#####บทที่ 3
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
มังกรยังคงใช้ชีวิตตามปกติตอนกลางวันไปทำงาน คอยเรียนรู้งานจากผู้เป็นบิดาอย่างคุณหยางที่กำลังนั่งแท่นหัวเรือของอาณาจักรยักใหญ่ "LU" และพยายามทำผลงานอย่างสุดความสามารถ เพื่อพิสูจน์ให้บอร์ดบริหารและทุกคนในบริษัทเห็นว่าเขานี่แหละคือคนที่คู่ควรกับการรับช่วงต่อจากคุณพ่อ ไม่ใช่ไอ้ลูกเมียน้อย
ตอนเย็นช่วงประมาณห้าโมงก็ขับรถไปรับว่าที่แฟนในอนาคตที่มหาวิทยาลัย นั่งคาเฟร้านประจำด้วยกันสักชั่วโมง ครึ่งชั่วโมง แล้วก็พาเธอไปส่งที่บ้านซึ่งอยู่ถัดจากกันไม่กี่กิโลเมตร
หลังจากนั้นเขาก็แวะเข้าผับ "DRAGON" ผับที่เขาสร้างมันขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่เขาไม่จำเป็นต้องยื้อแย่งแข่งชิงกับใคร โดยแรงบันดาลใจ จุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามีความคิดริเริ่มมีขึ้นมานั่นก็คือตอบสนองความต้องการของตนเองที่ชอบเที่ยวเตร็ดเตร่ คั่วผู้หญิง กินเหล้า จึงทำให้ภายในผับแห่งนี้มีบริการครบวงจรเหมาะแก่กลุ่มบุคคลจำพวกเขาในเมื่อก่อน
มีทั้งโซนดื่มเหล้าที่เป็นโซนดื่มดริ้งกับผู้คนทั่วไป หรือเป็นโซนที่แยกออกมาให้ความส่วนตัวอีกระดับหนึ่ง ห้องน้ำที่กว้างกว่าห้องน้ำในผับอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่การทำกิจกรรมอย่างว่าจะได้มีพื้นที่ในการขยับเขยื้อนร่างกายและผลัดเปลี่ยนท่า
ถัดขึ้นไปชั้นบนก็มีห้องขนาดไม่กว้างไม่เล็กเกือบสิบห้อง ให้บริการเช่าทั้งค้างคืน ครั้งคราว และรายชั่วโมงในการปฏิบัติภารกิจพิชิตเจาะไข่แดง
แน่นอนว่า DRAGON ผับแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีบริการชี้ทางอโคจรครอบคลุมทุกระดับ ย่อมได้รับความนิยมและการตอบรับเป็นอย่างดีจนในแต่ละเดือนสามารถทำยอดได้ถล่มทลายแซงผับรุ่นพี่ที่เปิดก่อนมาหลายปีสำเร็จ
"เป็นไงวะไอ้ห่านี่หน้าระรื่นทุกวันเชียว" วาคิมอดที่จะพูดจากกระแนะกระแหนอีกฝ่ายไม่ได้ ท่าทีของมังกรมันน่าหมั่นไส้นักนะ
"ก็ธรรมดา คนมันมีความรัก ไอ้คนไม่มีความรัก คงไม่เข้าใจหรอก" เขาตอบพลางก็ยกแก้วเหล้าที่กำลังแกว่งเล่นอยู่ในมือขึ้นมากระดกเข้าปาก
ตั้งแต่ที่มีเกรซเข้ามาในชีวิต ใบหน้าเขาก็แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มแย้ม แม้ว่าการทำงานที่บริษัท การต้องต่อสู้แข่งขันอย่างเข้มข้นดีเพื่อฝ่าฟันให้ได้ตำแหน่งซีอีโอบริษัท มันจะดุเดือดมากเพียงใด ทว่าทุกเย็นที่ได้มาเติมพลังกับคนตัวเล็ก ก็ทำให้เขาลืมเรื่องราวพวกนั้นไปหมดสิ้น
เขาเพิ่งจะเข้าใจความรู้สึกของคนคลั่งรักครั้งแรก ก็เมื่อไม่นานนี้เอง ถ้าเกิดเขารู้ว่าการตกหลุมรักใครสักคนแบบจริงจัง และอยากจะทำตัวเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อเธอคนนั้น เขาก็คงไม่ต้องเสียเวลา เสียเงิน ซื้อผู้หญิงกินอยู่หลายปี
"เหอะ กูอยากจะอ้วก" วาคิมทำท่าคลื่นเหียนแซะไอ้คนคลั่งรักจนน่ารำคาญนี่ "เออ ไอ้ต้นไม้ เรื่องน้องมึงกับไอ้มาร์ตินไปถึงไหนแล้ววะ"
"เออนั่นสิ กูเห็นมันหายเงียบไปเลย นัดมาดื่มมาดริ้งทีไร ไอ้ห่านั่นก็ไม่เคยว่าง" มังกรเสริมอีกคน เดี๋ยวนี้แก๊งเขาแทบจะหลงเหลืออยู่แค่สามหน่อแล้ว เพราะอีกคนกำลังวุ่นอยู่กับการตามหาเมียอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าเขาก็เข้าใจ การที่เราได้รักใครสักคน เราก็คงไม่อยากสูญเสียเขาไป ต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เขากลับคืนมาเคียงข้าง
"เออ มันก็ยังหาอยู่นั้นล่ะ กูเองก็จนปัญญาแล้วเหมือนกัน ไม่รู้ว่าหอมมันไปอยู่ที่ไหน ไอ้สองคนนั้นก็ไม่ยอมปริปากบอกสักคำ บล็อกกูไปละ โดยเฉพาะยัยดารินปากแจ๋วนั่น จับเอาคxยยัดปากแม่ง" ต้นไม้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดไม่น้อย มังกรปรายตามองเพื่อนสนิท แววตานึกฉงน หัวคิ้วกระตุกขึ้น เซนส์เขามันกำลังบอกว่าสองคนนี้จะได้มาลงเอยกันอย่างไรก็ไม่รู้
คนหนึ่งปากแจ๋ว อีกคนปากหมา บรรลัยล่ะงานนี้
"ก็น่าสงสารมันนะ ยังไม่มีโอกาสอธิบายเลยด้วยซ้ำ" ถึงแม้วาคิมจะดูเป็นคนหยาบกร้าน แต่เขาก็รักเพื่อนมาก เขารู้ดีว่าทุกครั้งที่มาร์ตินมันรักใคร มันทุ่มสุดหัวใจ ใส่ให้หมดหน้าตัก ไม่เคยเหลือเผื่อใจเจ็บเลยสักครั้ง จนถึงทุกวันนี้ก็ยังงงวยอยู่ว่ามันเข้าแก๊งชายชั่วคั่วผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าแบบพวกเราไปได้อย่างไร "แต่ถ้าเป็นกู กูไม่ตามหรอก อยากไปก็ไป หาใหม่ จะไปอยากอะไร กูไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่เสียหน่อย เหอะ"
"นั่นน้องกูไอ้สัตว์นี่!" ต้นไม้แทบจะลุกไปวางมวยกับเพื่อนหนุ่ม สายตาเขามองเขม้นว่าอย่ามาแตะต้องแก้วตาดวงใจของตนเป็นอันขาด
"กูหมายถึงผู้หญิงคนอื่น ไอ้ห่านี่ ใครจะกล้าว่าน้องสาวสุดสวยของมึงล่ะ" วาคิมมองเขม่นกลับไป "เอ้า ไอ้มังกร มึงนั่งยิ้มบ้าอยู่คนเดียว เติมตัวไหนมาวะ"
"เออ พอเขาปลดล็อกหน่อย มึงก็เอาใหญ่เลย เพลา ๆ บางไอ้สัตว์ ช่วยรักษาภาพลักษณ์ให้คุณหยางหน่อย ระวังเขาจะเอาไอ้อาไป๋ขึ้นมาแทนมึงนะเว้ย" ได้ยินชื่อนี้ มังกรถึงกับต้องรีบหันกลับไปมองเขมือบพวกมันทั้งสองคนทันที
เขากำลังอารมณ์ดีแล้วแท้ ๆ ไอ้สองคนนี้กลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด หัวเสียอีกจนได้
"ไอ้วาคิม ไอ้ต้นไม้" เขากดเสียงต่ำ เล็ดรอดตามไรฟัน บ่งบอกว่าโกรธเคืองมาก "กูกำลังอารมณ์ดี อย่าเอาชื่อเสนียด ๆ แบบนั้นมาพูดที่ผับของกู มันเป็นอัปมงคล"
เขาเกลียดมาก เกลียดลูกของป๊าที่เกิดจากผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่อยู่ ๆ ก็เสนอหน้าเข้ามาแทรกกลางในครอบครัวของคนอื่น ทำตัวเป็นส่วนเกินอย่างหน้าด้าน ๆ จนมีไอ้ลูกอิจฉา "อาไป๋" ผุดขึ้นมาจากนรก เข้ามาเกิดในท้องของหญิงชั่ว หลังจากที่หม้าตรวจรู้ว่าตั้งท้องเขาเพียงแค่สามเดือนเศษ!
เขาเกลียดผู้หญิงคนนั้น ที่ชอบเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดี คอยดูแลเขาสารพัด คงเพื่อหวังที่จะยกตนเองขึ้นมาเมียบเคียงเสมอหม้า 'คุณนายเหมยลี่' แต่มันจะไม่มีทางมีวันนั้นเป็นอันขาด เขาจะไม่ยอมให้มันสองคนได้อะไรจากครอบครัวเขาเลยสักแดงเดียว
"เออ ๆ กูขอโทษ"
"เออกูด้วย"
หลังจากนั้นทั้งสามก็นั่งดื่มกันไปเรื่อย ๆ กระทั่งประมาณสามทุ่มครึ่ง ข้างกายหนุ่มหล่อ ต้นไม้ วาคิม มีสาวอกบึ้มนั่งบดเบียดอยู่ไม่ห่าง จนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้วก็ว่าได้
"หวานวดให้นะคะ" สาวสวยเดรสเกาะอก ที่เต้านมทะลักออกมาจวนเจียนเห็นยอดเชอร์รี่อยู่รอมร่อ เลื่อนฝ่ามือลงไปบีบนวดบริเวณต้นขาของต้นไม้ มุ่งหมายตั้งใจเฉียดเข้าใกล้เป้ากลางกาย
"ถ้าขึ้นมาอีกนิด มันจะขึ้นแล้วนะ"
"พี่มังกรล่ะคะ ให้ดี้นวดให้ไหมคะ ดี้นวดเก่งนะคะ เก่งจนพี่มังกรแตกเลยล่ะคะ" หญิงสาวร่างเล็กกระเถิบตัวเข้าไปใกล้ร่างสูงของชายหนุ่มที่นั่งดื่มเหล้าอยู่อย่างสงบ ไม่ได้มีอาการสนใจ หรือกระดี๊กระด๊าเหมือนเพื่อนทั้งสองคนไม่
"ไม่ต้อง" เขาปฏิเสธเสียงเข้ม จนทำให้สาวสวยหน้าจ๋อย
"หน่า ไอ้มังกร มึงก็จอย ๆ หน่อยดิ่วะ ให้น้องเขานวดไปเถอะ เผื่อจะได้นวดอย่างอื่นต่อ" ว่าคิมพูดพลางก็เลื่อนฝ่ามือขึ้นบีบทรวงอกนุ่มของคนข้างกายเบาๆ เค้นคลึงปลุกเร้าอารมณ์ให้อีกฝ่ายพร้อมรับแรงกระแทก
"ไม่ กูก็บอกแล้วไงว่ากูไม่เอา ไม่เอา มึงก็ยังยัดเยียดอยู่นั่น กูอยากจริงจังกับเกรซ ไม่อยากทำตัวเสเพลแบบเดิมแล้ว"
"แล้วจะเป็นอะไรไป มึงกับน้องเกรซยังไม่ได้เป็นอะไรกันสักอย่าง เมียก็ไม่ใช่ แฟนก็ไม่ใช่ คนคุยก็ไม่เชิง สถานะไม่ชัดเจนขนาดนี้ มึงก็มีสิทธิ์ป้ะ?" ต้นไม้เสริมอีกแรง พอเห็นเพื่อนเป็นคนดี เขานี่อดไม่ติดจริง ๆ
"กูตั้งใจเอาไว้แล้วว่า กูจะเริ่มต้นใหม่ ทำตัวใหม่ เพื่อเป็นคนที่คู่ควรกับน้องเขา" มังกรยังคงยืนยันคำเดิมอย่างหนักแน่น "น้องไปหาไอ้ต้นไม้เถอะ มันควบสองได้"
"กูไปละ" เขาทำท่าจะลุกขึ้น ทว่าก็มีร่างบางของใครสักคนเดินมาดักทางไว้ "ไม่เอา แม่ง ไอ้ต้นไม้ วาคิม มึงพูดไม่รู้เรื่องเหรอวะว่ากูไม่เอา"
"เห้ย กูไม่ใช่"
"กูก็ไม่" ทั้งคู่รีบปฏิเสธ สาบานได้ว่าไม่ใช่ฝีมือพวกเขาอย่างแน่นอน พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้าคือใคร
"ขอคุยด้วยหน่อย"
"ใคร?" เขาเหลือบตาขึ้นมองผู้หญิงแปลกหน้า ที่อยู่ ๆ ก็จะมาขอคุยด้วยโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
การแต่งตัวไม่เหมือนมาเที่ยวผับเลยสักนิด เหมือนคนมาตามผัวกลับบ้านมากกว่า ใส่เสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์ตัวใหญ่หลวมโพร่ง คู่กับกางเกงขาสั้นดูเก๋ ๆ แต่เพราะหน้าตา สัดส่วน รูปร่างสวย แต่งอะไรก็เลยดูไม่เฉิ่มเชยคล้ายพวกแม่ป้า
"ฉันเป็นแม่ของลูกคุณ ฉันต้องการให้คุณรับผิดชอบลูกของเรา"
เขายกฝ่ามือขึ้นเกาหัวแกรก ๆ "เฮ้ย!! ใครปล่อยให้คนบ้าเข้ามาในผับวะ เอาไปส่งโรงพยาบาลจิตเวชดิ้"
