ตอนที่5 ข้อเสีย
ใบหน้าที่เคยถูกตบไม่ได้ทิ้งรอยแผลอะไรไว้ มีแค่ความบวมช้ำที่เธอประคบเย็นไปสองวันก็หายสนิท นั่นทำให้หลังเลิกเรียนวันนี้ฟาเรนไฮต์เลือกจะแวะห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่อดีตเธอเดินเล่นจับจ่ายใช้สอยเป็นว่าเล่น แต่ตอนนี้ส่วนมากก็ตรงไปยังซุปเปอร์มาเก็ตเป็นหลัก มีบ้างนานๆ ทีที่จะตัดใจซื้อของสนองตัวเอง
ส่วนวันนี้เหตุผลหลักของเธอก็ไม่ต่างจากที่ผ่านมา คือการมาซื้อของเติมในห้อง อาหารไม่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างอาหารแช่แข็งสำเร็จรูปและพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
แต่จะให้เธอทำยังไงในเมื่อเธอทำอาหารไม่เป็นสักอย่าง แม้แต่เจียวไข่ก็ไม่เคยทำ แล้วถ้าจะให้สั่งตลอดค่าอาหารทางแอปพลิเคชั่นที่บวกราคาเพิ่มเป็นเรื่องปกติพร้อมค่าส่งที่ต้องเสีย แม้แต่อาหารตามสั่งธรรมดาหนึ่งมื้อก็หมดเกือบร้อยแล้ว ทำให้การซื้ออาหารแช่แข็งเหล่านี้ถือว่าถูกกว่า เพราะราคาเริ่มต้นสี่สิบบาทขึ้นอยู่กับเมนู
แต่ก่อนจะไปชั้นซุปเปอร์มาเก็ตเธอเลยขึ้นไปชั้นบนก่อน ตรงไปที่แบรนด์หรูยี่ห้อหนึ่งเพื่อซื้อน้ำหอม สิ่งที่เธอตัดใจเปลี่ยนยังไม่ได้
พวกสกินแคร์ราคาถูกแต่คุณภาพดีมันยังมีให้เลือกหาได้ง่ายๆ แต่เรื่องของกลิ่นมันเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนสำหรับเธอมากกว่านั้น ไม่ใช่ว่ายี่ห้อไหนก็จะใช้แทนตัวที่ชอบได้ แม้แต่ของก๊อปที่เขาอวยกันว่าทำกลิ่นได้เหมือนแค่ไหนแต่เธอเคยลองแล้ว มันแค่มีความคล้ายแต่แทนไม่ได้เลยสักนิด ทั้งความนุ่ม ทั้งความคงทน
นั่นเลยทำให้ต้องตัดใจเจียดเงินซื้อน้ำหอมอยู่เสมอ และเลือกกลิ่นโปรดแบรนด์โปรดตัวที่ใช้และราคาถูกที่สุดเป็นกลิ่นประจำตัวเพื่อความประหยัด
พอถึงเคาน์เตอร์แบรนด์เป้าหมาย เธอก็สั่งสิ่งที่ต้องการออกไปทันที
ไม่ใช่อะไร แต่กิเลสมันค่อนข้างรุนแรงมาก เครื่องสำอางที่ใช้บ่อยๆ แต่ตอนนี้ไม่ได้ใช้ สกินแคร์บางตัวที่ใช้ประจำตอนนี้ก็ไม่เคยได้ซื้อหา แล้วไหนจะเครื่องสำอางตัวใหม่ๆ สีใหม่ๆ ที่ดึงดูดเธอไม่น้อยนั่นอีก
เธอกลัวใจตัวเองเพราะเงินยังพอมีให้ซื้อ แต่มันไม่ควรใช้เงินอย่างไม่ระวังด้วยเช่นกัน
“คุณฟาเรนไฮต์ครับ” ระหว่างยืนรอพนักงานเอาสินค้ามาให้ด้วยหัวใจที่ยับยั้งของตัวเอง เสียงทักข้างหลังก็ดังขึ้น
“คะ?” หันกลับไปตามเสียงคนทักอย่างจำไม่ได้ว่าใคร
ใบหน้าเรียบนิ่งดูจริงจัง การแต่งตัวด้วยสูทดำทั้งชุด บุคลิกที่ดูอกผายไหล่ตั้ง ร่างกายดูแกร่งกำยำท่าทางเหมือนพวกบอดี้การ์ด เหมือนคนขับรถพ่วงผู้ดูแลความปลอดภัยของพ่อเธอในอดีต
“ท่านเชิญไปร่วมรับประธานอาหารด้วยครับ” ชายวัยฉกรรจ์พูดออกมาตามหน้าที่
“ท่าน?” ท่านไหน แล้วมาเชิญเธอเพื่ออะไร
“ไปถึงเดี๋ยวก็ทราบครับ” ไม่อยากเอ่ยชื่อเจ้านายออกมาสุ่มสี่สุ่มห้า
“โทษทีนะ ฉันไม่ว่างค่ะ” ไม่บอกแล้วทำไมต้องไป ต่อให้บอกก็ไม่ไป เข้ามาชักชวนด้วยท่าทางแบบนี้คิดว่าเธอจะไว้ใจเหรอ
“นี่นามบัตรของท่านครับ ท่านบอกว่าหากมีอะไรขาดเหลือหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อหาท่านได้ตลอด” คำสั่งของเจ้านายเหมือนรู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวไม่ไป และหากปฏิเสธก็ให้นามบัตรไว้
“ค่ะ” หลุบตามองเล็กน้อย ก่อนจะรับมาพอเป็นพิธีจะได้ไม่ถูกเซ้าซี้
“ได้แล้วค่ะ” แล้วพนักงานที่เตรียมของก็แจ้งขึ้น
“นี่ครับ” ชายฉกรรจ์ที่ยังไม่ได้ไปหันไปยื่นนามบัตรสีดำหรูส่งไปให้พนักงาน
“เก็บเงินกับฉันค่ะ” ฟาเรนไฮต์เห็นแบบนั้นก็รีบพูดแทรกจนมือพนักงานชะงัก
“บัตรเครดิตใบนี้ท่านฝากให้ครับ” หันไปพูดกับฟาเรนไฮต์อีกครั้งก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปทันที
“ฉันไม่รับ!” ฟาเรนไฮต์พูดไล่หลังเสียงฉุนจัด
แบล็กการ์ดที่เธอก็เคยมีเคยรู้จัก มูลค่าไม่จำกัดวงเงินรูดใช้ได้แบบไม่ต้องคิด เธอมีความสุขกับการใช้แค่ตอนพ่อทำให้เท่านั้นแหละ
ส่วนใบนี้...
“เหอะ!” แค่นเสียงเย็นชาออกมาอย่างเกลียดชัง
“เอ่อ ไม่ทราบว่าจะชำระทางไหนคะ” พนักงานถามอย่างลังเล
“นี่ค่ะ” ฟาเรนไฮต์ยื่นเงินสดที่เตรียมมาสำหรับซื้อน้ำหอมส่งไปให้พนักงาน
“สักครู่ค่ะ” พนักงานรับเงินไปจัดการทุกอย่างต่อ แล้วกลับมาส่งมอบสินค้าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย
“คุณช่วยติดต่อตามนามบัตรนี้เพื่อคืนบัตรเครดิตนี่ให้ทีนะคะ...”
“ส่วนค่าตอบแทน คุณรูดบัตรใบนี้ซื้อของที่ต้องการได้เลยค่ะ ถ้ามีอะไรฉันรับผิดชอบเอง” เธอวางนามบัตรที่ได้รับไว้ข้างๆ บัตรเครดิต
ทิ้งหน้าที่ให้พนักงานแทนพร้อมค่าตอบแทนอย่างมีน้ำใจ และรู้ดีว่าหากพนักงานรูดจริงก็ไม่มีปัญหาอะไรตามมา หยิบถุงน้ำหอมเดินออกจากร้านไปด้วยใบหน้าค่อนข้างบึ้งตึง
คิดว่านี่เป็นครั้งแรกเหรอที่มีใครบางคนพยายามเข้าหาเธอเพื่อเจรจาพูดคุย คนที่เคยรู้จักครอบครัวเธอ คนที่เคยเห็นหน้าค่าตาเธอ
แล้วคนที่เกิดมาพร้อมมีรูปเป็นทรัพท์ อีกทั้งเป็นคุณหนูไม่เคยตกระกำลำบาก ไม่เคยตากแดดตากฝน แถมยังผ่านการดูแลประถินผิวอย่างดีมาตั้งแต่เข้าสู่วัยรุ่น มันยิ่งเป็นอะไรที่ปฏิเสธสายตาของชายน้อยใหญ่ไม่ได้
พอได้โอกาสก็ไม่กลัวที่จะทำตัวหยาบคายใส่เธอ
ความเอ็นดู… ฟังดูดีนะ ฟังดูเหมือนผู้ใหญ่รักใคร่อยากดูแล
แต่นั่นมันคือการดูแลบนเตียงน่ะ
ดีไม่ดีพวกที่เธอคิดว่าตามเธออยู่ อาจจะเป็นหนึ่งในคนพวกนี้ก็ได้
นี่สินะข้อเสียของความยากจน สิ่งที่คนรวยคิดว่าจะใช้เงินฟาดหัวยังไงก็ได้ เอาเปรียบแบบไหนก็ไม่ต้องสนใจ
ยิ่งเป็นคนที่เคยรวยและมีชีวิตสุขสบายคงคิดว่าง่ายกว่าเป็นไหนๆ เพราะชีวิตไม่เคยลำบากและรับไม่ได้กับคำว่าไม่มีเงิน
แต่ขอโทษทีนะ ต่อให้เธอจะหมดตัว เธอก็ไม่คิดจะเป็นเมียเก็บให้ใครหรอก!
