ตอนที่ 13 เมียเด็ก
เขาตกใจรีบย่อตัวลงด้วยความเป็นห่วง
“เจ็บไหม?” นัยน์ตาเข้มกังวลกับเสียงสะอึกสะอื้นเหลือบมองไปทางเสื้อคลุมอาบน้ำที่หลุดออกจากไหล่เผยผิวพรรณขาวเนียนละเอียด มือหนาค่อย ๆ ดึงเสื้อคลุมมาปิดไหล่เธอเบา ๆ พราวฟ้าเงยมองอ้อนนองไปด้วยน้ำตา
“รู้สึกไม่ค่อยดีพี่ช่วยพาไปที่เตียงหน่อย” เสียงหวานเนือย ๆ ตาพร่าลายคล้ายจะวูบ
“....อึ้ม” เขาพยักรับค่อย ๆ ช้อนแขนแกร่งสอดเข้าเรือนร่างบางแขนเรียวคล้องกอดลำคอแกร่งระหว่างที่เขากำลังอุ้มเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมอก ดวงตากลมโตช้อนมองใต้คางและกรอบหน้าของสามีเศร้าแล้วเอนซบหน้าแนบอกอุ่นสูดกลิ่นกายหอมของสามีที่ชื่นชอบ อะไรกันที่กั้นกลางระหว่างเขากับเธอให้ห่างกันทั้งที่ควรได้ใกล้ชิดหรือเป็นเธอเองที่ปิดกั้นไม่ให้เขาเข้ามา
กายหนาโอบอุ้มเธอมาส่งนอนบนเตียงกว้างเขาย่อตัววางเธอลงเบา ๆ แต่แขนเรียวกลับดึงรั้งลำคอแกร่งลงต่ำทำให้เขาเสียหลักรีบยันมือกับที่นอนไม่ให้ล้มทับคนใต้ร่าง
“พี่เกือบทับตัวแบนแล้วนะ!” คิ้วเข้มขมวดไม่สบอารมณ์
“ไม่อยากให้พี่วินไป.....” ดวงตากลมโตมองอ้อนหน้าเบะคล้ายจะร้องไห้อีกครั้ง เขาทอดถอนลมหายใจเฮือกใหญ่หนักใจ
“อย่าทำตัวงุ้งงิ้ง แค่นี้พราวก็ดื้อให้พี่เจ็บพอแล้ว”
“อ้อนก็ไม่ได้เหรอคะ ต้องทำยังไงให้พี่หายโกรธ” แขนเรียวคล้องกระชับลำคอแกร่งโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้าใกล้ชิดมองสบสายตานิ่งนานรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นของกันและกัน
“พราวไม่เป็นพี่ไม่เข้าใจว่าการถูกหลอกให้โง่มันเจ็บแค่ไหน”
“พราวไม่ได้หลอกพี่ พราวสัญญาว่าหลังจากนี้จะไม่ดื้อไม่รั้นจะฟังพี่เยอะ ๆ” เสียงหวานสั่นเครือรู้ตัวเป็นสารตั้งต้นของความขุ่นเคือง นัยน์ตาเข้มหลบลงใบหูแดงเขินสายตาและการออดอ้อนของภรรยาแต่ไม่อยากใจอ่อนความผิดของเธอที่ทำอะไรลับหลังเขาควรได้รับการลงโทษไม่ใช่จบง่าย ๆ
“กินข้าวกินยานอนพักก่อนค่อยตื่นมาคุยกันใหม่” เสียงทุ้มกดต่ำยันตัวจะถอยห่างภรรยาแต่เธอยังไม่ยอมปล่อย หน้าเข้มจ้องมองดุดันคนใต้ร่างช้อนมองอ้อนค่อย ๆ คลายมือออกข้างหนึ่งเคลื่อนไต่เบา ๆ ลงมาแตะบนมัดกล้ามอกซ้ายของสามี
“หัวใจพี่เต้นแรงจัง” แววตาสวยเป็นประกายมองสบนัยน์ตาเคร่งขรึมซ่อนความหลุกหลิกไปพร้อมกับเสียงหัวใจของเขาและเธอที่เต้นแรงไม่ต่างกัน
“ไหนใครบอกว่าจะไม่ดื้อ....” ริมฝีปากขบเม้มกลืนน้ำลายหนืดอุ้งมือแกร่งม้วนกำผ้าปูที่นอนแน่น พราวฟ้าหน้างอวิธีอ้อนไม่ได้ผลจึงยอมคลายวงแขนอีกข้างออกให้เขาเป็นอิสระแล้วเขยิบพลิกตัวแรงตะแคงหันหลังให้เขา
“ทำอะไรเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวไข้ขึ้น” กายหนาผละห่างลุกขึ้นยืนมองคนขี้งอนที่เอียงคอมามองแล้วสะบัดหนีดึงผ้านวมมาปิดคลุมหน้า
“พี่ผิดได้ไงเนี่ย”
“ก็ง้อแล้วพี่ไม่หายโกรธ”
“ทำเรื่องตั้งเยอะ จะให้หายภายในห้านาทีเนี่ยนะ” เขาส่ายหน้าถอนหายใจเหนื่อยก่อนจะเดินไปหยิบถาดอาหารมีชามโจ๊กสองชามมาวางบนโต๊ะหัวเตียง
“ลุกมากินโจ๊กก่อนจะได้กินยานอนพัก”
“..........” พราวฟ้ายังนอนคลุมหน้านิ่งไม่หือไม่อือ
“ไม่ทันไรก็ดื้ออย่างนี้จะให้พี่เชื่ออะไรได้” เขาบ่นเสียงดุมองเคืองภรรยาเป็นฝ่ายผิดกลับกลายเป็นเขาต้องเฝ้าง้อคนงอแง พราวฟ้าถอนหายใจหันขวับมามองเคืองก่อนจะยันตัวลุกนั่งหน้างอไม่รับแขกแล้วรับชามโจ๊กไปตักกินอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
“เมียเด็กเป็นอย่างนี้กันทุกคนมั้ยเนี่ย”
“ถ้าเป็นแบบนี้ทุกคนแล้วยังไงคะ จะหาเมียใหม่ที่แก่กว่าเหรอ”
“ก็น่าสนนะหลังเราหย่ากันพี่คงไม่เลือกมีเมียเด็กอีกล่ะ...เหนื่อย” เขากระแทกเสียงหน้าตึงลอบกระตุกยิ้มมุมปากหันมาหยิบชามโจ๊กตักกินคู่กับภรรยาที่กำลังหน้ามุ่ยตักโจ๊กเข้าปากแบบฝืน ๆ
ภายในห้องนั่งเล่นกว้างมีกระจกบานใหญ่คั่นระหว่างบ้านกับสระว่ายน้ำ
กวินธรเอนหลังนั่งไขว่ห้างบนโซฟาหรูหลังจากพราวฟ้าเปลี่ยนชุดนอนกินข้าวกินยานอนพักผ่อนในช่วงสายเขาก็ติดต่อไปหาเปรมพิชาทันที
“เล่ามาให้หมดว่านัดกับพราวไปเจอดารานั่นได้ยังไง?”
“แต่....พิชาสัญญากับพี่พราวว่าจะรูดซิปปาก” ปลายสายเสียงอ่อนกลัวผิดสัญญากับพี่สะใภ้
“ถ้าไม่เล่าพี่จะฟ้องคุณหญิงแม่ว่าเราแอบหนีเรียนไปเที่ยวโซล”
“อย่านะพี่! พิชาโดนเรียกตัวกลับแน่”
“งั้นก็เล่ามา” เขากระตุกมุมปากเหนือกว่า เปรมพิชาจึงจำใจเล่าเรื่องราวทุกอย่าง กวินธรนิ่งฟังอย่างตั้งใจและรับรู้ได้ว่าน้องสาวเป็นคนชวนโดยไม่ได้บอกล่วงหน้าอีกทั้งพราวฟ้าก็พยายามเลี่ยงแล้วแต่เหตุการณ์มันพาไปไม่ได้มีอะไรมากเกินกว่านั้น
“ทีหลังอย่ารบกวนพราว”
“แหม...แค่ตีตี้เห็นหน้าพี่พราวก็ได้สิทธิพิเศษแล้ว พิชาไม่ได้รบกวนอะไรมากเลย”
“ยังอีก....” เสียงทุ้มลากยาวเหนื่อยคุยกับวัยรุ่นชอบรั้นเหมือนภรรยาของเขา
“ก็ได้ค่ะ” เปรมพิชารับคำเสียงเอื่อยหน้าสลดแต่เมื่อได้กดวางสายจากพี่ชายก็ผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์วางแผนไว้ว่าหลังจากนี้ต้องทำให้แนบเนียนกว่าเดิมไม่ให้พี่ชายจับได้…..
