ตอนที่ 12 ผัวโง่
พราวฟ้าลงจากรถด้วยสีหน้าอิดโรยเยื้องย่างเข้าไปในบ้านช้า ๆ อย่างอ่อนเพลีย กวินธรออกมาจากห้องทำงานสอดสองมือล้วงกระเป๋าเดินตรงมารอรับเธอกลับบ้าน
“ดูหน้าไม่ค่อยดีเลย?”
“มึน ๆ เพลีย ๆ นิดหน่อยค่ะ” เสียงหวานเนือย ๆ ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายส่วนตัวขึ้นไปบนห้องนอน
“ฝากเอากระเป๋าเดินทางเอาไว้ในห้องให้หน่อยนะคะ”
“ค่ะคุณพราว” แม่บ้านรับคำอ่อนน้อม
“อยู่บ้านสบาย ๆ ไม่ชอบ ชอบออกไปหาความลำบาก” เขายืนหน้าตึงเหล่มองสีหน้าอาการภรรยาที่กำลังเดินผ่านตัวเขาไป
“เลิกบ่นเถอะค่ะ กลับมาเหนื่อย ๆ ขี้เกียจฟัง”
“แฟนเก่าไปโซลเหมือนกันนี่ ได้เจอกันไหมล่ะ”
“ไม่ได้มีธุระอะไรที่ต้องเจอกันนี่คะ” เท้าเรียวชะงักตอบเขาโดยไม่หันมองก่อนจะก้าวเท้าขึ้นบันไดแล้วขาพับจะทรุด กวินธรตกใจรีบโผเข้ามาโอบประคองกายบางของภรรยา
“ตัวอุ่น ๆ ” หลังมือหนาวางหน้าผากมนและรู้สึกได้ว่าเธอตัวร้อนผ่าวทั่วแผ่นหลัง พราวฟ้าพยักหน้าเบา ๆ แก้มชมพูระเรื่อแดงขึ้นเพราะพิษไข้ เขาเลยรีบช้อนตัวเธออุ้มไว้ในอ้อมกอดเดินขึ้นบันไดพาเธอไปพักผ่อนในห้องนอน
เกือบทั้งวันกวินธรเฝ้าดูแลเช็ดเนื้อตัวภรรยาให้แม่ครัวเตรียมข้าวต้มอุ่น ๆ และจัดเตรียมยาให้กินก่อนนอนพักผ่อน พราวฟ้าอ่อนระโหยโรยแรงเพราะพิษไข้ข้ามคืน จนกระทั่งรุ่งเช้า ร่างกายเริ่มฟื้นฟูอาการตัวร้อนคลายลงกลายเป็นเหงื่อออกท่วมตัว พราวฟ้ารู้ว่าสามีคอยดูแลเธอทั้งวันทั้งคืนแต่ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในห้อง เธอจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนเดินไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่น
ไม่นานนัก กวินธรถือถาดอาหารพร้อมถ้วยโจ๊กสองชามเข้ามาภายในห้องหวังจะกินพร้อมกันกับภรรยา เห็นเธอไม่ได้นอนอยู่บนที่นอนแต่ได้ยินเสียงน้ำจากห้องน้ำเลยเดินไปวางถาดจะกลับมาเคาะประตูห้องน้ำถามอาการของเธอ ทว่าทันทีที่วางถาดอาหารเสียงเรียกเข้าสมาร์ตโฟนของภรรยาดังขึ้น กวินธรหันไปมองสมาร์ตโฟนวางบนโต๊ะข้างหัวเตียงอย่างลังเลแต่เมื่อเสียงเรียกเข้าเงียบลงก็มีการติดต่อเข้ามาใหม่ดังต่อเนื่อง เขาจึงเดินไปดูหน้าจอเผื่อใครมีเรื่องด่วนจะได้ให้ภรรยาคุย แสงสว่างบนหน้าจอขึ้นชื่อพิชาและรูปภาพของน้องสาว เขาเลยถือวิสาสะกดรับสายห่วงว่าน้องจะมีเรื่องด่วน
“พี่พราว.... รู้ไหมว่าเพื่อน ๆ อิจฉาพิชากันใหญ่ที่ได้ลายเซ็นของตีตี้มาทั้งกระเป๋าและผ้าพันคอ ขอบคุณที่ใช้สิทธิพิเศษให้ได้เจอตี้ตี้อย่างใกล้ชิดนะคะ คราวหน้าพี่พราวช่วยพาไปหาตี้ตี้อีกนะพิชาจะได้ขอลายเซ็นบนของที่ระลึกทุกคอลเลคชั่นไปเลย” เปรมพิชาพูดเจื้อยแจ้วหารู้ไม่ว่าคนรับสายนั่นไม่ใช่พี่สะใภ้
“พิชาไปไหนกับพราวมานะ” เสียงทุ้มกดต่ำดวงตาเข้มร้อนผ่าวแดงก่ำคลอด้วยน้ำตา
“ฮะ!พี่วิน” ปลายสายตกใจที่พี่ชายเป็นรับสายก่อนจะรีบกดวางตัดสายทิ้งทันที กวินธรกำสมาร์ตโฟนแน่นหอบหายใจแรงกรุ่นโกรธค่อย ๆ หันมองไปทางห้องน้ำเห็นพราวฟ้ายืนสวมชุดคลุมอาบน้ำหน้าซีดสลดรับรู้ได้ถึงกลิ่นการกระทบกระทั่งที่กำลังจะเกิด.........
กวินธรค่อยๆ วางสมาร์ตโฟนลงบนโต๊ะหัวเตียงก่อนจะหันเดินตาขวางตรงปรี่ไปยังจุดที่ภรรยายืนอยู่ พราวฟ้าผวาก้าวเท้าถอยหลังประหม่า ทว่าสามีกลับเดินผ่านตัวเธอไปเร็วจนแรงลมปะทะหน้า
“ฟังพราวก่อน” พราวฟ้ามองตามนิ่งอึ้งแววตาสับสน เท้าแกร่งชะงักก้มหน้าลงต่ำจับลูกบิดประตูแน่น
“คิดก่อนก็ได้ว่าจะแถยังไง”
“วันนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องไปเจออชิ” เสียงหวานอ่อนลงกล้า ๆ กลัว ๆ
“อ๋อเหรอ.....อุตส่าห์ดิ้นรนไปทำงานเหนื่อย ๆ เพื่อจะนัดเจอแฟนเก่าลับหลังพี่มากกว่ามั้ง” ดวงตาเข้มแดงก่ำและสั่นไหวคลอด้วยน้ำตา
“พราวไปทำงานจริง ๆ ไม่ได้นัดเจอใคร”
“ถ้าบริสุทธิ์ใจทำไมไม่บอกว่าไปเจอมัน”
“บอกไปพี่ก็โกรธ”
“แล้วรู้จากคนอื่นพี่จะไม่โกรธใช่ไหม หรือต้องดีใจที่เมียแอบไปหาชู้!” หน้าเข้มหันจ้องตวาดหัวเสีย พราวฟ้าชะงักงันน้ำตารื้นเมื่อเห็นเขาสีหน้าแววตาเศร้าคล้ายจะร้องไห้
“ขอโทษ....สถานการณ์มันบังคับ” หน้าสวยสลดขบเม้มริมฝีปากน้ำตาร่วงรู้สึกผิดเครียดจัดไม่บอกให้เขารู้เพราะเกรงว่าจะไม่สบายใจ
“ไม่มีใครบังคับพราวได้นอกจากสมัครใจขนาดพี่ห้ามพราวยังดื้อไปได้เลย ตั้งห้าวันคงรำลึกความหลังกับมันเปรมเลยสิท่าสนุกกันไม่ต้องนึกถึงหัวผัว” เขาแค่นหัวเราะเยาะเย้ยตัวเองอย่างปวดใจ
“พราวไม่ได้ทำอย่างที่พี่คิด”
“พราวทำมากเกินกว่าที่พี่คิดไว้อีกกับพี่ทำเป็นหวงตัวอ้างโน่นอ้างนี่แต่กับมันเอาได้สบาย ๆ ปล่อยให้พี่เป็นผัวหน้าโง่เฝ้ารอเมียกลับมาบ้าน!” เสียงทุ้มสั่นเครือน้ำตกแก้มสากแล้วรีบปาดหน้าเกร็งเอ็นลำคอขึ้นอดกลั้นความเจ็บปวดก่อนจะหันหลังหนีไม่เผยความอ่อนแอ พราวฟ้ารีบโผกอดรั้งเขาไว้สุดอ้อมแขนซบหน้าร้องไห้สะอื้น
“พราวไม่อยากให้พี่เสียใจ พราวขอโทษ...”
“ปล่อย” เขาแกะมือเธอออกเพื่อหนีไปเลียแผลใจเพียงลำพัง แต่เธอยังดื้อดึงไม่ยอมเกี่ยวรั้งไว้สุดแรง
“ปล่อยพี่!” เขาออกแรงมากขึ้นกระชากแขนเธอออกอย่างแรง พราวฟ้าผงะตั้งหลักไม่ทันขาพับขาอ่อนทรุดนั่งลงพื้นหน้าใสซีดเผือดอ่อนแรงยังไม่หายไข้ก้มลงน้ำตาริน
