ตอนที่ 20 เธอเป็นใคร
บนที่นอนผ้าปูสีเข้มเคยมีสามีภรรยานอนเคียงข้างกันทุกค่ำคืน
พราวฟ้านอนตะแคงมองผ้าปูที่นอนเรียบตึงของฝั่งสามีในวันนี้ว่างเปล่าไม่มีกายอุ่นและกลิ่นหอมของเขาอยู่ข้างกายเช่นทุกคืน ดวงตากลมโตกะพริบถี่น้ำตาไหลเครียดกดดันและอึดอัดใจเธอยอมสละของสะสมที่เป็นความชื่นชอบของแต่ละชิ้นใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ เธอก็ยินดีปล่อยทิ้งไปเพื่อสามีแต่เขาก็ยังหมางเมินแยกห้องนอนแม้จะไม่ได้โกรธจนทะเลาะกันรุนแรงแต่การเงียบและหนีหน้าแบบนี้ก็ทรมานไม่แม้กัน.......
สองวันต่อมาหลังจากความขุ่นเคือง
ในช่วงสายของวันหยุดพักผ่อน
สามีภรรยาต่างห่างเหินหลบหน้าไม่พูดไม่จาถึงจะอยู่ภายในบ้านหลังเดียวกันแต่ความรู้สึกที่มีช่างห่างไกล พราวฟ้าหน้าอึนตื้อ ๆ ที่หัวกำลังเดินลงบันไดมายังชั้นล่างของบ้าน ระหว่างที่กำลังก้าวเดินเธอได้ยินเสียงพูดคุยของชายและหญิงสลับเสียงหัวเราะมีความสุข คิ้วเรียวขมวดสงสัยแอบเงี่ยหูฟังบทสนทนาอย่างตั้งใจ
“นี่ค่ะโรยดอกมะลิสวนของที่บ้านหอมละมุนปลอดภัยไร้สารพิษเหมือนเดิม” ลักษ์นาราค่อย ๆ โรยดอกมะลิเพิ่มในชามข้าวแช่ให้กับเขา
“วินไม่ได้กินฝีมือลักษ์ตั้งสองปีแหนะ”
“งั้นกินเยอะ ๆ เลยนะ ให้สมกับที่ลักษ์ตื่นมาทำอาหารให้ตอนตีสี่ ถ้าเป็นภรรยาวินคงไม่ตื่นมาทำอะไรแบบนี้แน่”
“กว่าพราวจะได้นอนก็ตีสองตีสาม ถ้าต้องทำอาหารอีกก็ไม่ต้องนอนกันพอดี”
“ถึงยังไงก็ต้องรู้จักแบ่งเวลานะ หน้าที่ดูแลปรนนิบัติสามีไม่ควรบกพร่อง สามีอุตส่าห์ใส่ใจกลัวเธอโดนงูกัดถึงขนาดยอมรื้อสนามหน้ากว้างที่ชอบเปลี่ยนเป็นพื้นกระเบื้องเพราะเป็นห่วง แต่ดูเธอจะไม่ค่อยเห็นว่าสำคัญ” ลักษ์นารากระตุกมุมปากเหยียดภรรยาไร้สกุลของอดีตคนรัก
“วินก็ไม่ได้ซีเรียสว่าพราวต้องมาเอาใจ แค่พราวทำอะไรแล้วมีความสุขเท่านั้นก็พอ” เสียงกวินธรราบเรียบไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิดภรรยาแม้จะถูกยุแยงเป่าหู
“วินกำลังใจดีเกินไป จะทำให้เธอเสียคนได้” ลักษ์นาราหายใจเข้าออกลึก ๆ คนข้าวแช่ในชามไปมาหงุดหงิดฟังออกว่าเขาเข้าข้างภรรยา กวินธรตักข้าวแช่กินกับเครื่องเคียงเลี่ยงที่จะพูดคุยเรื่องภรรยาต่อ
พราวฟ้าที่แอบฟังกลอกตามองบนเบะปากหมั่นไส้คนขี้นินทา ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นนิ่งเฉยเดินตรงมายังโต๊ะอาหารแล้วเหล่คู่กรณีอย่างไม่เป็นมิตร กวินธรเหลือบมองภรรยาด้วยหางตายังคงงอนกันไม่หาย
“ข้าวแช่สูตรชาววังสำหรับฉันกับวิน ไม่ได้ทำเผื่อเธอด้วยคงไม่เป็นไรเนอะ” ลักษ์นารายิ้มอ่อนอย่างเจ้ามีเลศนัยมีบางอย่างแอบแฝง พราวฟ้ามองเคืองสะบัดหน้าเชิดใส่ไม่สนไม่แคร์
“ทานกันไปเถอะค่ะ ฉันไม่ชอบกินอยู่แล้ว” กายบางเดินไปนั่งยังสุดมุมโต๊ะห่างไกลคนทั้งสองที่นั่งกินข้าวแช่ร่วมกันสักพักแม่บ้านพรก็รีบนำอาหารมาเสิร์ฟให้คุณผู้หญิงของบ้านแล้วกลับเข้าครัว
“นี่พึ่งตื่นเหรอแล้วจะได้ดูแลสามีตอนไหนหรือต้องคอยพึ่งแม่บ้านกับอาหารฝีมือของแม่ครัว”
“ฉันติดนิสัยรวย จ่ายเงินจ้างแม่บ้านแล้วจะทำเองให้เหนื่อยทำไม?” ดวงตากลมโตปรายมองเขม่นแทบจะอดทนความมั่นหน้าของลักษ์นาราไม่ไหว
“ไม่น่าล่ะคุณหญิงป้าถึงไม่ถูกใจเธอเลยสักอย่าง ก็หยิบโหย่งมักง่ายทำอะไรไม่เป็นแล้วยังคิดจะเป็นแม่ของลูกวินอีกตัวเองยังเอาไม่รอดเลยด้วยซ้ำ” สิ้นเสียงกระแหนะกระแหนของลักษ์นารา พราวฟ้าถึงกับหันขวับตาขวางแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เธอเป็นใคร?”
“..........” ลักษ์นารานิ่วหน้าสงสัยยังไม่ทันจะตอบก็สะดุ้งเพราะพราวฟ้าทุบโต๊ะอาหารดังลั่น
“ฉันถามว่าเธอเป็นใครถึงมายุ่งเรื่องครอบครัวฉัน!”
กวินธรนิ่งอึ้งไม่คิดว่าภรรยาจะระเบิดอารมณ์ ลักษ์นาราหันมองกวินธรนั่งเงียบไม่ต่อว่าภรรยาสักคำทำให้เธอทนไม่ไหวลุกขึ้นยืนประจันหน้าด้วยตัวเอง
“ฉันเป็นเหมือนญาติคนหนึ่ง ไม่เหมือนเธอที่คนในครอบครัวเขาไม่ต้อนรับ!”
“พอเถอะลักษ์!” กวินธรลุกพรวดเอ่ยห้ามทันที
“ทีเธอเสียมารยาทกับลักษ์ไม่เห็นวินจะว่าบ้างเลย” ลักษ์นาราค้อนขวับตัดพ้อน้ำตารื้น กวินธรเม้มปากเหลือบมองหนักใจ
“ฉันฟิวส์ขาดก็เธอเพราะปากเสีย” พราวฟ้าเหยียดกายตรงกอดอกเชิดหน้าท้าทาย
“ใจเย็น ๆ ก่อนพราว” เขาเอ่ยขัดเสียงอ่อนทำให้พราวฟ้าหงุดหงิด
“เย็นให้เขาแขวะเหรอ พราวเป็นลูกมีพ่อมีแม่แล้วก็รวยมากด้วยทำไมต้องทนให้ใครจิกกัดฝ่ายเดียว”
“ที่ฉันพูดมันความจริงเธอทำตัวเองทั้งนั้น”
“แล้วเธอล่ะ เรียนซะสูงดีกรีดอกเตอร์ทำตัวฉลาดติคนโน้นคนนี้เขาไปทั่ว แต่มาวุ่นวายกับสามีคนอื่นมันสมควรทำไหม คนปกติเขาไม่ทำกันหรอกนอกจากคนขี้อิจฉา!” ดวงตากลมโตกวาดมองปากคว่ำเหยียดผู้ดีสูงส่ง
“คนอย่างเธอไม่มีอะไรให้ฉันต้องอิจฉา”
“มาหาผัวคนอื่นเขาถึงในบ้านมองผัวฉันตาเป็นมัน ระริกระรี้อยากได้จนตัวสั่นแบบนี้ไม่อิจฉาแน่นะ” พราวฟ้าลอยหน้าลอยตาแค่นหัวเราะในลำคอ
“หยาบคาย เรื่องนี้ต้องถึงหูคุณหญิงป้า!” ลักษ์นารากำหมัดหอบหายใจฉุนเฉียวชีวิตเธอเคยมีแต่คนเคารพยกย่องนับถือไม่เคยมีใครต่อว่าเธอรุนแรงขนาดนี้ พราวฟ้าแสยะยิ้มเดินมายืนเคียงข้างสามี
“เชิญไปฟ้องให้ไวเลยจ้ะ ฟ้องด้วยนะว่าฉันสาดเข้าแช่ใส่เธอ!” สิ้นคำมือเรียวก็คว้าชามข้าวแช่ทำทีจะสาดใส่
“ว้าย!” ลักษ์นารากระโดดถอยตื่นตกใจแต่พราวฟ้าชะงักมือไว้แล้วหัวเราะร่วนสะใจ ลักษ์นาราหน้าแดงก่ำโกรธและเสียหน้าขบเขี้ยวเลี้ยวฟันจ้องมองสามีภรรยายืนเคียงกันอย่างขุ่นเคืองก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินลงเท้าหนักออกไปจากบ้าน
“พราว”
“ทำไม!” เธอค้อนขวับจ้องตาเขม็งอารมณ์ขึ้นแล้วลงยาก กวินธรผงะพูดอึกอัก
