบชักเท้าออกเปิดกระเป๋าสะพายหยิบซองกระดาษทิชชูออกมาย่อตัวลงจะเช็ดรองเท้าหนังสีดำเงาที่เปื้อนคราบฝุ่นจากรองเท้าผ้าใบของเธอ
“ไม่เป็นไร ผมเช็ดเอง” กายหนารีบย่อลงหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดรองเท้า
“ขอโทษนะคะ” มือเรียวประกบขึ้นไหว้หน้าสลด กวินธรเงยมองตาหวานเยิ้มเกิดอาการประหม่าไม่เป็นตัวเอง
“ครับ”
“งั้น ขอตัวไปก่อนนะคะ” หญิงสาวยิ้มอ่อนเขินคำพูดน่ารักของเขาก่อนจะโน้มหน้าเล็กน้อยแล้วรีบลุกกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปทางลานจอดหน้าประตูห้างเห็นรถคอมมูเตอร์สีดำทะเบียนประมูลมาจอดเธอคนนั้นเปิดประตูขึ้นรถไป กวินธรมองรถคอมมูเตอร์แล่นห่างออกไปด้วยความสงสัยการแต่งตัวธรรมดาสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่กางยีนรองเท้าผ้าใบของเธอง่าย ๆ สบาย ๆ ดูไม่ใช่ลุคคุณหนูทั่วไปที่เขาเคยเจอ
“ไท ไปหาข้อมูลรถคันนั้นให้หน่อย ขอด่วน”
“ครับคุณวิน” ผู้ช่วยไทรับคำสั่งจากเจ้านายแล้วรีบจดบันทึกงานลงแท็บเลตทันที
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
ระหว่างการประชุมกับฝ่ายการตลาดกำลังเข้มข้น ไทเดินเข้ามาหากวินธรที่นั่งอยู่หัวโต๊ะแล้วยื่นแท็บเลตส่งให้
รูปภาพและข้อความบนแท็บเลต : รูปรถคอมมูเตอร์สีดำ ทะเบียนประมูล มาจอดหน้าห้างและมีหญิงสาวสวมชุดเดรสกระโปรงสีขาวผมยาวตรงลงมาจากรถ
กวินธรพยักหน้ารับนิ่ง ๆ ก่อนจะผุดรอยยิ้มในที่สุดเธอก็มาให้เขาได้เจอ
บูธน้ำมันหอมระเหยข้างบันไดเลื่อน
พราวฟ้าใบหน้าสวยจิ้มลิ้มแต่หน้าอ่อน ๆ ผิวพรรณอมชมพูเปล่งปลั่งสวมชุดกระโปรงสีขาวปล่อยผมยาวสลวยทัดใบหูซ้ายกำลังเลือกกลิ่นอโรม่าจากแผ่นเทสเตอร์ที่พนักงานนำมาให้ดมทีละกลิ่น
“กลิ่นคาโคมายจะช่วยให้หลับสบายคลายเครียดค่ะ”
“หอมอ่อน ๆ ดีนะคะ” พราวฟ้ารับแผ่นเทสเตอร์มาโบกใกล้ปลายจมูกแล้วหลับตาซึมซับกลิ่นชัด ๆ
“มีกลิ่นมะลิช่วยให้อารมณ์สงบด้วยนะคะ ทางเราผสมกลิ่นหลักกับกลิ่นเฉพาะของทางแบรนด์ช่วยทำให้ละมุนไม่เหมือนแบรนด์ไหน” พนักงานแนะนำเพิ่มค่อย ๆ หยดน้ำมันหอมระเหยลงแผ่นเทส
“กลิ่นไม้ซีตาร์ก็ดีนะครับช่วยให้อบอุ่นจิตใจนิ่งสงบก่อนนอน” เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยแทรกพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมทำให้พราวฟ้าจดจำได้
หน้าสวยหันมองใบหน้าของชายหนุ่มหล่อเหลาผิวขาวคิ้วเข้มตาโตจมูกโด่งสันกรามชัดนับเป็นหนุ่มรูปงามอีกคนที่เธอเคยพบเจอ
“คุณที่พราวเหยียบรองเท้า”
“นึกว่าจะจำกันไม่ได้” กวินธรอมยิ้มเลิกคิ้วขึ้นดีใจที่เธอยังจำเขาได้
“พราวจำกลิ่นน้ำหอมของคุณได้ค่ะ พอหันมาเห็นหน้าก็ใช่เลย” หน้าสวยยิ้มสดใสจากที่ถูกใจตั้งแต่แรกเห็นกลายเป็นว่ายิ่งชอบมองเวลาเธอยิ้มน่ารักจับใจ
“แต่ผมเกือบจำคุณไม่ได้วันนั้นกับวันนี้ดูต่างกันเลย”
“พราวชอบหลายสไตล์ค่ะ เรียบร้อยก็ได้ทะมัดทะแมงก็ดี” เธอก้มมองเสื้อผ้าตัวเองแล้วยิ้มเขินทัดผมข้างใบหู
“ผมช่วยแนะนำกลิ่นให้ไหม?”
“พี่ไม่ต้องไปทำงานเหรอคะ” พราวฟ้าเอ่ยถามมองสายคล้องคอเขาแต่ป้ายชื่อถูกสอดไว้ในช่องกระดุมเสื้อเชิ้ตเลยคิดว่าเขาเป็นพนักงานของห้าง
“ช่วงพักเบรกพอดี” เขาก้มมองป้ายชื่อตามสายตาของเธอแล้วยิ้มอ่อน ก่อนจะช่วยเดินแนะนำกลิ่นอโรม่าที่ช่วยให้นอนหลับลึกให้กับเธอ
