ตอนที่ 11 สำหรับเพื่อนเก่า
บนโต๊ะกลมมีขนมและเครื่องดื่มต้อนรับล้อมด้วยเก้าอี้นั่ง อชิระก้มหน้าก้มตาเซ็นลายเซ็นลงของที่ระลึก เปรมพิชานั่งบิดตัวเขินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองคนที่ชื่นชอบไม่วางตา
“โชคดีจัง ตีตี้จำพี่พราวได้ตอนแรกพี่พราวบอกว่าไม่สนิทกันเลยคิดว่าคงอดเจอแน่ ๆ”
“คุ้น ๆ หน้าเลยลองเรียกชื่อดูไม่คิดว่าจะใช่” อชิระเหลือบมองพราวฟ้ายังนั่งหน้าตึงรู้สึกหายใจไม่เต็มปอดที่ต้องมาพบเจอแฟนเก่าตอนที่สถานะของเธอมีเจ้าของ แจมหลุกหลิกทำตัวไม่ถูกนั่งกินขนมกับเครื่องดื่มคลายเครียด
“กระเป๋าใบนี้ผมให้น้อง...”
“พิชาค่ะ” เปรมพิชายิ้มร่ารีบรับกระเป๋าพร้อมลายเซ็นมากอดปลาบปลื้ม
“ผ้าพันคอนี้เป็นคลอเลคชั่นใหม่ล่าสุด สำหรับ..เพื่อนเก่า” อชิระยื่นผ้าพันคอสองผืนให้พราวฟ้าและแจม
“ขอบคุณค่ะ” แจมเอื้อมมือรับ พราวฟ้านั่งนิ่งไม่ยอมหยิบพิชาเลยกระแซะแขนพี่สะใภ้แล้วพยักพเยิดหน้าให้พี่สะใภ้รับของที่ระลึก พราวฟ้าถอนหายใจก่อนจะยื่นมือมารับแล้วเผลอมองมาสบตากันเข้าพอดี อชิระมองนิ่งแววตาเป็นประกายในขณะที่พราวฟ้าหลบเลี่ยงมองไปทางอื่น
“ได้เวลาเตรียมตัวขึ้นเวทีแล้ว” ชีวันเปิดประตูเข้ามาเรียกอชิระ เขาพยักหน้ารับยืนขึ้นขอตัวกลับสามสาวแล้วเดินออกไปจากห้องรับรอง ชีวันปรายตามองอชิระเดินออกไปจึงปรี่เข้ามาหาสามสาวที่นั่งอยู่
“หวังว่าจะไม่ทำเรื่องให้อชิมีข่าวเสียหายนะ เธอก็รู้ว่าเขาพยายามสู้มากกว่าจะมีวันนี้”
“พราวแต่งงานมีสามีและนี่ก็น้องสามี ไม่มีข่าวฉาวอะไรต้องกังวลหรอกค่ะสบายใจได้” พราวฟ้าเหยียดกายลุกขึ้นมองนิ่งก่อนจะก้าวเดินออกไป แจมกลอกตาใส่ชีวันคว้าผ้าพันคอถือไปด้วยส่วนเปรมพิชาที่เข้าใจรีบยกมือไหว้ชีวันแล้วออกไปพร้อมกระเป๋ากับผ้าพันคอของศิลปิน ชีวันถอนหายใจมองเคืองตามหลังอย่างหงุดหงิด....
“ยายชีวันนี่แขวะไม่เลิกคงกลัวไม่มีใครให้เกาะกินยาว ๆ มั้ง” แจมกับพราวฟ้าเดินดุ่มตามกันออกมา
“มีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างนี้แหละ”
“พี่พราวลืมของที่ระลึกค่ะ” เปรมพิชาวิ่งตามหลังมาติด ๆ พราวฟ้าลอบถอนหายใจก่อนจะหันไปมองน้องสามี
“เอาไปเถอะค่ะ พี่ให้”
“จริงเหรอคะ พี่สะใภ้ใจดีที่สุดเลย” เปรมพิชากระโดดโลดเต้นดีอกดีใจ
“พี่ขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม”
“คะ”
“อย่าเล่าเรื่องที่พี่มางานตีตี้ให้พี่วินรู้เด็ดขาด เขาไม่ชอบพี่ก็ไม่อยากมีปัญหา” เสียงหวานเอ่ยขึ้นหนักใจสีหน้าตึงเครียดไม่สดใสอย่างที่เคย
“ได้ค่ะ พิชาจะปิดปากเงียบเลยรับรองได้” เปรมพิชาทำท่ารูดซิปปากรับคำหนักแน่นไม่พูดให้พี่ชายรู้เผื่อวันหลังจะวานพี่สะใภ้ใช้เส้นสายให้ได้เจอกับตีตี้แบบใกล้ชิดอีกครั้ง
หลังจากแยกย้ายกับพี่สะใภ้ เปรมพิชานั่งอยู่ในร้านอาหาร เลื่อนหน้าจอเลือกรูปภาพในสมาร์ตโฟนทั้งรูปคู่และรูปตีตี้กำลังเซ็นลายเซ็นลงบนกระเป๋าจากนั้นก็ถ่ายรูปตัวเองพร้อมกระเป๋าและลายเซ็นศิลปินโพสลงโซเชียลส่วนตัวอวดเพื่อน ๆ ทันที.......
ข้างสนามหญ้าข้างบ้านของหัสวีร์
สองพี่น้องดื่มไวน์ดูภาพยนตร์ผ่านการฉายของโปรเจคเตอร์โดยมีสระว่ายน้ำคั่นอยู่ตรงกลาง หัสวีร์ยกแก้วไวน์แดงในมือขึ้นมาดื่มพลางเหลือบมองน้องชายจ้องมองภาพยนตร์แต่เหมือนใจไม่อยู่กับตัว
“หนังสนุกดีนะ”
“ก็ดีอยู่” กวินธรตอบกลับเสียงเรียบพลางเท้าแขนยกปลายนิ้วยันขมับ
“คิดอะไรอยู่ ดูนายไม่ได้จดจ่อกับหนัง?”
“คิดถึงเมีย”
“เฮ้ย! เอาจริง” หัสวีร์ผงะหน้าตาเหลอหลาตกใจคำพูดของนายชาย
“จริงดิพี่” กวินธรกลอกตามองเลี่ยงเขยิบตัวแก้เขิน
“ก็ว่าอยู่ตอนนั้นนายไม่จำเป็นต้องแต่งกับพราวก็ได้ ไหนจะไม่ชอบผู้หญิงที่แต่งงานเพราะผลประโยชน์แถมยังพราวยังคิดถึงคนรักเก่าอีก”
“ตอนนั้น...กลัวพราวหนีไปแล้วจะไม่ได้เจอกันอีก ผม.....ยังอยากเห็นพราวอยู่ในสายตา”
“ชอบเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“ในลิฟต์ก่อนหน้าที่จะดูตัว”
“ว้าว....เซอไพรส์นะเนี่ยไอ้หนุ่มตกหลุมรักสาวในลิฟต์” หัสวีร์ส่ายหน้าขำอมยิ้มกรุ้มกริ่ม
“อย่าขยี้สิ เขินอยู่นะ” กวินธรเขยิบตัวหน้ามุ่ยกลบความเขินอาย
“เออ ๆ ไม่แหย่ก็ได้เป็นแบบนี้ก็ดีนายจะได้ไม่ต้องรอให้ลักษ์กลับมา”
“ผมเลิกเป็นอาหวังมานานล่ะ” เขาเสียงอ่อนลงเลิกรอลม ๆ แล้ง ๆ กับคนที่ให้แค่ความหวังแต่ไม่เคยชัดเจน
“งั้นพี่เอาใจช่วยให้พราวผ่านด่านคุณหญิงแม่ไปได้นะ”
“นั่นแหละที่ผมห่วง คุณหญิงแม่ไม่ได้เอ็นดูพราวเหมือนพี่ลัดดา”
“นายก็ช่วยซัพพอตพราวไม่ให้เขารู้สึกว่ากำลังสู้อยู่คนเดียวแล้วกัน” หัสวีร์ตบบ่าน้องให้กำลังก่อนจะรินไวน์แดงใส่แก้วแล้วเหลือบไปเห็นหน้าจอสามร์ตโฟนมีข้อความขึ้นเตือนว่าคนที่เขาติดตามมีโพสใหม่ หัสวีร์หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดูเห็นเปรมพิชาไปเที่ยวมีตัวหนังสือภาษาฮันกึลและมีรูปกระเป๋ากับผู้ชายหล่อเหลาซึ่งจำได้ว่าซูเปอร์สตาร์ตีตี้ที่น้องสาวเคยให้ดูรูป
“ไหนว่าไปเรียนที่จีน หนีไปตามดูซุปตาร์ที่โซลซะแล้ว”
“โซล?”
“นี่ไง พึ่งโพสเลย” หัสวีร์พยักหน้ายื่นสมาร์ตโฟนให้ กวินธรรีบรับมาเปิดดูคิ้วเข้มขมวดส่องในรูปภาพเห็นข้อนิ้วมือเรียวขาวคุ้น ๆ แต่ไม่ได้สวมแหวนแต่งงาน เขาพยายามเพ่งหาจุดอื่นราวกับนักสืบจนเห็นเงาสะท้อนกับขวดเครื่องดื่มแก้วใสมีความคล้ายคลึงกับหน้าของภรรยาแต่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าใช่เธอจริง ๆ
วันเดินทางกลับเมืองไทย
