ตอนที่7 ตกลง
“ตกลงมีอะไรจะพูดกับน้อง” ฟาเรนไฮต์ถามพี่ชายที่วันนี้มาหาถึงห้องเพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ
แต่พอเข้ามาก็เอาแต่นั่งนิ่งเงียบไม่พูดสักที จนเป็นเธอที่ทนไม่ไหวถามพี่ชายขึ้นด้วยความสงสัย
“พี่ขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม” องศาถอนหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยปากขอน้องสาวตัวเองขึ้น
“ว่ามาสิ”
“ไปอยู่กับคุณไคเลอร์ได้ไหม”
“ไคเลอร์?” ชื่อคุ้นๆ แต่เหมือนจะนึกไม่ออก
“อดีตว่าที่คู่หมั้นของน้องไง”
“ห๊ะ!?... ทำไมอยู่ๆ พี่ถึงพูดเรื่องนี้ล่ะ” เมื่อก่อนพี่เห็นดีเห็นงามกับการปฏิเสธของเธอ ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พ่ออยากให้เธอหมั้นหมายเหมือนการคลุมถุงชนแบบนั้น แล้วทำไมตอนนี้กลับเป็นคนบอกให้เธอไปอยู่กับผู้ชายแก่คนนั้น
“เขาปกป้องน้องได้”
“น้องไม่เข้าใจ”
“สิ่งที่น้องเจอมา หากมันหนักกว่านี้ รุนแรงกว่านี้ แล้วก็ลอบกัดกว่านี้ล่ะ”
“.....”
“พี่ทนอยู่เฉยไม่ได้หรอกนะ ถ้าน้องไม่อยู่กับคุณไคเลอร์ให้พี่สบายใจ สักวันพี่ต้องสืบให้ได้ว่าใครทำน้องของพี่บ้าง” แล้วถึงตอนนั้นเขาจะต้องทำทุกอย่างเพื่อสั่งสอนคนพวกนั้นไม่ให้ยุ่งกับน้องเขา
“แต่น้องกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วเราก็ไม่ได้รู้จักกันดีพอ เขาจะเอาตัวเองมายุ่งกับเราไปทำไม” เจอกันครั้งเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอ เขาเหมือนไม่มีตัวตนในชีวิตเธอไปแล้ว หากพี่ชายไม่พูดขึ้นมาก็คงลืมเขาไปแล้ว
แล้วมีเหตุผลอะไรที่เขาจะเอาตัวเองมายุ่งวุ่นวายกับเรื่องไร้สาระของเธอ การที่เขาจะเข้ามาปกป้องเธอ นั่นแปลว่าเขาจะต้องใช้ชื่อตัวเองในการรับประกัน แล้วเขาจะทำไปเพื่ออะไร
“พี่รู้ แต่พี่มั่นใจว่าเขาจะปกป้องน้องจากทุกอย่างได้...”
“ไม่ใช่แค่คนที่ทำร้ายน้อง แต่รวมถึงคนที่มันอยากได้น้องด้วย” ไม่งั้นเขาคงไม่อยากให้น้องไปอยู่กับเสือผู้หญิงแบบนั้น
เพราะหลังจากวันที่เขารู้ว่าน้องสาวตัวเองถูกทำร้ายองศาก็ไม่สามารถอยู่เฉยได้ เขาคอยเฝ้าดูห่างๆ ตามดูเรื่อยๆ อยากรู้ว่าน้องจะเจอกับอะไรและจะได้เข้าไปช่วยทัน อยากรู้ว่าน้องใช้ชีวิตลำพังแบบไหน
แต่สิ่งหนึ่งที่องศารับรู้และเห็นว่าแปลกไป ก็คือรถคันหนึ่งที่คอยตามน้องสาวเขาอยู่
“รู้ใช่ไหมว่ามีคนตามน้อง”
“.....” คนถูกถามไม่ได้ตอบ หันหน้าหลบสายตาพี่ชาย
“นี่มันเรื่องใหญ่มากเลยรู้ไหมฟาเรนไฮต์!” แต่เธอกลับไม่บอกอะไรเขาสักเรื่อง ไม่พูดอะไรให้เขารู้เลยแม้แต่น้อย
พี่ชายคนนี้มันไร้ประโยชน์มากจริงๆ ใช่ไหม
“น้องดูแลตัวเองได้” ตอบกลับเสียงแผ่ว ฟาเรนไฮต์ หากชื่อนี้ออกจากปากพี่ชายนั่นแปลว่าจริงจังมาก เอาจริงอยู่
เหมือนตอนนี้คงโกรธและเสียใจจริงๆ
“อย่าดื้อได้ไหมฟาเรนไฮต์!...”
“น้องรู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงแค่ไหน รู้ไหมว่าตั้งแต่วันนั้นพี่ไม่เคยนอนหลับเลยสักวัน” น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความเครียด ความรู้สึกผิด มันกัดกินใจเขาจนทำให้เขากังวลไปหมดทุกอย่าง
แต่เขาไม่สามารถเอาเวลาทั้งหมดของตัวเองมาเฝ้าน้องสาวได้ และถึงทำได้ แต่หากคนพวกนั้นเล่นหนักขึ้น ลงมือจริงๆ ผู้ชายอย่างเขาจะทำอะไรได้ วัยรุ่นคนหนึ่งมันไม่ได้ทำให้ใครกลัวได้เลยสักนิด
เขารู้ เขาไม่มีปัญญา
“พี่ขอร้องเถอะ อย่างน้อยก็จนกว่าจะเรียนจบก็ได้...”
“แล้วหลังจากนั้นพี่จะหาเลี้ยงน้องเอง จะให้น้องอยู่ห้องหรือถ้าจะทำงานก็หางานที่ไม่ต้องออกไปข้างนอก แล้วทีนี้น้องไม่อยากอยู่กับใครพี่ก็ไม่บังคับ” ขอแค่น้องสาวยังปลอดภัย ขอแค่ไม่สูญเสียครอบครัวเดียวของเขาไปอีก เขาทำได้ทุกอย่าง
“แล้วเขาจะยอมเหรอ” เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของพี่ชายมันก็ทำให้ฟาเรนไฮต์เจ็บปวดไม่แพ้กัน
มันคือการขอร้องที่พี่เธอก็ไม่อยากทำเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้พี่ของเธอคงบุกไปหาคนที่ทำร้ายเธอเพื่อสั่งสอนคนพวกนั้น แต่เขารู้ความสามารถของตัวเองดี และหากเกิดอะไรขึ้นกับเขา เธอก็จะไม่เหลือใครแล้วจริงๆ
แม้ไม่เต็มใจ แต่หากมันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้บ้างสักเล็กน้อย แลกมาด้วยเวลาสั้นๆ ช่วงเรียน เธอจะยอมเพื่อพี่ก็ได้
“พี่คุยกับเขาแล้ว เขาให้พี่ลองมาคุยกับน้องดู” ไคเลอร์ยังไม่ได้ติดต่อกลับมาเพื่อตอบรับหรือปฏิเสธ แต่การไม่ปฏิเสธเขาก็คิดไว้ก่อนแล้วว่าไคเลอร์ยอมรับ
“.....”
“ฟังพี่สักครั้งได้ไหม เราเหลือกันสองคนเองนะ” คำอ้อนวอนดังขึ้นอย่างคนไร้หนทางเต็มทน
“น้องขอโทษที่ทำให้พี่เป็นห่วง” กระบอกตาร้อนผ่าว รู้สึกเวทนาตัวเองกับพี่ชายไม่น้อยที่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้ การวิ่งวุ่นหางจุกตูดเพื่อร้องขอความช่วยเหลือจากใครคนอื่น
ทั้งที่รักกัน อยากปกป้องดูแลกัน แต่กลับไร้ปัญญาเพียงเพราะเป็นแค่เด็กวัยรุ่น เหมือนไม้ซีกกับไม้ซุงที่รู้ชะตากรรม
ทำไมชีวิตคนเรามันพลิกผันได้ขนาดนี้
“พี่ผิดเองที่ไม่สามารถดูแลปกป้องน้องได้ ผิดเองที่พี่เคยอวดเก่งอวดดีแต่พอเอาเข้าจริงก็แค่ไอ้กระจอกคนหนึ่ง”
“พี่องศาดีที่สุด พี่รักน้องที่สุดน้องรู้” เธอขยับเข้าไปกอดพี่ชายแล้วปลอบออกไปทั้งน้ำตา
“อดทนหน่อยนะ พี่สัญญาว่าวันหนึ่งพี่จะทำให้น้องมีชีวิตที่ปลอดภัยโดยไม่ต้องอาศัยบารมีใคร” ลูบหัวน้องสาวแล้วให้คำมั่นสัญญาออกมา
“น้องเชื่อใจพี่นะ...”
“แล้วน้องก็จะทำตามที่พี่บอก น้องจะไปขอความช่วยเหลือเขา”
