บทที่ 2 ทำอะไรก็ผิดไปหมด
“อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของนิ่ม เมื่อวานพี่พูดไม่ชัดเหรอว่าพี่ไม่ต้องการอะไรแบบนี้ เอาเวลาทำเรื่องไร้สาระไปนั่งดูบัญชีของบริษัทให้มันเรียบร้อยดีกว่าไหม”
นี่คือประโยคแรกที่เขาทักทายเธออย่างนั้นเหรอ ไม่ยิ้มให้กันไม่ว่า แต่เขาเลือกที่จะพูดจาเหมือนตำหนิกันทั้งที่เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ยืนอยู่ตอนนี้ก็แทบจะกลั้นหายใจอยู่แล้วยังมากล่าวว่าเหมือนเธอทำงานไม่ดีอีก
ทุกวันนี้ไม่ได้มีแค่เขานะที่ทุ่มเทเพื่อบริษัท เธอเองก็ทุ่มเทเหมือนกันเพราะบริษัทนี้เราสองคนช่วยกันสร้างขึ้นมา เธอเลือกที่จะให้สิทธิ์เขาเป็นเจ้าของ เพราะความสามารถและความเป็นผู้นำของหมากภูมิ และเธอเชื่อว่าหมากภูมิจะพาบริษัทของเราไปได้ไกลแน่
เธอขออยู่เคียงข้างเขา เป็นกำลังใจให้เขาและพร้อมช่วยเหลือเขาทุกอย่างที่เขาอยากให้เธอทำ แต่นี่อะไร ทำไมถึงได้ไร้เยื่อใยกับเธอเหลือเกิน
“พี่หมากยังไม่ได้ฟังคำตอบของนิ่มเลยนะคะ”
ก่อนจะว่าเธออย่างน้อยก็ควรจะถามกันสักหน่อยไหม แต่คงไม่จำเป็นเพราะเขาทำร้ายจิตใจของเธอไปแล้วและดูเหมือนจะมีแค่หมากภูมิที่ไม่รู้ตัว ว่าตัวเองพูดจาไม่ดีกับเธอเพราะป้าไหมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นิรดายังสัมผัสได้และคิดว่าครั้งนี้หมากภูมิทำไม่ถูกต้อง
สองคนนี้จะมีปัญหาอะไรอยู่ป้าไหมคงไม่กล้าเข้าไปหารู้เพราะมันเป็นเรื่องของเจ้านาย แต่เรื่องที่หมากภูมิกำลังทำตัวไม่ดีต่อแฟนสาวเพราะเข้าใจผิดโดยไม่มีการถามไถ่ที่มาที่ไปก่อน เรื่องนี้ป้าไหมคิดว่าเธอสามารถช่วยนิรดาได้เพราะเธอรู้ว่ากล่องของขวัญนี้นิรดาไม่ได้เป็นคนส่งของนี้มา
และถ้าหมากภูมิอยากตำหนิใครสักคนจริง ๆ คนนั้นไม่ควรเป็นนิรดาแต่ควรเป็นคนที่ส่งของขวัญมาให้เขามากกว่าไม่ใช่มาว่าคุณนิ่มของป้ามั่วซั่วแบบนี้!
“คุณนิ่มไม่ได้เป็นคนทำกล่องนี้มาหรอกค่ะคุณหมาก พวกเราต่างก็ไม่มีใครรู้ว่าคนที่ส่งกล่องของขวัญผูกริบบิ้นใหญ่โตนี้เป็นใคร” และตอนนี้ป้าไหมคิดว่าคงไม่มีใครอยากจะรู้แล้ว เพราะกล่องเจ้าปัญหานี้ทำให้นิรดาเดือดร้อน
ป้านิ่มกล้าพูดเลยว่าทุกคนในออฟฟิศรักนิรดามากเพราะเธอเป็นคนน่ารักและเป็นกันเองกับทุกคน ใครได้คุยหรือได้ทำงานด้วยต่างสบายใจกันทั้งนั้น ไม่มีใครเขาเกร็งเหมือนตอนคุยกับหมากภูมิหรอก
“คุณนิ่มส่งซองนั้นให้คุณหมากเปิดเถอะคะ แล้วเราไปทำงานของเรากันดีกว่า”
“ค่ะป้าไหม...ซองนี้ติดมากับกล่องค่ะพี่หมาก”
นิรดาก้มหน้าขณะยื่นซองใส่การ์ดนั้นให้หมากภูมิ เธอไม่อยากให้เขามองตาของเธอตอนนี้เพราะนิรดามั่นใจว่ามันต้องกำลังแดงและมีม่านน้ำตาเอ่อคลออยู่แน่ เธอไม่อยากให้เขาเห็น ไม่อยากให้เขาถาม วันนี้เธอไม่อยากได้ยินคำพูดบาดหัวใจจากหมากภูมิอีกแล้ว
เธอรอจนเขารับมันไปแล้วรีบหมุนตัวเดินออกจากตรงนั้น ตรงไปที่ห้องทำงานของตัวเองซึ่งก็คือห้องเดียวกันกับหมากภูมิ เมื่อก่อนนิรดามีความสุขทุกวันที่ได้มาทำงานพร้อมกับเขา ได้นั่งมองหน้าเขา เราสองคนคุยกันและช่วยกันทำงาน เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก
แต่ตอนนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม การเดินทางมาทำงานจากที่หมากภูมิยืนกรานว่าจะต้องมารับเธอที่บ้านทุกวัน แต่ทุกวันนี้เขาปล่อยให้เธอมาเองโดยให้เหตุผลว่า เขาต้องประหยัดค่าน้ำมัน การไปรับเธอที่บ้านเป็นการเดินทางที่อ้อมเกินไป นิรดาพยายามเข้าใจเขาทุกอย่าง และคิดถึงความสุขที่เคยมีร่วมกันให้มากที่สุด
“นิ่มยุ่งอยู่หรือเปล่า”
นิรดาละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเงยหน้าขึ้นเพื่อตอบคนที่ถามเธอ
“ไม่เท่าไหร่ค่ะ พี่หมากอยากให้นิ่มทำอะไรหรือเปล่าคะ”
แอบเลื่อนสายตามองดูเวลาที่หน้าจอและก็พบว่า เธอก้มหน้าก้มตาทำงานจนไม่รู้ถึงการเดินเข้าห้องทำงานของหมากภูมิเลย เขาเข้ามาตอนไหนนะ ตลอดสามชั่วโมงที่เธอใช้สมาธิอยู่กับงานเพื่อขจัดเรื่องวุ่นวายในหัวออกไปและเพื่อไม่ให้ตัวเองสนใจบรรยากาศที่แสนจะอึดอัดในห้องทำงานด้วย
จากความสุขสู่ความอึดอัดและเมื่อไหร่มันจะดีขึ้นนะ เมื่อไหร่ความสุขที่เคยมีจะกลับมาเหมือนเดิม
“พี่จะชวนนิ่มไปกินข้าวเที่ยงข้างนอก”
“จริงเหรอคะ”
น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อยแต่สามารถหล่อเลี้ยงหัวใจของนิรดาได้อย่างไม่น่าเชื่อ นานมากแล้วที่เราสองคนไม่ได้ออกไปทานข้าวด้วยกัน แค่เขาเอ่ยชวนกันเธอก็ดีใจจนไม่สามารถหุบยิ้มลงได้และพร้อมจะวางงานทุกอย่าง ต่อให้ยุ่งนิรดาก็จะหยุดสิ่งที่ทำเพื่อได้ออกไปทานมื้อเที่ยงกับหมากภูมิ
“พี่ขอโทษนะที่พูดจาไม่ดีกับนิ่มไปเมื่อเช้า”
“ไม่เป็นไรค่ะ นิ่มไม่โกรธพี่หมาก”
นิรดายิ้มรับคำขอโทษของเขา แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่หันมาพูดขอโทษกับเธอตรง ๆ แต่นิรดาก็เข้าใจเพราะหมากภูมิกำลังขับรถอยู่ แค่เขาขอโทษกันเธอก็พร้อมจะโยนความน้อยใจที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าทิ้งไปทันที
อันที่จริงก็หายน้อยใจตั้งแต่เขาชวนออกมาทานมื้อเที่ยงด้วยกันแล้ว ‘จะได้กินข้าวพร้อมหน้าพี่หมาก’
“แล้วกล่องของขวัญนั้นใครส่งมาให้เหรอคะ”
ในเมื่อตอนนี้เขาดูไม่ค่อยหงุดหงิดมากนักนิรดาเลยคิดว่าถ้าถามเรื่องของขวัญเขาคงไม่โกรธเธอ บางทีก็คิดนะว่าเธอกลายเป็นคนที่กลัวการพูดกับแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่
จากที่พูดกับเขาถามเขาได้ทุกเรื่องตอนนี้กลายเป็นกังวลไปหมด กลัวว่าพูดไปหรือถามอะไรออกไปเขาจะโกรธ จะชักสีหน้าใส่เธอ แรก ๆ ก็รับไหวอยู่หรอกแต่หลัง ๆ หัวใจของนิรดาก็เริ่มไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
“ฟ้าส่งมาน่ะ”
“พี่ฟ้า...”
ใบหน้าของเขายิ้มแย้มขณะที่พูดถึงเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อนคนที่หมากภูมิยอมยกเลิกทุกอย่างเพื่อไปหาเพื่อนคนนี้หากเธอต้องการเขา ทุกอย่างที่ว่านั้นรวมถึงการผิดนัดกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนอย่างนิรดาด้วย
“แล้วพี่ฟ้าส่งอะไรมาให้เหรอคะ”
“เป็นกล่องเปล่า”
“ฟ้าชอบแกล้งพี่แบบนี้ตลอด”
หมากภูมิดูอารมณ์ดีมาก เขาพูดปนหัวเราะไปด้วยเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับนิรดามาตลอดหลายเดือน การที่ได้เห็นคนที่เรารักยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข เราก็ควรจะมีความสุขไปกับเขาใช่ไหม
แต่...นิรดากลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกข้างซ้ายเมื่ออดคิดไม่ได้ว่า ทำไมนะ แค่กล่องเปล่าก็ทำให้เขายิ้มกว้างอย่างมีความสุขแต่เค้กวันเกิดที่เธอตั้งใจทำมาให้ เขากลับไม่ไยดีเลย ไม่มีความยินดี ไม่แสดงความดีใจกับสิ่งที่เธอทำ แกล้งยิ้มให้กันหน่อยก็ได้แค่นั้นเธอก็ชื่นใจแล้ว
