ตอนที่ 17 มารยาหลอกลวง
น้ำเสียงของลูกชายนุ่มลึกมองแม่ด้วยสีหน้าแววตาเรียบเฉยนั่นทำให้คนเป็นแม่รับรู้ถึงความจริงบางอย่างได้ในทันที
“อย่าบอกนะว่าเราสองคนมีอะไรกันแล้ว ไหนว่าแค่แต่งงานเพื่อธุรกิจและจะหย่ากันไง”
“ผมคงไม่หย่าแล้ว....” มือหนากุมมือภรรยาแน่นพร้อมยึดอกยอมรับว่าความจริง
“ลูกต้องหย่า!” จรัสดาวตวาดเสียงสั่นหน้ามืดเซจะล้ม
“คุณหญิงแม่!” ลัดดาวรรณหน้าเสียปรี่มาประคองแม่สามี ลักษ์นารารีบเข้าประคองด้วยอีกแรง
“หล่อนทำอะไรกับลูกฉัน ใช้มารยาหลอกลวงจนลูกฉันหน้ามืดตามัวแบบนี้!” จรัสดาวขึงขังมือกำแขนลูกสะใภ้คนโตแน่นเพื่อรับน้ำหนักตัวแทนขาที่อ่อนเรี่ยวแรง
“ก็แค่นอนคุยกันเองค่ะ คุณหญิงแม่....” หน้าสวยยียวนค่อย ๆ เอนซบแขนแกร่งอ้อนสามี
“อย่าว่าพราวเลยครับ ทุกอย่างผมเป็นคนเริ่มเอง” เสียงทุ้มกดต่ำยืดอกยอมรับแม้รู้ว่ากำลังทำให้แม่ผิดหวังในตัวเขา ด้านจรัสดาวโมโหจ้องมองแข็งขืนหอบหายใจหน้าอกกระเพื่อมแรง พราวฟ้าเห็นสีหน้าอาการของจรัสดาวก็อดซ่อนรอยยิ้มมุมปากไว้ไม่ไหว
“หล่อนหัวเราะเยาะฉันเหรอ....นางลูกเจ๊ก” จรัสดาวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไม่ยอมลดราวาศอก
“ผมขอพาภรรยากลับเลยนะครับ” เขาหลบตาลงหนักใจยกแขนแกร่งโอบไหล่บางปกป้องเธอไว้ข้างกายแล้วพากันเดินออกไป จรัสดาวทรุดนั่งดมยาดมลัดดาวรรณกับลักษ์นาราช่วยกันดูแล…..
ถนนเล็ก ๆ ภายในรั้วบ้าน สองสามีภรรยาเดินจับมือกันก้าวเดินกลับไปยังบ้านหรูสไตล์โมเดิร์นของกวินธรซึ่งมีระยะไกลพอสมควรแต่เขาและเธอเลือกที่จะไม่นั่งรถกอล์ฟไฟฟ้า
“ดีนะวันนี้พี่กลับมาเร็ว ไม่งั้นพราวโดนรุมเละแน่”
“เท่าที่เห็นพราวก็เอาตัวรอดได้ดีนะ” เขาอมยิ้มเหล่มองภรรยาตัวเล็กนุ่มนิ่มน่ารักถูกเลี้ยงมาแบบลูกคุณหนูมีแต่คนเอาใจใช่ว่าใครจะกดขี่เธอได้ง่าย ๆ นอกจากเธอไม่ยอมเอง
“แล้วนึกยังไงถึงกลับมาเร็วคะ ยังไม่เที่ยงเลย?”
“พี่ลัดดาโทรบอกว่าลักษ์กลับมา”
“คิดถึงว่าที่ลูกสะใภ้คนโปรดของคุณหญิงแม่จนต้องรีบกลับมา” เท้าเรียวหยุดกึกเงยมองหน้ามุ่ยคิ้วขมวด
“เปล่าสักหน่อย พี่คิดถึงพราวต่างหาก”
“ไม่ต้องมาพูดเลย” หน้าสวยสะบัดหนีงอน ๆ กวินธรขำในลำคอเอ็นดูภรรยา
“พี่ไม่อยากให้พราวเข้าใจผิดเรื่องของพี่กับลักษ์เลยรีบกลับมาอธิบาย ลักษ์เป็นน้องสาวแท้ ๆ ขอพี่ลัดดาลูกหลานผู้ดีเก่าอย่างที่คุณหญิงแม่ต้องการ พี่วีแต่งานกับพี่ลัดดาเพราะผู้ใหญ่เห็นสมควรเลยอยากให้พี่แต่งงานกับลักษ์ด้วย ตอนนั้นพี่ก็รู้สึกดีกับลักษ์เพราะสวยเก่งฉลาดชาติตระกูลดีและมุ่งมั่นขยันทำงานศึกษาเรียนรู้ ตอนนั้นพี่ไม่มองใครเลยรับบทเป็นอาหวังมาตลอด จนเมื่อสองปีก่อนลักษ์บอกให้พี่รอเธอไปเรียนต่อต่างประเทศถ้าเป็นดอกเตอร์เมื่อไหร่จะกลับมาคบและแต่งงานกับพี่”
“ไม่น่าล่ะเธอบอกว่าพี่รอเธอ ๆ ก็จะรอพี่”
“ลักษ์น่าจะพูดไปอย่างนั้น คนสวยเก่งฉลาดเลือกใครก็ได้ไม่มารอคนที่แต่งงานแล้วอย่างพี่หรอก”
“ไม่ต้องเน้นว่าสวยเก่งฉลาดก็ได้ค่ะหมั่นไส้” ดวงตากลมโตกลอกมองบนเบะปากเบื่อหน่าย
“............” เขาส่ายหน้าขำเบา ๆ ก้าวเดินพร้อมภรรยาไปเรื่อย ๆ
“พี่เคยบอกเธอว่าจะรอกลับมาแล้วทำไมถึงยังแต่งงานกับพราวทั้งที่ไม่ต้องก็ได้”
“อย่างที่เคยบอกพี่ไม่อยากให้พราวหนีไปอยู่ที่อื่นข้างนอกมันอันตราย”
“เลยยอมเสียความโสดเพื่อพราว?”
“พี่ทำเพื่อตัวเอง......พี่ยังอยากเห็นพราวในสายตาอยากให้อยู่ใกล้ ๆ ไม่อยากให้แค่ผ่านมาแล้วผ่านไป”
“ชอบเค้าหรา” หน้าสวยอมยิ้มบิดกายเขินอาย กวินธรเหล่มองภรรยาแล้วถอนหายใจ
“เลิกมโนได้แล้วไม่มีคำไหนที่พี่บอกว่าชอบสักคำ” หน้าหล่อโน้มลงมาใกล้ส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะผละหนีปล่อยมือเธอแล้วรีบเดินจ้ำหนีไป
“อ้าว ก็พี่อยากเห็นอยากอยู่ใกล้นี่ไม่ได้แปลว่าชอบเหรอ พี่วินอย่าเดินหนีสิ!” พราวฟ้ามองตามหน้าเหวอเร่งฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังเขาไปติด ๆ
ท้องฟ้าในยามค่ำคืนมืดสนิท
กวินธรสวมชุดนอนเดินลงจากบันไดตรงมายังห้องทำงานชั้นล่างที่ยังเปิดไฟสว่าง พราวฟ้านั่งใจจดใจจ่อแปลงานนิยายต่างประเทศอย่างขะมักเขม้นก่อนจะเหลือบมองสามีที่กำลังเดินตรงมาหาเลยเงยหน้าทำปากจู๋ให้เขาโน้มลงมาจุ๊บไปหนึ่งที
“ดึกแล้วยังไม่นอนอีกเหรอคะ?”
“นอนไม่หลับเลยมาตามเมีย” กายหนาโอบกอดภรรยาพลางมองหน้าจอเห็นตัวหนังสือยาวเหยียดทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยเลยผละตัวเปลี่ยนเป็นบีบนวดไหล่ให้ภรรยา
“พี่นอนก่อนเลย พราวอยากแปลบทนี้ให้จบก่อนจะได้ไม่ขาดตอน”
“งั้นพี่รอแล้วกัน” เสียงทุ้มนุ่มนวลบีบนวดไหล่บางเบา ๆ
“เดี๋ยวพราวรีบแปลด่วน ๆ เลย” คอเรียวบิดไปมารู้สึกผ่อนคลายมุ่งมั่นรีบทำงานต่อให้เสร็จไว ๆ สักพักกวินธรก็ไม่ไหวเดินไปยังโซฟาตรงกันข้ามโต๊ะทำงาน พราวฟ้าก้มหน้าก้มตาเร่งงานพอเงยหน้าก็เห็นสามีเอนตัวนอนหลับบนโซฟาไปแล้ว ดวงตากลมโตมีประกายความสุขเมื่อมองสามีรู้สึกดีที่ทุกอย่างรอบตัวเหวี่ยงให้เธอได้มาอยู่ใกล้ชิดกับเขาชายที่เธอเปิดใจรักได้อีกครั้ง
