บท
ตั้งค่า

ตอนที่6 คนโลภ

หลังเจอเรื่องน่าหงุดหงิดฟาเรนไฮต์ก็ตรงกลับคอนโดทันที ไม่มีอารมณ์จะเดินเลือกซื้อของอีกต่อไป ส่วนมื้อนี้ก็คงไม่พ้นสั่งกินเหมือนเดิม

(แผลหายดีหรือยัง) หลังกลับถึงห้องกินข้าวจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็มีสายจากพี่ชายเข้ามา

“หายแล้ว แค่บวมแล้วก็ช้ำ แต่น้องประคบเย็นไม่มีรอยเหลือ”

(งั้นก็ดีแล้ว...)

(แล้วน้องมีเงินใช้ไหม) น้ำเสียงแห่งความห่วงใยดังขึ้นจากปลายสายเสมอ

“มีสิ แล้วพี่องศาล่ะ” ฟาเรนไฮต์ตอบโดยไม่ลืมถามพี่ชายกลับไป

(ไม่ต้องห่วงพี่ ถ้ามีปัญหาหรือมีเรื่องอะไรอีกก็บอก อย่าทำให้พี่เป็นห่วงรู้ไหม)

“ไม่ต้องห่วงน้องเหมือนกัน”

(อืม ดูแลตัวเองดีๆ เข้าใจหรือเปล่า)

“รู้แล้ว พี่เองก็เหมือนกัน”

(ไว้ว่างๆ พี่จะไปหา...)

(พักผ่อนเถอะ คิดถึงนะ)

“อืม เป็นห่วงพี่นะ” หลังคุยกับพี่ชายเสร็จ เสียงถอนหายใจของฟาเรนไฮต์ก็ดังขึ้น

เงินเหรอ... เหอะ!

เรื่องมีมันก็พอมี แต่ถ้าเอาความจริงถึงการใช้ชีวิตของเธอมันเรียกว่าเป็นเศษเงินยังได้

ชีวิตลูกสาวนักธุรกิจบริษัทใหญ่ระดับประเทศในอดีต แต่ปัจจุบันครอบครัวเหลือกันอยู่สองคนกับพี่ชาย แม่ตายไปตั้งแต่เธออายุไม่กี่ขวบด้วยโรคประจำตัว ส่วนพ่อผู้ละโมบโลภมากเป็นนักธุรกิจดีๆ ไม่ชอบ เงินทองที่มีเหมือนไม่เพียงพอต่อชีวิต ร่วมมือกับหุ้นส่วนบางส่วนในบริษัททำการฉ้อโกง ค่าเสียหายมูลค่ากว่าเก้าหลักหรืออาจจะมากกว่านั้น สุดท้ายก็ถูกจับได้ทรัพย์สินถูกยึดเพื่อชดใช้ค่าเสียหาย ตัวคนต้องโทษตามกฎหมาย

บทสรุปของคนที่มีศักดิ์ศรีค้ำคอก็ไม่พ้นความตาย ทิ้งคำตราหน้าให้คนรุ่นหลังอย่างลูกแบกรับคำด่าทอดูถูกเหยียดหยาม

คฤหาสน์หลังงามก็เหลือแค่คอนโดขนาดเจ็ดสิบตารางเมตรที่เคยซื้อให้เป็นของขวัญตั้งแต่อายุสิบแปดไว้ซุกหัวนอน เงินจากประกันชีวิตหลักล้านก็แบ่งกับพี่ชายสองคนและเงินเก็บก้อนหนึ่งไว้ใช้จ่ายในชีวิต

ระยะเกือบปีแล้วที่เกิดเรื่องเธอรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิต ชีวิตที่ไม่ง่ายเลยสักนิดที่ต้องผ่านสายตาและคำดูถูกเหล่านั้น แต่เธอกลับปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงนี้แทบไม่ได้เลย

งานครัวไม่เคยเข้าซื้อกินอย่างเดียว งานบ้านไม่เคยทำจ้างแม่บ้านตลอด ข้าวของเครื่องใช้เคาน์เตอร์แบรนด์ทุกอย่างเพราะยังเปิดใจใช้ยี่ห้อไม่เคยใช้ไม่ได้ ไหนจะค่าน้ำค่าไฟค่าส่วนกลางของคอนโดหรูที่ล่อไปไม่เคยต่ำกว่าหมื่นในแต่ละเดือน

กว่าจะรู้ตัว เงินในที่มีกลับเหมือนล่องหนจนตกใจ

คุณหนูตกอับที่พึ่งรู้ตัวแล้วว่ากำลังก้าวเข้าสู่คำว่าลำบาก รู้แล้วว่าตัวเองกำลังเผชิญกับวิกฤต นั่นทำให้เธอเครียดไม่น้อย ไม่เคยหาเงินใช้เอง มีทุกอย่างที่ปรารถนา แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่ กลายเป็นคนต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างที่เห็น จะหยิบจับอะไรก็ต้องคิดคำนวณด้วยความขัดใจ

คนเกิดมายี่สิบเอ็ดย่างยี่สิบสองปีไม่เคยตกระกำลำบาก ติดจะอยู่เหนือใครมากมายจนเคยชิน อยู่ๆ มาเป็นแบบนี้ แล้วแปลกตรงไหนที่จะให้ยอมรับและเปลี่ยนวิถีชีวิตได้ทันที

เพราะฉะนั้นคำตอบและทางเลือกที่เธอคิดได้ตอนนี้หากเงินใกล้หมดก็คงจะขายคอนโดห้องนี้ของตัวเอง อสังหาฯ ทำเลทองราคาขึ้นตลอด คงไม่ยากจะขายออกในระยะเวลาอันรวดเร็วให้พวกมีเงินหรือนักลงทุน แม้จะเสียดายแต่ก็คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้

นำเงินที่ได้ไปซื้อห้องที่เล็กลงมาหน่อย อาจจะรวมถึงหาที่ที่ถูกกว่านี้เพื่อลดค่าส่วนกลางและก็ต้องฝึกทำความสะอาดเองจะได้ไม่เหนื่อยเกินไปกับขนาดห้อง และคงเหลือเงินอยู่ก้อนหนึ่ง แล้วก็ต้องบริหารจัดการวางแผนดีๆ หากใช้ชีวิตแบบที่เธอค่อยๆ ปรับตัวได้ตอนนี้ ก็คงมีเงินเหลือพอให้ใช้แบบไม่ลำบากถึงหลังเรียนจบระหว่างหางาน

งาน...

เรื่องเครียดที่สุดอีกอย่างในตอนนี้สำหรับเธอต่างหาก คงเพราะนามสกุลของเธอมันดังพอๆ กับข่าวที่เคยเกิดขึ้น คงไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่จะหันหลังให้นามสกุลนี้โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ

แม้อดีตจะเคยวางแผนอนาคตไว้ว่าจะเรียนต่อและอาจเรียนต่อต่างประเทศด้วยซ้ำ แต่ความจริงในปัจจุบันคงได้แค่ใบเดียว และหวังที่สุดคือการได้ทำงานบริษัทใหญ่โตให้คุ้มกับค่าแรงที่จะได้บ้าง ยิ่งเทอมนี้เป็นเทอมสุดท้ายที่จะเรียนจบ เธอลองส่งใบสมัครงานไว้แล้ว แต่ไม่มีที่ไหนตอบรับเลย

“พ่อทำเพื่อพวกเรา หรือทำตัวเพื่อตัวเองกันแน่” คำถามเดิมๆ ที่ดังออกจากปากทั้งเป็นความสงสัยและการตำหนิผู้ล่วงลับ

เธอทั้งโกรธทั้งอธิบายไม่ถูกในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้เป็นพ่อ

โกรธที่ทำไมพ่อต้องโลภทั้งที่ครอบครัวก็ไม่ได้ยากจนเลยสักนิดจัดอยู่ในชนชั้นสูงด้วยซ้ำ แล้วทำไมยังต้องอยากได้อยากมีมากกว่าเดิม มันหอมหวานจนยับยั้งตัวเองไม่ได้เลยหรือไง

แต่ที่อธิบายไม่ถูก เพราะสุดท้ายก็รู้แก่ใจว่าส่วนหนึ่งพ่อทำเพื่อลูกตัวเองไม่น้อย เงินทองที่พ่อหามา ก็ใช้มันซื้อความสุขและความสะดวกสบายให้กับครอบครัวลูกๆ ทั้งนั้น

เธอเคยมีทุกอย่าง เคยใช้ชีวิตแค่ออกคำสั่งจนกลายเป็นคนนิสัยไม่ดีหลายเวลา เป็นคนเอาแต่ใจอยู่เรื่อย นั่นก็มาจากความเพียบพร้อมทางฐานะที่พ่อปูทางไว้ให้

แต่เพราะมันหนักเกินไป เธอเหนื่อยเกินไปกับการแบกรับความเปลี่ยนแปลงนี้ อีกทั้งเรื่องที่แม้จะผ่านมาเกือบปีแล้วแต่ยังไม่มีใครลืม มากกว่าครึ่งในรั้วมหา’ลัยก็ลูกหลานนักธุรกิจทั้งนั้น อีกทั้งหลายคนเคยมีประเด็นกับเธอในอดีต

เมื่อทุกคนเห็นหน้าเธอ เรื่องราวเก่าๆ ก็ผุดขึ้นมาให้ซุบซิบเหน็บแนมเยาะเย้ยเป็นเรื่องสนุก นิสัยไม่ยอมคนหยิ่งยโสและถือดีของเธอมันทำให้เธออึดอัดจนแทบระเบิด อยากเข้าไปตบปากหรือสั่งสอนพวกปากเสีย

แต่ใครจะเป็นคนเคลียร์ทุกปัญหาให้เธอล่ะ ใครจะเป็นแบล็คให้เธออย่างในอดีต นามสกุลนี้ไม่ได้น่ากลัวมานานแล้ว

เธอได้แต่ถามตัวเองทุกวันว่าจะทำยังไง จะต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเองไปอีกนานแค่ไหน เธอไม่เคยชอบและไม่อยากยอมรับชีวิตแบบนี้แล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel