ตอนที่ 16 ภรรยากาฝาก
บ้านหลังใหญ่ของคุณหญิงจรัสดาว
พราวฟ้าขอตัวเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างมือหลังจากเล่นเหงื่อซกกับหลานชาย ส่วนลัดดาวรรณและลักษ์นาราเข้าไปรอพบผู้ใหญ่ในห้องรับแขกหรูหรา
“หนีไปเรียนตั้งสองปีป้าคิดถึงลักษ์มาก ไม่มีใครคุยถูกคอถูกใจเท่าลักษ์เลย” จรัสดาวโผกอดลักษ์นาราที่นั่งเคียงข้างกันบนโซฟายาวด้วยความปลื้มปริ่ม ด้านพราวฟ้าหยุดฟังบทสนทนาอยู่หน้าห้องไม่อยากเข้าไปให้พวกเขาเสียบรรยากาศ
“กลับมาแล้วคงไม่ได้มาเยี่ยมบ่อยนะคะ ลักษ์เกรงใจภรรยาของวิน” ลักษ์นาราผละมองเศร้าผิดหวังที่เขาไม่รอให้เธอกลับมา
“ลักษ์เป็นน้องสาวลัดดาป้าก็รักเอ็นดูเหมือนลูกหลานที่นี่ก็บ้านป้าจะมาเกรงใจคนนอกทำไมกันล่ะลูก”
“ขอบคุณคุณหญิงป้าที่เอ็นดูลักษ์เหมือนเดิมนะคะ”
“แน่นอน ป้าอยากได้หนูมาเป็นลูกสะใภ้จะแย่แต่วินน่ะสิคิดยังไงไม่รู้ดันเลือกแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทั้งที่ไม่ต้องทำก็ได้แล้วดูนะได้ลูกสะใภ้มาให้แม่ไม่ได้อย่างใจสักอย่าง เชื้อสายพวกเสื่อผืนหมอนใบ นอนตื่นสาย กับข้าวกับปลาก็ทำไม่เป็นได้แต่ชิมอย่างเดียวแม่ละเหนื่อยใจ” จรัสดาวร่ายยาวละเหี่ยใจกับการตัดสินใจของลูกชายที่ขัดใจผู้เป็นแม่ไปเสียหมด
“วินบอกว่าน้องพราวทำงานแปลภาษาดึก ๆ เลยตื่นช้าแต่ถ้าเข้านอนเร็วก็ตื่นเช้าได้ค่ะ” ลัดดาวรรณแทรกขึ้นอยากให้แม่สามีเข้าใจ
“งานกระจอกจะพอกินอะไร ลูกสาวคนจีนก็อย่างนี้แหละไม่มีประโยชน์ไม่อย่างนั้นก็ให้คุมธุรกิจไปแล้ว พ่อแม่ไม่รักถึงได้โยนมาเกาะเป็นกาฝากบ้านเราแทน”
“พ่อแม่น้องพราวน่าจะรักลูกสาวมากเลยไม่อยากให้ลำบากทำงานหนัก คงไม่ใช่เพราะไม่รักลูกหรอกค่ะ” ลัดดาวรรณน้ำเสียงเนิบนาบพยายามช่วยพูดให้น้องสะใภ้
“พอเลยลัดดาเลิกเข้าข้างเด็กนั่นสักทีได้ไหม” จรัสดาวเสียงขุ่นจ้องมองตำหนิลูกสะใภ้คนโต ลักษ์นาราเหล่มองพี่สาวเข้าข้างคนอื่นออกหน้าออกตาเกินไป
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะลักษ์ อีกไม่เกินสองปีเขาก็หย่ากันแล้วอยู่ที่ว่าลักษ์จะยินดีที่จะรอวินอยู่หรือเปล่า” จรัสดาวกุมมือลักษ์นาราไว้อยากให้อดทนรอลูกชายเป็นอิสระเพื่อจะได้ลูกสะใภ้สมใจหวัง
“วินยังเคยรอลักษ์ ๆ ก็จะรอวินเหมือนกันค่ะ” ลักษ์นารายิ้มอ่อนยังลังเลกับการกินกินน้ำศอกผู้หญิงที่ด้อยกว่าเธอในทุกทาง ลัดดาวรรณลอบถอนหายใจมองไปทางหน้าห้องรับแขกเห็นพราวฟ้ายืนหน้าเจื่อนอยู่เลยชวนให้เข้ามา
“พราว...มานั่งกับพี่สิ”
“ค่ะ” เธอโน้มหน้าลงเล็กน้อยเดินสำรวมเข้ามานั่งโซฟาเดี่ยวข้างพี่สะใภ้
“รับชามะลินะคะ คุณพราว” แม่บ้านเข้ามาเอ่ยถามยืนยันรสชาติเดิมที่พราวฟ้าสั่งเป็นประจำ
“วันนี้ขอชาคาโมมายแล้วกันจ้ะ” เสียงหวานเนือย ๆ อยากดื่มอะไรคลายเครียดหลังจากได้ฟังการสนทนาของแม่สามี
“เปลี่ยนรสชาติไปมาช่างใจโลเลจริงนะ” จรัสดาวเหล่มองพลางยกแก้วชาขึ้นมาจิบเล็กน้อย
“เป็นเรื่องปกติของคนมักง่ายชอบอะไรง่าย ๆ ค่ะคุณหญิงป้า”
“นั่นสินะคบหากันไม่กี่เดือนยังรู้จักกันไม่ดีพอยังแต่งงานหอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่ด้วยเลย” จรัสดาวกับลักษ์นารายกมือป้องหน้ายิ้มขำในลำคอเคียงข้างกัน พราวฟ้าเชิดคอจ้องหน้าบุคคลทั้งสองนิ่ง ๆ
“หล่อนจ้องหน้าพวกฉันทำไม?”
“กำลังเรียนรู้อยู่ค่ะว่ามารยาทผู้ดีเขาทำกันยังไง อย่างเช่นพูดจาดูหมิ่นคนอื่นต่อหน้าหรือการหัวเราะต่อกระซิกเย้ยหยันแบบมีชั้นเชิง พราวไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะคะว่าต้องทำแบบนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ” มือเรียวยกขึ้นป้องหน้าสวยพร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปากเลียนแบบผู้ดีตีนแดง
“กล้าดียังไงมาต่อว่าฉัน!”
“พราวกำลังยกย่องอยู่ค่ะ มีคำไหนที่ทำให้รู้สึกถูกต่อว่าเหรอคะ” คิ้วเรียวเลิกขึ้นเชิดมองท้าทาย ลัดดาวรรณตกใจรีบแตะมือน้องสะใภ้ห้ามปรามไม่ให้ต่อปากต่อคำกับแม่สามี
“ถ้ามีต้องขออภัยในความไม่รู้ด้วยนะคะ พอดีเป็นลูกเจ๊กไม่ค่อยมีมารยาทคิดยังไงก็พูดอย่างนั้นอ้อมค้อมไม่ค่อยเป็น” พราวฟ้าข่มอารมณ์อดกลั้นไม่ให้ตัวเองสติหลุดไปมากกว่านี้ จรัสดาวกับลักษ์นารากับนิ่งเงียบและยิ้มเยาะเพราะทั้งสองเห็นว่ากวินธรยืนอยู่หน้าห้องรับแขกแต่พราวฟ้าที่นั่งหันหลังอยู่ไม่รู้ว่าสามีมายืนอยู่นานแล้ว....
“ได้ยินแล้วใช่ไหมว่าภรรยาวินเป็นคนยังไง” จรัสดาวกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์มองตรงไปยังลูกชาย พราวฟ้าสะดุ้งหันขวับไปมองหน้าเสียกลืนน้ำลายหนืดลำบากพึ่งรู้ตัวว่าถูกดัดหลัง กวินธรยืนมองสบตาภรรยานิ่งก่อนจะก้าวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะรับแขก
“พราวก็แค่พูดตามที่คิด ไม่ได้ว่าใครนี่ครับ” เสียงทุ้มนุ่มลึกมองหน้าแม่สลับกับลักษ์นาราก่อนจะคว้าข้อมือภรรยาให้ลุกยืนจะพากลับ พราวฟ้าเดินตามสามีไปอย่างงง ๆ
“แม่ไม่ยอมนะ มาอาศัยอยู่ในรั้วบ้านของแม่ก็ควรมีความเคารพยำเกรงกันบ้างไม่ใช่เถียงคำไม่ตกฟาก!” จรัสดาวลุกพรวดตวาดลั่นไม่ได้ดั่งใจ
“แล้วตอนคุณหญิงแม่กับลักษ์พูดถึงพราวล่ะครับ ทำไมไม่ให้เกียรติภรรยาผมบ้าง”
“นี่เราเข้าข้างเมียงั้นเหรอ?”
“ครับ พราวก็แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่แต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้านที่ไม่คุ้นเคย เราควรอ้าแขนต้อนรับเธอในฐานะลูกสะใภ้หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจแต่เรากลับทำในสิ่งตรงกันข้าม”
“ทำไมแม่ต้องลดตัวไปทำดีกับคนที่แม้แต่พ่อแม่ยังเขวี้ยงทิ้งมาให้เราด้วย”
“พราวเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ที่เชื่อมั่นว่าเราจะดูแลลูกสาวของเขาได้ดีถึงกล้าฝากให้ดูแล เราไม่ควรทำร้ายจิตใจลูกสาวเขาที่สำคัญพราวเป็นเมียและจะเป็นแม่ของลูกผม ช่วยให้เกียรติเลิกด้อยค่าเมียผมสักที!” เสียงทุ้มเข้มขึ้นแววตาแข็งกร้าวจากลูกรักไม่เคยดื้อเลยสักครั้งกลับขึ้นเสียงใส่แม่ทำให้จรัสดาวโกรธจัดหายใจหอบแรง
“ไม่ได้! วินรับปากแม่แล้วว่าจะไม่มีลูกกับนางเจ๊กนี่”
“เด็กจะเกิดห้ามได้ด้วยเหรอครับ?”
