ตอนที่ 3 กำแพงแม่สามี
รั้วสีขาวสูงอลังการสุดซอยสกุลดิลกพิทักษ์ ซึ่งเป็นชื่อซอยเป็นของตระกูลผู้รากมากดีเก่าแก่
บ้านหลังใหญ่สามหลังอยู่ภายในรั้วบ้านพื้นที่กว้างขวางราวกับเป็นอาณาจักรส่วนตัวย่อม ๆที่ซ่อนหลบความวุ่นวายท่ามกลางภายนอกที่เต็มไปด้วยความคับคั่งของเมืองหลวง
รถคอมมูเตอร์คันหรูแล่นผ่านสนามหญ้าและสวนกว้างไกลตาลิบ ๆ เป็นบ้านสีขาวสไตล์ยุโรปของหัสวีร์ลูกชายคนโต หลังที่สองทางขวามือเป็นของกวินธรสไตล์โมเดิร์น จนมาถึงบ้านหลังสุดท้ายกลางพื้นที่กว้างเป็นบ้านปูนสองชั้นสไตล์โคโลเนียลเป็นการผสมผสานระหว่างตะวันตกกับภูมิปัญญาเขตร้อนคลาสสิคหรูหราเหมือนได้ย้อนยุค
“โห บ้านสวยมากเลย...” พราวฟ้าอ้าปากค้างชื่นชมบ้านหลังอลังการตรงหน้าและตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปชมความงามในบ้านเต็มที
“บ้านเก่าของตระกูลสร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5” กวินธรมองบ้านหลังใหญ่ที่เขาอยู่มาตั้งแต่เกิดอย่างภูมิใจ
“ขอเข้าไปดูข้างในเลยได้ไหมคะ”
“ยังไงก็ต้องเข้าไปอยู่แล้ว” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเดินนำภรรยาเข้ามาภายในห้องโถงของบ้าน
“ว้าว พี่วินพาเดินทัวร์รอบบ้านได้ไหมคะ” พราวฟ้าตาลุกวาวความสวยคล้ายมีมนต์ขลังของกาลเวลาซ่อนอยู่เฟอร์นิเจอร์และทุกอณูของบ้าน
“ใช่เรื่องไหม?”
“อยากดู....” ริมฝีปากยื่นยาวมองอ้อนคนหน้าตึงมาดเข้มข้างกาย
“ชั้นเดียวพอ”
“ขอบคุณค่ะ”
“วุ่นวาย” เขาเหล่มองสะบัดหน้าเดินนำไปทางซ้ายของตัวเองคล้ายว่าเบื่อหน่ายแต่เต็มใจพาเธอเดินดูทุกซอกมุม ระหว่างกวินธรกำลังแนะนำตู้ของสะสมของเก่าจากต่างประเทศ แม่บ้านสวมเสื้อสีขาวคอบัวแขนตุ๊กตานุ่งผ้าถุงสีครามเข้ามาใกล้คุณทั้งสอง
“คุณวินคะ คุณหญิงให้มาเชิญรับชายามบ่ายค่ะ” กวินธรหันไปพยักหน้ากับแม่บ้านเล็กน้อยก่อนจะพาภรรยาไปยังห้องรับรองใกล้สวนดอกไม้ที่มีคุณพ่อประศักดิ์ และคุณหญิงแม่จรัสดาวนั่งรออยู่บนโซฟาสไตล์ยุโรป
พราวฟ้ายกมือไหว้ทั้งสองท่านอย่างอ่อนน้อมแล้วค่อย ๆ นั่งตัวตรงเก็บเท้าประสานมือเรียบร้อย จรัสดาวเหล่มองลูกสะใภ้สวมชุดกระโปรงยาวเลยเข่าถูกกาลเทศะ
“บ้านฉันสวยใช่ไหมล่ะ?”
“สวยมากค่ะ เหมือนพิพิธภัณฑ์ดูก็รู้ว่าคุณหญิงแม่ดูแลรักษามาอย่างดี” หน้าสวยยิ้มแย้มเอ่ยชมจากใจจริง
“แน่นอนบ้านของบรรพบุรุษท่านสร้างไว้ให้ ไม่เหมือนพวกเสื่อผืนหมอนใบต้องให้ลูกหลานหาสร้างกันเอาเอง” จรัสดาวกระตุกยิ้มหยิบแก้วน้ำชาควันคลุ้งขึ้นมาจิบ พราวฟ้ายิ้มแห้งไม่อยากต่อปากต่อคำให้เป็นเรื่อง
“ช่วงนี้วินมีงานโปรเจคใหม่งานน่าจะยุ่ง เรื่องฮันนีมูนก็ปล่อยไปก่อนแม่มองว่าไม่จำเป็นเท่าไหร่ ฮันนีมูนเนี่ยเขามีไว้สำหรับคู่รักกันจริง ๆ ส่วนคู่รักอุปโลกน์ไม่ต้องไปก็ได้”
“ผมก็ว่าอย่างนั้นครับ”
“ถึงจะงานเยอะก็อย่าลืมหาเวลามีทายาทให้พ่อด้วยนะ” ประศักดิ์อมยิ้มในเมื่อเกี่ยวดองกันแล้วก็อยากให้มีทายาทเกี่ยวดองกันไปนาน ๆ
“ไม่ได้ค่ะ ทายาทของเราต้องมาจากคนไทยแท้มีเชื้อผู้รากมากดีตั้งแต่สมัยโบราณจะมามีหลานเป็นลูกครึ่งเจ๊กแบบนี้น้องรับไม่ได้” จรัสดาวเสียงแหลมแทรกขึ้นอย่างหงุดหงิด
“พราวก็มีเชื้อไทยนะคะ” พราวฟ้าแย้งขึ้นถึงเธอจะเป็นลูกหลานคนจีนแต่มีดวงตากลมโตหวานละมุนเหมือนกับแม่ที่เป็นคนไทยแท้
“ฉันรู้ย่ะว่าแม่หล่อนเป็นลูกหลานเจ้าเมืองทางเหนือแต่ก็นะ ดันไปรักกับพวกคนเจ๊กเลยมีลูกออกมาครึ่งเสี้ยวอย่างหล่อน ฉันถึงไม่อยากให้หลานของฉันต้องเป็นอย่างหล่อนไง”
“ไหน ๆ ลูกก็แต่งงานกันแล้วนะคุณ”
“แต่งได้ก็เลิกได้ค่ะ เราทุกคนก็รู้กันอยู่ว่าการแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร”
“คุณแม่ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ยังไงผมก็ไม่มีลูกกับพราว” กวินธรน้ำเสียงเรียบนิ่งมองไปทางพราวฟ้าหลบตาลงต่ำสงบนิ่ง
“ดีจ้ะ ลูกชายแม่น่ารักที่สุด” จรัสยิ้มพึงพอใจพลางเหล่ไปมองลูกสะใภ้ที่เธอไม่ต้องการ
“อันนี้เรียกว่าขนมอะไรคะ ดูน่าทานจัง” มือเรียวผายไปทางขนมสีม่วงจับจีบดอกรอบ ๆ ในเมื่อปริปากเถียงไม่ได้พราวฟ้าเลยหาคุยเรื่องอื่นเพื่อเบี่ยงเบนการกระแหนะกระแหนของแม่สามี
“ขนมชาววังเคยทานไหม หรือทานเป็นแต่ซาลาเปากับหมั่นโถว?” จรัสดาวแค่นหัวเราะเยาะแต่ไม่สะเทือนพราวฟ้าที่นั่งตาแป๋วไม่รู้สึกรู้สา
“พราวอยากลองทานค่ะ”
“ลองดูแล้วกันขนมพวกนี้ฉันสั่งมาจากคนเก่าคนแก่ในวังเชียวนะที่หล่อนชี้คือช่อม่วง”
“หืม...ตัวแป้งเหนียวนุ่มหวานนำเค็มออกเผ็ดนิด ๆ อร่อยมากเลยค่ะคุณแม่” ทันทีที่เคี้ยวขนมสีม่วงเธอก็หลับตาพริ้มถูกใจในรสชาติ
“ลองอันนั้นด้วย ชื่อม้าฮ้อ” จรัสดาวผายมือไปทางของว่างวงกลมสีน้ำตาลวางบนสับปะรดชิ้นเล็กพอดีคำ พราวฟ้ารีบตักม้าฮ้อมาชิมแล้วหลับตาพริ้มแยกรสชาติอาหาร
“มีความเค็มมันตัดด้วยรสเปรี้ยวของผลไม้ลงตัวสุด ๆ”
“เก่งนี่แสดงว่าเป็นนักชิมตัวยง” จรัสดาวอมยิ้มสีหน้าสะใภ้ว่าอร่อยนักหนา
“พราวชอบทานอาหารอร่อย ๆ ค่ะ และจะนึกถึงรสสัมผัสของอาหารระหว่างเคี้ยวไปด้วยค่ะ”
“งั้นเหรอ ฉันจะบอกให้นะฉันเนี่ยนักปรุงอาหารตัวยงเข้าครัวกับคุณหญิงแม่ตั้งแต่เจ็ดขวบไว้วันหลังฉันจะทำอาหารให้ชิมรับรองว่ารสชาติอร่อยกว่าที่ไหนที่เคยทานมาแน่”
“คุณหญิงแม่พูดซะพราวอยากชิมความอร่อยเร็ว ๆ จังเลยค่ะ”
“เย็นนี้มาทานข้าวด้วยกันสิ ฉันจะลงครัวเอง” จรัสดาวเอ่ยชวนทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่อยากเห็นหน้าลูกสะใภ้บ่อย ๆ ด้วยซ้ำอีกทั้งยังจะลงมือเข้าครัวทำอาหารให้ลูกสะใภ้ด้วยตัวเอง ประศักดิ์ยักคิ้วกับลูกชายแล้วอมยิ้มขำภรรยาอุตส่าห์ตั้งกำแพงไว้ซะสูงสุดท้ายก็ถูกลูกสะใภ้ตาใสกระโดดข้ามเข้ามาได้แบบงง ๆ
