บทที่ 3 ความเสียใจที่ไร้ความหมาย
“พี่หมากจะพานิ่มไปกินมื้อเที่ยงที่ไหนเหรอคะ” นั่งรถมาได้สักพักแล้วนิรดาพึ่งจะนึกได้ว่าเธอก็ลืมถามเขาเรื่องนี้ไปเลย มัวแต่ดีใจที่เขาชวนออกมากินข้าวและรีบเดินตามเขาออกมาเพราะกลัวหมากภูมิจะเปลี่ยนใจ ช่วงเวลาที่แบบนี้ช่างหายากนัก
มันเคยมีแต่มันหายไปได้สักพักแล้วและเมื่อมีโอกาสนิรดาก็ไม่อยากจะทำอะไรที่จะทำให้ตัวเองเสียโอกาสนี้ไป เธอคิดถึงเขา คิดถึงช่วงเวลาที่ของเรา
“ร้านกับข้าวอิ่มเอมเปรมสุข”
“ร้านนี้เหมือนจะอยู่ใกล้ ๆ ที่พักของพี่ฟ้าใช่ไหมคะ” เธอจำได้เพราะครั้งหนึ่งหมากภูมิต้องรีบวนรถกลับมาเพื่อหาซื้อยาลดไข้ให้อิงฟ้าทั้งที่จะถึงบ้านนิรดาอยู่แล้ว
“ใช่ ฟ้าเลือกร้านนี้แต่ก็ดีแล้วแหละฟ้าจะได้ไม่ต้องขับรถออกมา พี่ไม่อยากให้ฟ้าขับรถไปไหนมาไหนคนเดียวช่วงนี้สุขภาพของฟ้าไม่ค่อยดีด้วย”
น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยเหลือเกิน อยากรู้จังถ้าวันหนึ่งหลังจากนี้เธอเกิดป่วยขึ้นมาเขาจะเป็นห่วงเธอแบบนี้บ้างไหม ขนาดเพื่อนยังดูร้อนรนดูอาวรณ์ซะคนเป็นแฟนอย่างเธอปวดใจ ‘อยากเป็นพี่ฟ้าจัง’
“เราไม่ได้จะไปกินข้าวกันแค่สองคนเหรอคะ” อดถามไม่ได้ซะแล้วสิ เพราะเขาพึ่งจะพูดออกมาว่าฟ้าเลือกร้านนี้ ถ้าเราจะมาทานข้าวกันแค่สองคนการเลือกร้านอาหารคงไม่ต้องไปรบกวนเพื่อนของเขาหรอกมั้ง
“เปล่า วันนี้ฟ้านัดพี่มากินข้าวและให้ชวนนิ่มมาด้วย” เป็นอย่างนี้เองสินะ เธอคงไม่ได้มานั่งอยู่บนรถกับเขาแบบนี้ถ้าอีกคนไม่บอกให้ชวนเธอมา เหอะ แล้วเธอจะต้องขอบคุณคนที่มีน้ำใจแอบแฝงคนนั้นด้วยหรือเปล่า
“ถ้าพี่ฟ้าไม่บอกแบบนั้น พี่หมากคงไม่พานิ่มออกมาด้วยสินะคะ”
ว่าจะไม่พูดแบบนี้แล้วนะแต่เธอก็แฟนเขาไหม มีหัวใจน้อยใจเป็นนะ และนิรดารู้ว่าการที่พูดแบบนั้นออกไปจะทำให้หมากภูมิไม่พอใจและจะตามมาด้วยการที่เราสองคนทะเลาะกัน
“พี่ไม่ชอบที่นิ่มพูดแบบนี้นะ อย่าทำตัวงี่เง่าได้ปะ”
“ค่ะนิ่มมันเป็นคนงี่เง่า ทำอะไรก็น่ารำคาญไปซะหมด”
“ก็รู้ตัวนี่ แล้วทำไปทำไม” หมากภูมิพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ ราวกับว่าเขาเองก็รำคาญเธอเสียเต็มประดา ไม่ว่าจะทำอะไรพูดอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ เบื่อหน่าย!
“นิ่มแค่อยากรู้ว่าพี่หมากไม่คิดที่จะพานิ่มมากินข้าวบ้างเหรอ เรากินข้าวด้วยกันแค่สองคนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ พี่หมากจำได้ไหมคะ”
“พี่มีเรื่องสำคัญให้จำมากกว่าเรื่องกินข้าวของเรานะนิ่ม ให้พี่เอาสมองไปจำอะไรที่มันจะก่อประโยชน์ดีกว่าไหมและถ้านิ่มไม่พอใจพี่ก็คงช่วยอะไรไม่ได้”
เธอก็คิดไว้อยู่แล้วว่าเขาคงจำไม่ได้แต่นิรดาจำได้นะ ครั้งสุดท้ายคือเมื่อสามเดือนก่อนและครั้งนั้นเป็นวันที่อิงฟ้าโผล่มาและหลังจากนั้นเธอก็กลายเป็นคนไร้ตัวต้นของเขาเข้าไปทุกทีๆ
อิงฟ้า หรือ ฟ้า ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนกับหมากภูมิตั้งแต่มัธยม และเท่าที่นิรดารู้อิงฟ้าคือผู้หญิงคนแรกที่หมากภูมิเคยชอบ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าหมากภูมิแอบรักอิงฟ้ามานานแล้วรักมากด้วย
แต่ในตอนนั้นเขาไม่สมหวังเพราะอิงฟ้าเลือกผู้ชายอีกคนและผู้ชายคนนั้นยังเป็นเพื่อนรักของหมากภูมิ ในตอนนั้นหมากภูมิเลือกเสียสละให้เพื่อนรักและเขาถึงได้มาเจอเธอ
นิรดาพึ่งจะมีความคิดในพักหลังนี้เอง ว่าที่เขามาจีบเธอเพราะอยากหาคนดามหัวใจของตัวเองหรือเปล่า เธอก็แค่มีบางอย่างที่เขาพอใจในตอนนั้นและใช้เธอเป็นเครื่องมือรักษาแผลในหัวใจ
ความน้อยเนื้อต่ำใจจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าหมากภูมิไม่เปลี่ยนไปและนิรดาไม่อยากจะอ้างว่าเป็นเพราะอิงฟ้ากลับเข้ามาในชีวิตของเขา หรือเป็นเพราะอิงฟ้ากำลังแทรกกลางระหว่างเรา เพราะเธอเชื่อใจหมากภูมิ ถ้าเขารักเธอ ต่อให้ใครจะพยายามทำลายความรักของเรามากแค่ไหนก็ไม่มีทางสำเร็จเพราะหัวใจของเรามั่งคงต่อกัน
ตอนนี้ชักจะไม่แน่ใจเสียแล้วสิ เธอรักและซื่อสัตย์ต่อหมากภูมิแล้วเขาในตอนนี้ล่ะ ระดับความรักของเรายังเท่ากันอยู่ไหม
“หมาก” เสียงดีใจที่มาพร้อมการกระโดดกอดหมากภูมิของอิงฟ้า ดูแล้วช่างไม่มี ‘กาลเทศะ’ เอาซะเลย
คู่หมั้นของชายหนุ่มยืนอยู่ข้าง ๆ แต่ยังทำเป็นมองไม่เห็นและกอดซบผู้ชายของคนอื่นต่อหน้าต่อตา แม้จะเป็นเพื่อนกันมาหลายปีก็ตาม แต่ถ้าอีกฝ่ายมีคนรักและกำลังจะแต่งงาน เพื่อนที่คิดได้คงไม่ทำตัวแบบนี้ หากเป็นคนอื่นคงจะพูดออกไปแล้วว่า ‘หน้าด้าน’ แต่นิรดาไม่กล้าขนาดนั้น ความสำคัญของเธอคงมีไม่เท่าอิงฟ้า
“ฟ้ารอนานไหม”
“ไม่นานจ้ะ หมากรอฟ้านานกว่าอีก” ยิ้มระรื่นคุยกันกระหนุงกระหนิงจนมองไม่เห็นนิรดาที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ เธอมันเป็นคนไร้ตัวต้นของจริง
“หือ? เรารอฟ้าที่ไหนกัน เราเป็นคนขับรถมานะฟ้าต่างหากที่เป็นฝ่ายรอเรา”
“ก็ตอนนั้นไง ตอนที่หมากนั่งรอฟ้าใต้คอนโดตั้งนาน วันนั้นหมากต้องขับรถฝ่าสายฝนเอายาลดไข้มาให้ ถ้าไม่ได้หมากช่วยฟ้าต้องแย่แน่ ๆ ขอบคุณนะหมาก”
วันนั้นนิรดาก็อยู่ด้วยและเธอต้องกลับไปถึงบ้านดึกกว่าปกติเพราะต้องมานั่งรออิงฟ้า คอนโดมี19ชั้นไม่รู้ว่าลิฟต์ติดปัญหาหรืออะไร เพื่อนของหมากภูมิคนนี้ถึงได้ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงกว่าจะลงมาได้
และเวลาสองชั่วโมงนี้คือเวลาที่พ่อกับแม่ของนิรดารอเธอกลับบ้านด้วยเช่นกัน วันนั้นหมากภูมิคงเป็นห่วงเพื่อนของเขามากจนลืมไปเลยว่าเธอก็มีพ่อและแม่ คนแก่สองคนต้องนั่งชะเง้อคอมองดูรถของว่าที่ลูกเขยขับเข้ามาส่งลูกสาวที่บ้าน
“ไม่เป็นไร เราเต็มใจช่วยฟ้าอยู่แล้ว”
“เนี่ยหมากน่ารักกับฟ้าตลอดเลย ฟ้านี่โง่จริงๆ ที่ตอนนั้นมองไม่เห็นความน่ารักของหมาก” และเธอก็คงจะมองไม่เห็นด้วยว่าแฟนคนปัจจุบันของหมากภูมิยังยืนเป็นรูปปั้นอยู่ตรงนี้
“เข้าไปนั่งคุยกันข้างในดีไหมคะ ตรงนี้มันร้อน”
นิรดาต้องขอโทษที่พูดแทรกบทสนทนาของทั้งสองคน แต่เธอก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ไม่ใช่อากาศภายนอกที่มันร้อนจนเหงื่อแตกแต่เป็นความร้อนเหมือนไฟกำลังสุมในอกของนิรดาต่างหาก
