#####บทที่ 2
"ปากหวานนะคะเนี่ย แบบนี้สาว ๆ คงติดตรึม" เกรซมองค้อนเล็กน้อย ชื่อเสียงเขาใช่ย่อยเสียที่ไหน ระดับเสือตัวพ่อ เด็กในสต็อกมีเป็นสิบ นับนิ้วมือแทบไม่พอด้วยซ้ำ
"ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ เสือตัวนี้ถอดเขี้ยวถอดเล็บแล้ว" มังกรไม่ได้โป้ปด
เมื่อก่อนอะใช่ เขาไม่เถียง สาบานไปก็ตายเปล่า เขานี่เสือมังกร เจ้าชู้ประตูดิน ลื่นยิ่งกว่าปลาไหล ผลัดเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าราวกับกางเกงใน ในมหา'ลัยมีกี่คณะ เขาตามเก็บเรียบหมดไม่ให้เหลือสักสาขา
ทว่า ตั้งแต่วันที่เขาตั้งใจจะเดินหน้าตามส่งขนมจีบ น้องเกรซ อย่างจริงจัง เขาก็บอกเลิกผู้หญิงทุกคนหมดเกลี้ยง ปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่เพื่อเป็นคนที่คู่ควรสำหรับเธอ
"เกรซเชื่อก็ได้ค่ะ" คนน้องยิ้มหวาน "อื้อ เกรซว่าเรากลับบ้านกันเถอะค่ะพี่มังกร นี่ก็ใกล้จะหกโมงเย็น ป่านนี้คุณแม่คงรอแย่แล้ว"
เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่งดงามทั้งภายใน และภายนอกเหมือนน้องเกรซ จึงทำให้เขายิ่งมั่นใจไปใหญ่ว่า นี่แหละคือว่าที่แม่ของลูกเขาในอนาคต คือคนที่จะมายืนเคียงข้าง และทำหน้าที่เป็นหลังบ้านที่แข็งแกร่งให้เขาได้
"ครับ" เมื่อเรียกพนักงานมาเช็คบิล ทั้งคู่ก็เดินไปขึ้นรถ BMW ป้ายแดง รุ่นใหม่ล่าสุดที่มังกรเพิ่งถอยมาเมื่อสามวันก่อน มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากเท่าใด
บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร ออกจากใจกลางเมืองมาพอประมาณจึงปราศจากความวุ่นวายของผู้คนหรือรถราที่แล่นสัญจรไปมา ตัวบ้านฉาบด้วยปูน ทาสีขาวทับอีกทีหนึ่ง สูงสองชั้น ขนาดไม่กว้างสักเท่าไหร่ รอบ ๆ บ้านมีพื้นที่ให้นั่งเล่น ปลูกดอกไม้ ต้นไม้ต้นเล็ก ๆ และจอดรถสี่ล้อได้เพียงคนเดียว
เกรซ เป็นเด็กต่างจังหวัด เพิ่งใช้เงินเก็บทั้งชีวิตผ่อนบ้านหลังนี้เมื่อตอนที่ได้ทุนเรียนฟรีและพาแม่ย้ายมาอยู่ด้วยกันเสียเลย เนื่องจากคุณแม่ เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มักโดนเจ้าหนี้ของพ่อตามทวงหนี้ อาละวาดทำลายข้าวของอยู่เป็นประจำ ทว่าตอนนี้ไม่มีแล้ว เพราะเขาได้ส่งคนไปจัดการและปิดยอดหนี้ทั้งหมดจำนวนแปดแสนกว่าบาทเรียบร้อยแล้ว
เกรซ เป็นความหวัง เป็นความสุข และเป็นความภาคภูมิใจเดียวของแม่ เขาจึงพยายามทะนุถนอมน้องให้ได้มากที่สุด รอจนกว่าถึงวันเวลาเหมาะสม แล้วเขาค่อยทำทุกอย่างให้ถูกต้องชัดเจน
"ขอบคุณมังกรมากเลยนะลูกที่มาส่งน้อง" 'ภา' หรือ 'น้าภา' มารดาของเกรซ เอ่ยพูดกับว่าที่ลูกเขยในอนาคตด้วยรอยยิ้มแย้มแต่งแต้มเต็มใบหน้าวัยกลางคน
แน่นอนว่าหล่อนค่อนข้างพึงพอใจในตัวว่าที่ลูกเขยคนนี้มาก ทั้งรูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ ฐานะความร่ำรวย ที่สามารถทำให้ชีวิตอันตกต่ำของเธอสองคนแม่ลูกสุขสบายได้
ถึงแม้มังกรจะตามจีบลูกสาวของหล่อนมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว และก็เข้าตามตรอกออกตามประตู ไม่เคยทำตัวฉวยโอกาส หรือคิดเอาเปรียบล่วงเกินเกรซแม้แต่หนเดียว ทว่าหล่อนก็ยังไม่ยินยอมให้ลูกตกล่องปล่องชิ้น หรือนอนแบขาให้อีกฝ่ายง่ายดาย ผู้ชายหล่อ ฐานะร่ำรวยออกปานนี้อาจทำดีหวัง 'เรื่องอย่างว่า' แต่พอได้แล้วก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเหมือนพ่อของยัยเกรซ
หรือไม่บางทีเผลอ ๆ ลูกสาวหล่อนอาจจะได้เจอกับผู้ชายที่ดีกว่านี้ก็ได้ ใครจะไปรู้ ยัยเกรซอายุยังน้อย ยังเรียนไม่จบปริญญาตรีเลยซ้ำ โอกาสที่จะได้พบคนใหม่ ๆ มีถมเถไป
"ไม่เป็นไรครับแม่ภา ผมเต็มใจ" มังกรไปมาหาสู่บ้านนี้ออกบ่อย จึงค่อนข้างสนิทสนมกับอีกฝ่ายไม่น้อย ก็หวังจะฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกเขยบ้านนี้นั่นแหละ "ว่าแต่วันนี้ทำไมที่บ้านคนครึกครื้นจังเลยครับ" สายตาคมมองลอดเข้าไปด้านในตัวบ้าน แล้วเหลือบกลับมามองหน้าว่าที่แม่ยาย
สองแม่ลูกหันมามองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนภาจะเป็นคนเอ่ยตอบแทน "เอ่อ...พอดีแม่จะทำบุญเลี้ยงพระน่ะจ้ะ ป้า ๆ น้าอาแถวนี้อยากร่วมบุญด้วยก็เลยมาช่วยกันอีกแรงจ้ะ"
สายตาของมังกรเต็มไปด้วยความชื่นชมสองแม่ลูก ดูเอาเถิด เขาจะหาผู้หญิงที่ดีแบบเกรซได้จากที่ไหน ไม่มีอีกแล้ว "ให้ผมช่วยไหมครับแม่ภา"
"เอ่อ...มะ...ไม่ต้องจ้ะ" ภารีบปฏิเสธอย่างทันควัน ทำให้มังกรหลุดเผลอใบหน้าแสดงคววามสงสัยออกมา "เอ่อ... ด้านในมีแต่พวกคนแก่ ๆ รุ่นราวคราวแม่ทั้งนั้น แม่กลัวว่ามังกรจะเบื่อหน่ายเอาเปล่าๆ และที่สำคัญก็ทำใกล้จะเสร็จแล้วด้วย ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะจ๊ะ วันนี้มังกรกลับบ้านไปก่อนนะลูกนะ"
"ก็ได้ครับแม่ภา สวัสดีครับ" มังกรไม่ได้เซ้าซี้ถามให้มากความ เขายกมือไหว้ลาผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันไปบอกกล่าวหญิงสาวร่างบางสักเล็กน้อย "พี่กลับก่อนนะครับน้องเกรซ"
"ค่ะพี่มังกร ขอบคุณพี่มังกรมากนะคะที่อุตส่าห์มาส่งเกรซ" คุณน้องยิ้มหวานตอบรับกลับไป ทำให้มังกรแทบหุบยิ้มไม่ได้เช่นกันพลอยต้องขับรถกลับบ้านหน้าตาระรื่นชื่นมื่น อิ่มเอิบไปด้วยความสุขใจ
หลังจากที่รถBMW คันหรูหราแล่นออกไปจาก หน้าบ้านจัดสรรของสองคนแม่ลูก เกรซก็รีบหันไปมองหน้ามาดาเชิงตำหนิติเตียนทันที
เพราะเธอรู้ดีว่า ไม่มีหรอกเลี้ยงพงเลี้ยงพระอะไรเทือกนั้น คนแบบแม่เธอไม่ใช่สายบุญที่จะทุ่มทุนเข้าวัดเข้าวาเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขา
"อีกแล้วเหรอแม่" น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายและเอือมระอาเต็มที "เกรซบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปเล่น แม่ลืมไปแล้วเหรอที่เราต้องหนีหัวซุกหัวซุนมาอยู่ที่นี่เนี่ย ไม่ใช่เพราะไอ้การพนันบ้า ๆ นั่นหรอกเหรอ"
"แกทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ได้ป้ะ ฉันก็แค่เล่นสนุก ๆ กับเพื่อน ๆ ฉันเท่านั้นเอง แกเป็นคนบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าช่วยให้ผูกมิตรกับคนข้างบ้านเอาไว้บ้าง นี่ไง ฉันก็ทำแล้วไง แกยังไม่พอใจอีกเหรอ" ภาโต้สวนกลับไป
"เล่นสนุกอะไรกันแม่ มันชักจะถี่ขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ เกรซไม่เคยลืม ที่เราต้องไม่มีที่ซุกหัวนอน ทรัพย์สมบัติ เงินเก็บทั้งชีวิตของเกรซ เพราะไอ้การพนันนั่น! เพราะหนี้ที่พ่อไปสร้างมา"
เกรซยังจำภาพในวันวานได้ดีไม่เคยลืม ภาพที่ไอ้คนชุดดำใจเยี่ยมโหดบุกเข้ามาในบ้านของเธอ แล้วอาละวาดทำลายข้าวของ ยื้อแย่งเงินที่เธอตั้งใจเก็บสะสมเพื่อซื้อโทรศัพท์ไอโฟนเครื่องแรกในชีวิต โดยไร้ซึ่งเมตตาจากเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่เพิ่งจะอายุสิบเจ็ดปีเท่านั้น
"เกรซขอร้องเถอะนะแม่ เลิกเถอะนะ ก่อนที่มันจะสายเกินไป ลำพังตอนนี้ บ้านที่เราอยู่ เกรซก็ต้องหาเงินมาผ่อน เหนื่อยสายตัวแทบขาด อะไรที่ประหยัดได้ แม่ก็ช่วยเกรซประหยัดหน่อยไม่ได้เหรอไง"
เธอก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยได้ใช้ชีวิต ไม่เคยได้เที่ยวเล่น เข้าผับเข้าบาร์ หรือไปเดินช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน เพราะเธอต้องเก็บหอมรอมริบ ใช้เงินส่งเสียตัวเองและเลี้ยงดูมารดาผู้ให้กำเนิด
หลังจากเลิกเรียน เธอก็รับจ้างสอนพิเศษ ให้เด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ ตกดึกก็รับจ้างไปเป็นสาวเชียร์เบียร์ วันไหนว่างเว้นจากการเรียน เธอก็รับงานพาร์ทไทม์ทำอย่างไม่เคยเกี่ยง เพราะเธอไม่ได้เกิดมาโชคดีเหมือนคนอื่น เธอต้องดิ้นรน ต้องพยายามขวนขวายด้วยสองมือสองเท้าของเธอเอง
"โอ้ย! น่ารำคาญ แกจะบ่นอะไรหนักหนา นี่ยัยเกรซ แกอย่าโง่ไปหน่อยเลย แกจะกลัวอะไร ความจริงแกไม่ต้องลำบากขนาดนี้ก็ได้ มังกรเขาก็พร้อมจะซัปพอร์ตแกอยู่แล้ว ขอแค่แกเอ่ยปากบอกนิดเดียว ทุกอย่างก็ราบรื่น" ภาเดินเข้ามาบอกหนทางสว่างให้ลูกสาวที่โง่เง่าของตนเองได้ฉลาดขึ้นมาบ้าง
