บทที่ 4 แหวนหมั้นที่หายไป
“อุ๊ย น้องนิ่ม พี่ขอโทษทีจ้ะมัวแต่คุยกับหมากเลยลืมทักทายน้องนิ่มไปเลย” อิงฟ้าแสดงสีหน้าว่าเธอลืมจริงๆ ได้เนียนมาก คงมีแต่หมากภูมิเท่านั้นที่มองไม่เห็นว่าอิงฟ้าตั้งใจที่จะไม่สนใจนิรดา
“อากาศร้อนจริง เราว่ารีบเข้าไปข้างในเถอะ ฟ้ายิ่งสุขภาพไม่ค่อยดีอยู่”
หมากภูมิเห็นว่าพักหลัง ๆ อิงฟ้าป่วยบ่อยและมักจะขอให้เขาพาไปหาหมอเป็นประจำ การที่ยืนตากแดดแบบนี้ไม่ดีต่อคนที่ป่วยง่ายอย่างเธอ ส่วนอีกคนหมากภูมิเห็นว่ามีเหงื่อซึมตามกรอบหน้าและไรผมก็เปียกไปด้วยเหงื่อ นิรดาคงร้อนจริงไม่งั้นคงไม่พูดออกมา
“เข้าไปข้างในกันเถอะจ้ะ”
อิงฟ้าเอ่ยขณะที่หมากภูมิยกแขนของตัวเองขึ้นเพื่อให้เพื่อนของเขาควง ส่วนนิรดาเขาคงคิดว่าเดี๋ยวเธอก็เดินตามมาเอง ขาไม่ได้ผูกติดกัน
นิรดามองตามแผ่นหลังของชายที่เธอรักและเลื่อนสายตามองแขนของเขาแต่มีแขนของผู้หญิงอีกคนควงอยู่ เธอไม่เคยรู้สึกเป็นส่วนเกิน เป็นคนไร้ความหมายได้เท่าวันนี้เลย
เจ็บปวดมากแต่ก็ต้องฝืนทำหน้าไม่คิดอะไร ทั้งที่ในใจอยากตะโกนร้องออกไปให้สุดเสียง ว่าฉันอยู่ตรงนี้ ช่วยเห็นใจกันหน่อย แต่เธอก็ทำได้แค่คิดในใจเพราะต่อให้พูดไปเขาก็คงไม่ได้ยินเสียงคนไร้ตัวตนอย่างเธอ
“น้องนิ่มจะว่าอะไรไหมคะ ถ้าวันนี้พี่จะขอนั่งข้างหมาก” ยังดีนะที่เอ่ยขอ แล้วนิรดาจะเลือกอะไรได้ในเมื่อหมากภูมิกำลังเลื่อนเก้าอี้ข้างกายเขาให้อิงฟ้านั่ง ส่วนเธอก็ต้องดูแลตัวเองแล้วนั่งฝั่งตรงข้ามกับเขาแทน
“ไหนของขวัญของเรา ในการ์ดฟ้าบอกว่าจะให้ของขวัญแต่เราต้องมารับด้วยตัวเอง”
เรื่องมารับของขวัญด้วยตัวเองก็ส่วนหนึ่ง แต่หมากภูมิอยากมาดูด้วยว่าอิงฟ้าดีขึ้นหรือยังเพราะเมื่อวานอิงฟ้าส่งข้อความมาบอกเขา ว่าไม่ค่อยสบายแต่หมากภูมิพึ่งอ่านข้อความหลังจากที่นิรดาเอาเค้กวันเกิดมาให้เขาแล้วกลับออกไป จะขับรถเอายามาให้ก็เห็นว่าดึกแล้วหมากภูมิจึงตัดสินใจจะโทรถามไถ่วันนี้แทนและก็มาลงเอยที่นัดทานข้าวด้วยกัน
‘จริงสิ เรื่องเค้ก’ พักเรื่องของขวัญของอิงฟ้าไปก่อนตอนนี้ต้องถามคนที่ไม่ยอมทำตามที่เขาบอก
“พี่ยังเห็นเค้กก้อนนั้นอยู่ในตู้เย็น” น้ำเสียงของหมากภูมิฟังแล้วดูปกติแต่สำหรับนิรดา มันคือเสียงที่กำลังบอกกลาย ๆ ว่าเขาไม่พอใจ เมื่อวานเขาบอกให้เอาเค้กกลับไปแต่ก็ยังเห็นว่าเค้กก้อนนั้นอยู่ในตู้เย็น
“นิ่มตั้งใจเก็บไว้ให้น้อง ๆ ในบริษัทกินค่ะ” เขาไม่เห็นค่าเค้กที่เธอตั้งใจทำให้ ก็ใช่ว่ามันจะหมดคุณค่าเพราะเค้กก้อนนี้สามารถสร้างรอยยิ้มให้คนอื่นที่ได้ชิม เขาไม่ต้องการแต่คนอื่นต้องการ
“ทุกคนฝากขอบคุณพี่หมาก ที่แบ่งเค้กไว้ให้ด้วยค่ะ”
เรื่องราวของเค้กก้อนนี้จะเป็นยังไงนิรดาคงไม่อยากเล่าให้ใครฟัง มันไม่ใช่เรื่องที่ควรเอามาพูดด้วย แต่เธอก็ยังอยากทำเพื่อเขา ใบหน้าของทุกคนในออฟฟิศยิ้มแย้มมากแค่ไหนตอนที่เธอบอก “เค้กนี้พี่หมากฝากนิ่มแบ่งให้ทุกคนด้วยนะคะ” เธออยากให้เขาเห็นด้วยตัวเอง แต่ไม่เห็นก็ดีเพราะความจริงแล้วเขาเป็นคนบอกให้เธอเอากลับไปและไม่ไยดีเค้กที่เธอทำแม้แต่น้อย
“...” ครั้งนี้หมากภูมิไม่ตอบและไม่ว่าในสิ่งที่นิรดาทำให้เขาแต่กลับมองเธอด้วยสายตาที่เดาไม่ออก
“เมื่อกี้หมากถามฟ้าเรื่องของขวัญใช่ไหม”
อิงฟ้ารีบดึงหมากภูมิกลับมาเรื่องของเธอเมื่อเห็นว่าตอนนี้เขากำลังให้ความสนใจแฟนของตัวเอง หึ มันไม่ผิดแต่เผอิญว่าเธอไม่ชอบ ถึงเธอจะมีสถานะเป็นแค่เพื่อนแต่เธอก็มาก่อนนิรดาและถ้าครั้งนั้นเธอไม่ตัดสินใจพลาดผู้หญิงที่จะได้ครองหัวใจของหมากภูมิตลอดไปก็จะมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น
“ใช่”
หมากภูมิล่ะสายตาจากดวงหน้าหวานที่วันนี้เขาพึ่งสังเกตเห็นว่า ใบหน้าของนิรดาหมองมากกว่าปกติหรือเป็นเพราะเขาไม่ได้สังเกตใบหน้าของเธอเลยถึงไม่เห็นว่าความสดใสของนิรดาจางหายไป ‘นิ่มเครียดเรื่องอะไรเหรอ มีเรื่องให้เครีดด้วยหรือไง’
“ก็มื้อเที่ยงนี้ไง ฟ้าตั้งใจจะเลี้ยงข้าวหมากเป็นของขวัญวันเกิดและก็น้องนิ่มด้วยนะจ๊ะ”
“งั้นเราไม่เกรงใจนะเพราะฟ้าเลี้ยง”
หมากภูมิพูดติดตลกไปอย่างนั้นเพราะถึงเวลาจ่ายจริง ๆ เขาไม่กล้าให้อิงฟ้าเลี้ยงหรอก เกรงใจด้วยเพราะอิงฟ้าไม่ได้จ่ายให้แค่เขาแต่ยังต้องเลี้ยงนิรดาด้วยอีกคน
“เต็มที่เลยจ้า”
“ฟ้าพูดเองนะ เราจะเหมาทุกหน้าเลย”
“ได้สิ ถ้าหมากกินหมดนะ แต่เอ๊ะ! หมากไม่ใส่แหวนหมั้นเหรอ”
การทักของอิงฟ้าทำให้หมากภูมิรีบเก็บมือของตัวเองลงใต้โต๊ะเพราะไม่อยากให้นิรดาเห็น แต่เขาคงไม่รู้ว่าแฟนสาวเห็นตั้งนานแล้ว นิรดาเห็นมาสักพักแล้วว่าเขาไม่ใส่แหวนหมั้นที่เธอเป็นคนเลือกให้
เหมือนจะไม่เห็นมาเดือนกว่าๆ แล้วด้วย เธออยากถามเขานะแต่ก็กลัวมันจะไปจบลงที่การทะเลาะกันแล้วเธอจะกลายเป็นผู้หญิงงี่เง่าอีกหรือแย่กว่านั้น
นิรดากลัวว่าเขาจะจบ ยุติการหมั้นและเรื่องแต่งงานของเรา เธอรักเขามาก มากเกินกว่าจะยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นได้และหัวใจของเธอยังไม่แข็งแรงพอที่จะเจอความเจ็บปวดในวันที่เราสองคนต้องจบลง
“อ๋อ เมื่อเช้าถอดออกมาทำความสะอาดน่ะแล้วมัวแต่รีบจะออกมาทำงานเลยลืม” ข้ออ้างที่พูดออกมาแล้วเหมือนจะฟังขึ้น แต่มันคือเรื่องโกหกทั้งนั้นและหมากภูมิก็รู้ว่าตัวเองกำลังพูดปด เขาถึงได้สบตากับนิรดาได้ไม่เต็มที่นัก เขาเคยใส่แหวนในช่วงแรก ๆ แต่อยู่มาวันหนึ่งก็แค่รู้สึกว่าไม่ได้จำเป็นต้องใส่ รอให้แต่งงานกันก่อนค่อยใส่ก็ได้ แล้วจากที่คิดแบบนั้นหมากภูมิเลยไม่ใส่แหวนตั้งแต่นั้นมา
หมากภูมิเป็นคนโกหกไม่เก่ง ไม่เนียนด้วยเพราะเขาไม่ค่อยพูดโกหกมันเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำแต่ครั้งนี้เขาคงคิดว่าการพูดปดคงจะดีกว่าพูดความจริงออกไปว่าเขาตั้งใจไม่ใส่แหวนหมั้นมานานแล้ว
“อ้อ! ก่อนกินข้าวเห็นพูดถึงเรื่องเค้กกัน หมายถึงเค้กวันเกิดของหมากเหรอ”
เรื่องเค้กที่ควรจะจบลงไปแล้วแต่ไม่รู้อะไรดลใจให้อิงฟ้าถามถึงเรื่องนี้ออกมา หรือเป็นเพราะว่าตอนนี้ถึงเวลาสั่งของหวานหลังจากทานของคาวเสร็จเรียบร้อยจึงทำให้หญิงสาวนึกขึ้นได้
“อื้ม นิ่มทำมาให้เราเมื่อคืน” เป็นหมากภูมิที่ตอบคำถามนั้น
“ว้าว ๆ น้องนิ่มนี่น่ารักจังเลยนะคะ ทำเค้กวันเกิดให้แฟนด้วยตัวเองด้วย หมากโชคดีจริง ๆ ที่ได้น้องนิ่มเป็นแฟน”
