ตอนที่4 ถึงปาก
“ผม... อยากให้คุณไคเลอร์ รับน้องสาวของผมมาดูแลได้ไหมครับ” องศาพูดสิ่งที่ไม่เคยคิดและลำบากใจไม่น้อยออกมาในที่สุด
แต่หากแลกกับความปลอดภัยของน้องสาวเขา เขายอม ยังไงคนตรงหน้าก็...
“แล้วทำไมฉันต้องทำแบบนั้น?” ไคเลอร์ไม่ได้รีบร้อนจะตอบรับหรือปฏิเสธ อยากฟังเหตุผลของอีกฝ่ายด้วยหัวใจเต้นโครมครามนึกสนุก
“เพราะคุณไค เคยถูกวางตัวให้เป็นคู่หมั้นกับน้องผมครับ” ใช่ ตอนอายุสิบเจ็ดที่น้องบอกพ่อพาไปดูตัวก็ไม่ผิด แต่หลังจากน้องอายุยี่สิบเรื่องราวถูกพูดคุยจริงจังขึ้นถึงขั้นวางตัวเป็นคู่หมั้น
แต่เพราะฝ่ายไคเลอร์ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ และเป็นฝ่ายน้องสาวเขาเองที่ปฏิเสธ นั่นเลยทำให้ยังไม่มีงานมงคลเกิดขึ้น
อีกทั้งยังมีงานอมงคลเกิดก่อน ทุกอย่างก็เลยหยุดอยู่แค่นั้น ไม่มีใครอยากดองกับตระกูลของคนโกงและคนหมดตัว
ไคเลอร์และครอบครัวก็คงไม่ต่าง แต่เขาไร้ทางเลือกแล้ว ยังไงตระกูลนี้ก็ร่ำรวย เป็นนักธุรกิจที่มีผลสำรวจว่ามีทรัพย์สินมหาศาล ไม่ต้องให้พูดเรื่องอำนาจใดที่จะใช้ปกป้องใครก็ได้
“แต่น้องนายปฏิเสธฉันนะ” เด็กน้อยคนนั้นที่เขาจำไม่เคยลืม เด็กที่แสนพยศยิ่งกว่าม้าจนอยากจับตีให้เข็ด เด็กที่ยอมเจอหน้าเขาครั้งเดียวตอนเธออายุสิบเจ็ด หลังจากนั้นเธอกับเขาก็ไม่เคยได้เจอกันอีก มีแต่เรื่องราวที่ทางผู้ใหญ่พบเจอ พูดคุย จัดการกันเอง
กระทั่งเริ่มมีการพูดเรื่องหมั้นหมายที่จริงจังขึ้น
แต่ใครจะไปคิดว่าเกิดมาตอนนั้นเกือบสามสิบปี พึ่งเคยถูกผู้หญิงปฏิเสธ ซ้ำยังเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยกคนเดิมที่ปฏิเสธเขาถึงสองครั้ง
เขาไม่ได้ผิดหวังหรือเสียใจ ไม่ได้คิดอยากมีพันธะกับเด็กคนนั้นอยู่แล้วด้วย จะมีก็แต่ความรู้สึกเสียหน้านิดหน่อย แล้วก็คันยุบยิบอย่างบอกไม่ถูก
“ผมรู้ครับ แต่ที่น้องทำเพราะน้องแค่ต่อต้านพ่อเท่านั้น น้องไม่ชอบให้ใครบังคับ” เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขากล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำเพราะรู้นิสัยน้องสาว
ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็คงไม่พ้นอายุที่ห่างกันเป็นสิบปีที่น้องเขาพูดออกมาอย่างไม่พอใจ
แก่!
“แล้วครั้งนี้นายคิดว่าน้องนายจะยอม?”
“ผม จะคุยกับน้องเองครับ”
“งั้นเหรอ” ตอบรับเสียงราบเรียบไม่รีบร้อน มุมปากมีรอยยิ้มตลอดเวลา
“คุณไม่ต้องสนใจถึงสถานะในอดีตอะไรเลยครับ แต่ถือว่า สงสารเด็กคนหนึ่งได้ไหมครับ...”
“ผม... ไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใครแล้ว” ศักดิ์ศรีที่เคยมีในอดีตหายไปเพียงเพื่อคนที่รักและห่วงที่สุด บอกไคเลอร์อย่างอับจนหนทางอย่างไร้อาย
“นายไว้ใจฉันเหรอ” ถามพร้อมจ้องมองกับคนตรงหน้า
“.....” องศาที่มองสบตาในตอนแรก หลุบสายตาลงโดยไม่ได้ตอบ
ไม่ได้ไว้ใจ ชายหญิงอยู่ใกล้กัน ยิ่งกับผู้ชายเจ้าสำราญอย่างไคเลอร์ มันไม่ต่างจากการปล่อยกวางเข้าถ้ำเสือเลยสักนิด
แต่มันก็ดีกว่าทนให้น้องสาวถูกรุมทำร้ายร่างกายซ้ำๆ ไม่ใช่เหรอ
แล้วถ้ามันร้ายแรงกว่านั้นล่ะ สิ่งที่ตัวฟาเรนไฮต์ก็คิดเหมือนกัน การถูกเล่นทีเผลอจากมุมมืด และถูกกระทำที่โหดร้ายอย่างไม่สามารถคาดเดาความคิดใครได้
“อย่างน้อยคุณก็เป็นคนที่ผมเชื่อใจและไว้ใจได้ที่สุดครับ…”
”ขอแค่คุณ ไม่ทำร้ายน้องสาวผมก็พอ” รวมทั้งหมดในความหมาย ทำร้ายร่างกาย ทำร้ายจิตใจ
และที่ว่าเชื่อใจไว้ใจนั่น ขอแค่ไคเลอร์รับปากเขาว่าน้องจะปลอดภัย และอำนาจบวกอายุของไคเลอร์สามารถทำมันได้ดีกว่าการที่เขาจะขอเพื่อนสนิทช่วย
“ฉันก็ไม่เคยทำร้ายใครโดยไร้เหตุผลด้วยนะ” ไคเลอร์ทำท่านึกคิดระหว่างตอบ
แต่สิ่งที่พูดไม่ได้โกหกเลยสักนิด เขาไม่เคยทำร้ายใครก่อนไม่ว่าจะชายหรือหญิง โดยเฉพาะสาวๆ สวยๆ น่ะ
“คุณไค ช่วยผมได้ไหมครับ” เมื่ออีกฝ่ายยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธชัดๆ เขาก็ถามย้ำเพื่อเอาคำตอบ
“ฉันขอเวลาคิดหน่อยแล้วกัน...”
“การเอาน้องนายมาดูแล ไม่ต่างจากเอาเด็กมาเลี้ยงเลย” หมายถึงความดื้อรั้นที่เขาได้สัมผัสตั้งแต่เธออายุสิบเจ็ด
ไม่รู้ว่าโตขึ้นจะเป็นยังไงบ้าง เปลี่ยนไปไหม ยิ่งหลังครอบครัวไม่เหมือนเดิม จะว่าง่ายขึ้นหรือเปล่า
“แล้วก็ นายลองคุยกับน้องนายดูก่อนแล้วกัน”
“ครับ” แม้เป็นคำตอบที่ไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ถูกปฏิเสธให้ผิดหวังกลับไป
“แล้วตัวนายตอนนี้อยู่ที่ไหนทำอะไร” หน่วยก้านดี เคยเป็นลูกคนรวยรักรถเหมือนกัน หากสนใจอยากเป็นนักแข่งน่าจะปั้นได้ง่าย
“ทำงานบริษัทเพื่อนครับ” เขายังมีเพื่อนสนิทเพื่อนแท้ที่ไม่ทิ้งกัน ให้งานเขาทำและคอยให้ความช่วยเหลือเรื่อยๆ
“ถ้าสนใจอยากแข่งรถมาหาฉันได้นะ”
“ครับ งั้นผมขอตัวก่อน” ลุกขึ้นลาทุกคนในห้องก่อนจะกลับออกไป
เหลือไว้เพียงสามหนุ่มในห้องเหมือนเดิม และเป็นขุนเขาที่ออกปากกับสีหน้าเพื่อนไม่ได้
“ถึงปากเลยนะ”
