บทที่ 1 วันที่รอคอยที่ไม่มาถึงสักที
บริษัท เอ็มแคมป์เปอร์
เสียงพูดคุยเฮฮาด้วยความรื่นเริงดังขึ้นทันทีที่นิรดาเปิดประตูออฟฟิศเข้ามา สิ่งแรกที่เธอพบก็คือกล่องของขวัญขนาดใหญ่ที่วางอยู่กลางออฟฟิศและกลุ่มพนักงานสามสี่คนที่กำลังมุงล้อมกล่องของขวัญปริศนากล่องนี้
“พี่นิ่มมาแล้วทุกคน”
เมื่อทุกคนเห็นนิรดาเดินมาเข้าต่างก็พากันเดินกรูเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของทุกคนมีความอยากรู้อย่างไม่ปิดบังและนิรดาขอเดาว่าทุกคนคิดว่าเธอต้องรู้ที่มาที่ไปของกล่องของขวัญปริศนานี้แน่ แต่ทุกคนคงต้องผิดหวังแล้วล่ะเพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
“มีเรื่องตื่นเต้นอะไรกันเหรอคะ”
“แหมพี่นิ่มยังจะถามอีก พวกหนูต้องถามพี่นิ่มมากกว่าคะว่าในกล่องนั้นมีอะไร”
เพย์ พนักงานดูแลเรื่องบัญชี อายุ27ปี ซึ่งมีอายุเท่ากันกับนิรดาแต่เพราะเธออยากให้เกียรติหัวหน้าแผนกของตัวเองซึ่งก็คือแฟนเจ้าของบริษัท เธอจึงขอเรียกนิรดาว่าพี่นิ่มมาตลอด ในตอนแรกนิรดารู้สึกไม่ชินที่ต้องมีคนอายุเท่ากันมาเรียกพี่ แต่เพื่อความสบายใจของเพย์เธอก็ตามใจและตอนนี้เธอก็เริ่มชินแล้วละ
“พี่นิ่มเตรียมอะไรเซอร์ไพรส์พี่หมากคะ” เพย์ไม่สามารถเก็บความอยากรู้ของตัวเองเอาไว้ได้จึงถือวิสาสะถามออกไป แม้จะรู้ว่าเรื่องเซอร์ไพรส์ก็ไม่ควรได้รู้ก่อนจนกว่าเจ้าของกล่องของขวัญที่แท้จริงจะเป็นคนเปิดออก
แต่คนอยากรู้ ‘เพย์เป็นคนไทย=เพย์ใส่ใจค่ะ’
“นั่นสิ ๆ” คนทีเหลือก็อยากรู้เช่นกัน
“ปีนี้คุณนิ่มให้ของขวัญคุณหมากกล่องใหญ่มากกว่าทุกปีเลยนะคะ หรือว่าข่าวดีที่พวกเรารอคอยจะมาถึงแล้วใช่ไหมคะ” ป้าไหมแม่บ้านประจำออฟฟิศรีบวางไม่กวาดแล้วเขามาสมทบด้วยอีกคน
ป้าไหมเป็นคนเก่าคนแก่เธอเป็นแม่บ้านที่อยู่กับบริษัทนี้ตั้งแต่วันแรกที่หมากภูมิเปิดบริษัท ในตอนนั้นมีพนักงานอยู่แค่สองนั้นก็คือ หมากภูมิที่ดำรงตำแหน่งเจ้าของบริษัทเอ็มแคมป์เปอร์และงานอื่น ๆ ทุกอย่างยกเว้นเรื่องเงินที่เขาไว้ใจให้คนรักอย่างนิรดาเป็นคนดูแลเรื่องเกี่ยวกับเงินทั้งหมด ตอนนั้นป้าไหมยังแอบแซวอยู่เลยว่าธุรกิจของหมากภูมิเจริญแน่ ๆ เพราะกลัวเมีย เป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก
ทว่า พักหลัง ๆ ป้าไหมแอบเห็นบางอย่างผิดปกติไป ทั้งสองคนดูไม่หวานกันเหมือนก่อน ทั้งที่ปีที่แล้วหมากภูมิได้ขอนิรดาแต่งงานแต่ทำไมทั้งสองดูไม่เหมือนคนที่จะแต่งงานกัน ถ้าไม่รู้จักดีจะไม่มองว่าเป็นคนรักกันด้วยซ้ำ
ป้าไหมสงสัยและแอบเป็นห่วงในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ไม่อยากให้มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเลยเพราะเสียดายมาก คู่นี้น่ารักมากนิสัยดีทั้งคู่ อยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยให้เกียรติกันและเกรงใจกันและกันอยู่เสมอ เรื่องเอาใจใส่ป้าไหมก็เห็นมากับตาว่าหมากภูมิเอาใจใส่คนรักของเขาดีมาก ดีจนคนที่มีลูกมีผัวแล้วอย่างป้ายังอิจฉา
แต่แล้วเพราะอะไรล่ะ ทำไมคนที่เคยดูแลแฟนดีถึงได้กลายเป็นคนเมินเฉยต่อแฟนได้ วันแต่งงานที่ควรจะกำหนดวันได้แล้วก็ยังไม่มี ไม่มีแผนการเรื่องงานแต่งออกมาให้คนในบริษัทได้ลุ้น
และเรื่องนี้ไม่ได้มีป้าไหมคนเดียวที่คิดไปเอง พนักงานคนอื่นต่างก็รู้สึกเหมือนกันแต่เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านายจึงไม่มีใครเป็นหน่วยกล้าตายไปถาม ก็ได้แต่แอบคุยกันเองตอนพักเที่ยงนี่แหละ
“พี่นิ่มได้ฤกษ์วันแต่งแล้วใช่ไหมคะ Yes!”
“วันนี้ที่พวกเรารอคอย”
“ธีมงานแต่งสีอะไรคะพี่นิ่ม”
“พี่นิ่มต้องรีบบอกธีมก่อนนะเพราะพวกหนูกับป้าไหมจะรีบไปตัดชุด อ่อ เพย์ต้องรีบลดน้ำหนักด้วย”
ดูเหมือนทุกคนจะลืมกล่องของขวัญกล่องใหญ่นี้ไปเสียแล้วเพราะต่างพากันสนใจเรื่องอื่นแทน แถมเรื่องที่กำลังพากันดีอกดีใจดันไม่เกิดขึ้นจริงน่ะสิ
“เดี๋ยวค่ะทุกคน” นิรดายกสองมือขึ้นมาเป็นเชิงบอกให้ทุกคนสงบสติและเก็บความดีใจของตัวเองก่อน อยากบอกว่าตอนนี้ทุกคนกำลังดีใจเก้ออยู่ค่ะ และใช่ว่าเธอไม่อยากบอกเรื่องข่าวดีที่ทุกคนรอคอยแต่ตัวเธอเองก็รอคอยวันนั้นอยู่เหมือนกัน รอคอยจนท้อ
“กล่องนั้นไม่ใช่ฝีมือของนิ่มค่ะ”
“อ่าว” เสียงประสานเหมือนนัดกันพูดออกมาและทุกคนแสดงสีหน้าไปในทางเดียวกันว่า ‘แล้วเป็นของใคร’
“กล่องนี้มาส่งตอนไหนเหรอคะป้าไหม” นิรดาเอ่ยถามป้าไหมขณะที่เธอเดินเข้าไปใกล้กล่องของขวัญนั้นมากขึ้น มองดูรอบ ๆ กล่องเพื่อหาข้อความหรือไม่ก็การ์ด
“กล่องนี้มาส่งตั้งแต่ตอนที่ป้ามาเปิดออฟฟิศเลยค่ะคุณนิ่ม พนักงานส่งของมาถึงก็บอกว่าเป็นของคุณหมากภูมิ ป้าเห็นว่ากล่องใหญ่มากเลยให้เขารีบยกเข้ามาข้างในก่อนค่ะ”
ป้านิ่มจะมาถึงออฟฟิศเป็นคนแรกเสมอเพราะต้องการเข้ามาทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนที่พนักงานจะพากันมาถึง ทำความสะอาดตอนที่ยังไม่มีคนจะทำให้ป้านิ่มทำงานได้สะดวกกว่า
“จากใครน่ะ?” และก็เป็นอย่างที่นิรดาคิด บนกล่องมีซองเท่าซองจดหมายวางอยู่และเธอเดาว่าข้างในจะต้องมีการ์ดเขียนคำอวยพรแน่ และถ้าอยากรู้ว่ากล่องของขวัญนี้ส่งมาจากใครเธอคงต้องอ่านการ์ดที่อยู่ในซองนี้
ความสงสัยใคร่รู้ทำให้นิรดายื่นมือออกไปหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมา แต่แล้วต้องถือค้างไว้อย่างนั้นเมื่อคิดได้ว่า ‘ถ้าเราเปิดอ่านพี่หมากต้องไม่พอใจแน่’
จู่ๆ เกิดความลังเลขึ้นในใจเพราะทุกวันนี้ในสายตาของหมากภูมิ เธอก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นแค่พนักงานคนหนึ่งในบริษัทของเขา ไม่ได้มองเธอเป็นคนรักเหมือนเดิมอีกแล้วเพราะสายตาของเขาเฉยชาต่อเธอมาก
และในระหว่างที่นิรดากำลังยืนลังเลท่ามกลางเหล่าพนักงานที่รอค่อยให้เธอเปิดการ์ดออกอ่านอยากใจจดใจจ่ออยู่นั้น เจ้าของกล่องของขวัญตัวจริงได้เดินเข้ามาและยืนเท้าสะเอว มองพนักงานของตัวเองที่เวลานี้ควรนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองไม่ใช่พากันมายืนรวมตัวกันกลางออฟฟิศแบบนี้
“ทำอะไรน่ะ”
พรึบ แยกย้ายจ้า...
เพียงแค่ได้ยินเสียงของหมากภูมิทุกคนก็พร้อมใจกันสลายตัวแล้วกลับไปนั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเองประหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คอยเปิดหูรอฟังตลอดเวลา มือทำงาน ตามองจอแต่หูแอบฟังได้!
“ไวกันเชียวนะพวกนี้” มันน่าเรียกมาอบรมจริงๆ ลูกน้องแต่ละคนเนี่ย จ้างให้มาทำงานไม่ได้จ้างให้มาเป็นไทยมุง
“สวัสดีครับป้าไหม”
ยกมือขึ้นไหว้คนสูงวัยกว่า หมากภูมิไม่ได้เป็นคนถือยศถือศักดิ์อะไร ป้าไหมเป็นแม่บ้านของบริษัทก็จริงแต่เขาก็เคารพคนที่มีอายุมากกว่า
ทักทายป้าไหมเสร็จแล้วจึงหันมามองหน้านิรดา ก่อนจะเลื่อนลงไปมองสิ่งที่อยู่ในมือของเธอ ส่วนกล่องของขวัญอันใหญ่โตนี้มากภูมิเห็นตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาแล้วและยังแอบสงสัยอยู่ว่าของใคร ‘รกมาก’
“อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของนิ่ม เมื่อวานพี่พูดไม่ชัดเหรอว่าพี่ไม่ต้องการอะไรแบบนี้ เอาเวลาทำเรื่องไร้สาระไปนั่งดูบัญชีของบริษัทให้มันเรียบร้อยดีกว่าไหม”
“พี่หมาก...”
