ตอนที่ 19 สุขไม่สุด
“พี่ออกมาดูงานข้างนอกขี้เกียจกลับเข้าบริษัทเลยมาหาพราว”
“งั้นเดี๋ยวลงไปหาของกินเล่นกันนะคะ” ดวงตากลมโตเบิกกว้างหลุกหลิกยิ้มแห้ง ๆ อย่างมีพิรุธ
“ค่ะ” กวินธรพยักหน้ายิ้มอ่อนค่อย ๆ หันหลังกลับทำทีว่าเดินออก พราวฟ้ารีบหันมาวางตุ๊กตาที่เหลืออยู่แล้วปิดประตูตู้กระจกลงทันที ทว่าเมื่อเธอหันกลับมาข้างหลังก็เห็นสามียืนมองภายในตู้ด้วยสีหน้าแววตาเรียบนิ่ง
“ไปกันเถอะค่ะ” พราวฟ้ายิ้มเจื่อนรีบปรี่มาเกาะแขนชวนสามีออกไป แต่เขายังยืนนิ่งกวาดสายตามองสำรวจภายในตู้กระจกนั้นเห็นแหวนสีดำตัดขอบเงินวงนั้นและปีกนกสีดำตัดขอบขาวของศิลปินวางไว้
“ของของอชิ” เสียงทุ้มกดต่ำก้มมองหน้าภรรยาที่เงยมองประหม่าแววตาสั่นไหวอ้ำอึ้งพูดไม่ออก
“ก็...ไม่ทุกชิ้นหรอกค่ะ”
“พราว...”
“มีของสะสมบางอย่างที่อชิส่งมาให้ตลอดเจ็ดปีที่เลิกกัน แต่ส่วนมากพราวซื้อมาเก็บสะสมเอง” ตากลมโตหลบลงเม้มริมฝีปากแน่นหายใจไม่ทั่วท้อง
“แล้วพราวก็เก็บรักษาของทุกชิ้นอย่างดี”
“มันน่ารักนี่คะ พวกนี้เป็นตุ๊กตาที่พราวชอบและสะสมไว้เป็นคอลเลคชั่น”
“รู้ใจกันซะด้วย พี่ยังไม่รู้เลยว่าพราวชอบอะไร” เสียงทุ้มกำต่ำแผงสั่นเครือเมินหน้าหนีขอบตาร้อนผ่าว
“ถ้าพี่ไม่สบายใจพราวเอาไปทิ้งก็ได้นะคะ” พราวฟ้าเงยมองหน้าเสียเหลือบมองตุ๊กตาในตู้อย่างเสียดายแต่ก็ไม่อยากให้เขางอน กวินธรหันมองภรรยาเห็นสายตาเธอมองของในนั้นแล้วนึกน้อยใจดึงแขนออกจากการกอดรั้งพร้อมกับแค่นหัวเราะเยาะตัวเอง
“มันเป็นของที่พราวชอบจะทิ้งทำไม สู้ทิ้งของที่ไม่เคยชอบเลยดีกว่า”
“อย่าประชดกันสิคะ พราวเก็บสะสมมานานแล้วมันก็แค่สิ่งของไม่ได้หมายความว่าพราวจะรู้สึกอะไรกับอชิสักหน่อย”
“ถ้าพี่เก็บของที่เป็นความทรงจำของลักษ์กับพี่บ้าง พราวจะรู้สึกยังไง?” เขาจ้องมองด้วยสายตาตัดพ้อผิดหวัง พราวฟ้าน้ำตารื้นจุกในลำคอ
“งอนพี่ แขวะว่าพี่ยังรักเขาอยู่.....ใช่ไหม”
“.........”
“ใจเขาใจเราเนอะ ถ้าพราวสนใจความรู้สึกพี่สักนิดชีวิตคู่เราคงจะดีกว่านี้” กายหนาถอยห่างกลอกตามองปวดร้าวน้ำตาเอ่อรีบหันหนีไม่อยากระเบิดอารมณ์ทะเลาะกันมากไปกว่านี้
พราวฟ้าหน้าสลดยืนมองสามีเดินห่างออกไปแล้วหันมองของสะสมในตู้กระจกอย่างห่อเหี่ยวแต่เมื่อเห็นสีหน้าของสามีทำให้เธอต้องเลือกตัดใจทิ้งบางสิ่งบางอย่างเพื่อรักษาบางสิ่งที่สำคัญกว่าไว้ให้อยู่กับเธอ........
กวินธรเดินขบกรามตั้งสติก่อนจะเข้าไปพบพ่อแม่สามีในห้องรับแขก
“ผมขออนุญาตกลับเลยนะครับ”
“อ้าว เมื่อครู่บอกว่าจะทานข้าวเย็นด้วยกันไงลูก” นิลดามองงงก่อนจะขึ้นไปห้องลูกเขยก็ยิ้มแย้มอารมณ์ดีแต่ทำไมลงมาแล้วถึงทำหน้าอมทุกข์ขนาดนั้น
“ผมมีงานด่วนครับ ต้องขอโทษด้วย” เขารีบยกมือไหว้พ่อแม่ภรรยาแล้วรีบหันหลังเดินออกไปจากห้องรับแขก ......
ผ่านไปสักพัก
พราวฟ้าหน้าละเหี่ยเข้ามาในห้องรับแขกหยิบกระเป๋ามาสะพายแล้วยกมือไหว้ยกมือไหว้พ่อกับแม่
“หนูกลับแล้วนะคะ”
“ไหนว่าจะรอพี่ ๆ กลับมากินข้าวเย็นด้วยกันก่อน” นิลดาเอ่ยถามทั้งที่รู้คำตอบ
“ไม่แล้วค่ะ วันนี้หนูขอกลับก่อนวันหลังหนูจะมาเคลียร์ของในห้องไปบริจาคนะคะ”
“หนูกับวินมีปัญหากัน?” เจ้าสัวมองหน้าลูกสาวนิ่ง ๆ สังเกตอาการ
“ไม่ค่ะเขาแค่พูดเตือนสติ หนูกลับก่อนนะคะ” เสียงหวานเนือย ๆ หันหลังเดินลากเท้าไหล่ตกห่อเหี่ยว
“เอาไงดีคะ?”
“ไม่ต้องทำอะไรถ้าลูกยังไม่พร้อมบอกก็ให้เขาหาทางแก้ไปก่อน” เจ้าสัววิบูลกับนิลดาหันมองหน้ากันพอจะรู้ว่าลูกสาวกับลูกเขยมีปัญหากันแต่จะไม่เข้าไปก้าวก่ายหากลูกไม่ได้เอ่ยปากขอให้ช่วย..........
บ้านหรูสไตล์โมเดิร์นของกวินธร
พราวฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึกเดินเข้ามาในบ้านเงียบเชียบดวงตากลมโตกวาดมองหาสามีในบริเวณต่าง ๆ ของบ้านซึ่งก็ว่างเปล่า
“พี่วินล่ะคะ” เธอเอ่ยถามแม่บ้านพรที่กำลังถือถาดแก้วน้ำเปล่าเย็นชื่นใจมาให้คุณผู้หญิงของบ้าน
“คุณวินไปบ้านใหญ่ค่ะ ทราบว่าคุณลักษ์มาหาคุณหญิงเลยให้คนมาเชิญไปทานอาหารร่วมกัน”
“มาอีกล่ะ” หน้าสวยง้ำงอเหนื่อยกับความสัมพันธ์อีนุงตุงนัง
“ใกล้เวลาอาหารเย็นแล้วคุณพราวไปตอนนี้ยังทันนะคะ”
“คุณหญิงแม่ไม่ได้ชวนพราวนี่คะ เดี๋ยวพี่พรช่วยทำอาหารง่าย ๆ ให้พราวกินหน่อยนะ” พราวฟ้าเหลือบมองแม่บ้านแล้วถอนหายใจเดินหน้าง้ำไปทรุดตัวนั่งบนโซฟาอย่างเหนื่อยหน่าย
ช่วงหัวค่ำ
หลังมื้ออาหารเย็น
พราวฟ้าชะเง้อชะแง้นั่งรอสามีกลับมาบ้านอย่างใจจดใจจ่อ จนเกือบสองทุ่มรถกอล์ฟไฟฟ้ามาจอดหน้าบ้าน กายบางลุกพรวดน้อยใจนิด ๆ ที่เขาไปเจอกับลักษ์นารานานแต่ด้วยว่าเธอมีคดีติดต้วอยู่เลยห้ามงอแงแม้จะอยากงอนก็ตาม
“พี่วิน” พราวฟ้ารีบไปเปิดประตูต้อนรับสามีพร้อมกับรอยยิ้มแสนหวาน กวินธรหน้าตึงนิ่งมองเธอเพียงครู่แล้วก้าวเดินผ่านภรรยาไปราวกับเป็นอากาศ พราวฟ้าใจหายรีบหันตามไปทางสามีที่กำลังจะก้าวเท้าขึ้นบันได
“พราวอยากคุยด้วย...”
“ตอนนี้ไม่สะดวก” เสียงเข้มนุ่มลึกก้าวเดินต่อไปไม่แยแส
“พราวตัดสินใจว่าจะเอาของสะสมของอชิไปบริจาคให้เด็กด้อยโอกาส!”
“ของสะสมมีคุณค่าทางจิตใจ พี่รู้ว่าพราวเสียดายไม่ต้องฝืนใจทำก็ได้”
“พราวยอมทิ้งเพื่อความสบายใจของพี่”
“นั่นเป็นสิ่งที่ต้องทำมานานแล้วไม่ใช่หลังจากเรื่องแดง” เขาชะงักเอียงมองภรรยาอย่างเย็นชา พราวฟ้าหน้าเศร้าใจเต้นรัวเมื่อเห็นสีหน้าแววตาเขาสื่อถึงความเสียใจยิ่งทำให้รู้สึกผิด กวินธรหันหลังเชื่องช้าก้าวเดินเอื่อย ๆ ถอนหายใจเหนื่อยหน่ายมานับครั้งไม่ถ้วน.....
