ตอนที่2 บัญชีย้อนหลัง
ฟาเรนไฮต์หยัดตัวขึ้นรถด้วยความเจ็บใจ มองสภาพตัวเองในกระจกแล้วยิ่งอยากวิ่งเข้าไปกระชากหัวพวกนั้นตบเรียงตัว
หากไม่ถูกล็อคซ้ายขวา หากพวกมันไม่เล่นสกปรกแบบนี้ อย่าคิดว่าเธอจะปล่อยให้มันได้ตบเธอมากกว่าหนึ่งครั้ง
“กรี๊ดด!” คนไร้ที่ระบายทำได้เพียงกรีดร้องกับพวงมาลัยในรถของตัวเอง ปรับลมหายใจอย่างไม่ง่ายเลยสักนิดก่อนจะขับรถออกจากมหา’ลัยเพื่อกลับคอนโด
Taycan คันสีชมพูขับออกจากลานจอดภายในมหา’ลัย รถหรูที่เธอตัดใจขายไม่ได้และตั้งใจจะไม่ขายเลยหากไม่ถึงขั้นวิกฤตหมดตัวไม่มีเงินในบัญชีสักบาท
ไม่ใช่ว่ารักหรือมีความทรงจำอะไรนักหรอกเพราะนี่ไม่ใช่รถหรูคันแรกในชีวิต แต่เหตุผลหลักๆ ของมันก็เพราะเธอยังปรับตัวกับชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่ได้มากพอ ทำใจยอมรับความจริงไม่ได้ทั้งหมดเลยสักนิด หากต้องขายรถไปขับคันที่ถูกกว่านี้ เธอยังรู้สึกกระดากอายเหมือนหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้น
เหมือนจะจมไม่ลง แต่เธอก็ไม่อยากจมจริงๆ นั่นแหละ
และเมื่อรถสีชมพูนมขับออกไปตามทางหลักของมหา’ลัย ก็มีรถคันหรูสีดำคันหนึ่งที่จอดติดเครื่องอยู่ข้างทางก่อนหน้าขับตามไป บนท้องถนนที่มีรถราวิ่งให้ควักอาจทำให้ไม่มีใครสงสัยอะไร กระทั่งรถสีหวานเลี้ยวเข้าคอนโดตัวเองอย่างปลอดภัย
ตึกตัก! ตึกตัก!
มือยกขึ้นวางทาบอกซ้ายของตัวเองที่เต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก
เธอรู้ รู้มาสักพักแล้วว่ามีใครบางคนตามเธออยู่ตลอดที่เธอออกไปข้างนอกโดยเฉพาะมหา’ลัย
เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ตามมานานแค่ไหนแล้ว แต่ที่ทำให้เธอสังเกตได้สักพัก ก็คงเป็นรถคันเดิมที่เธอเริ่มจับสังเกต
จะมีความบังเอิญหรือเป็นไปได้แค่ไหน ที่รถรุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน และป้ายทะเบียนเดียวกัน จะตามหลังเธอแทบทุกครั้งที่ขับขี่อยู่ตามทาง
แม้จะไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกกลัวหรือคิดไปต่างๆ นานา มีเหตุผลร้อยแปดที่เธอคิดได้
เช่นคนที่เคยเป็นศัตรูกับพ่อเธอ ศัตรูของเธอ หรือแม้แต่คนไม่หวังดีอยากใช้โอกาสที่เธอเพลี้ยงพล้ำฉวยโอกาสอะไรสักอย่าง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เฮือก!” ร่างบางสะดุ้งด้วยความตกใจหลังมีแรงเคาะที่กระจก
พอหันไปก็โล่งอกไม่น้อย
“จะมาไม่เห็นบอกน้องก่อน” ร่างบางดับรถแล้วลงจากรถบ่นให้พี่ชายที่คลานตามกันมา
“หน้าไปโดนอะไรมา!?” องศา ยังไม่ได้ทันถามเรื่องอื่นใด พอเห็นหน้าน้องสาวตัวเองก็ถึงกับประคองหน้าสวยขึ้นถามด้วยความเป็นห่วงและร้อนใจ
“พวกขี้แพ้ชวนตีน่ะ” เธอเบือนหน้าหลบพี่ชายแล้วพูดออกไปอย่างไม่ใส่ใจ
คนที่หาเรื่องเธอไม่ได้มีแค่กลุ่มอัญริน และคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาก็มักจะมาเป็นกลุ่ม มีบ้างที่มีแค่ปากเสียง แต่หากสถานการณ์เป็นใจเช่นลานจอดรถอย่างในวันนี้ที่ไม่มีอาจารย์เดินผ่าน หรือรวมไปถึงห้องน้ำ นั่นก็จะมีการลงไม้ลงมือแบบนี้
เธอไม่เคยยอมแพ้ แต่ทุกครั้งที่แพ้กลับมาเพราะถูกรุมเสมอ
คนที่เคยมีเรื่องกับเธอและพ่ายแพ้ให้เธอในอดีต อดีตที่เธอก็ไม่เคยหาเรื่องใครก่อนหากไม่มีประเด็น และเธอก็ไม่เคยพาเพื่อนเข้าไปรุมทำร้ายใครแบบนี้ เธอมักจะเคลียร์ทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่พอถึงตาพวกมันบ้าง... เฮอะ!
ส่วนเพื่อนสนิทถ้าถามว่าเธอมีไหมก็มี เป็นเพื่อนสนิทเพื่อนแท้ที่คบกันตั้งแต่ประถมปลายจนถึงมัธยมปลาย แต่เพื่อนของเธอมีฝันไปเรียนต่อต่างประเทศตอนจบมัธยมปลาย เราสองคนก็ติดต่อกันผ่านโลกออนไลน์เท่านั้น
ส่วนเพื่อนที่เคยคบในชีวิตมหา’ลัย ไม่ได้นับว่าเป็นเพื่อนแท้หรือเพื่อนสนิทอะไรขนาดนั้น เราเดินกลุ่มเดียวกัน ทำงานกลุ่มด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่ก็เรื่องผลประโยชน์ อีกทั้งตัวตนของเธอก็เป็นคนเปิดใจยาก ถ้าไม่มั่นใจหรือทำให้รู้สึกดีจริงๆ ก็ได้แค่คำว่าเพื่อน
และพอเกิดเรื่องแม้ไม่ได้ซ้ำเติมแต่ก็ถอยห่าง ทำให้รอบกายเธอตอนนี้นับว่าไม่ได้มีเพื่อนสนิทเพื่อนแท้
“เกิดเรื่องแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว” น้ำเสียงจริงจังถามน้องสาวตัวเองขึ้น
“.....”
“ไม่ใช่ครั้งแรกใช่ไหม...”
“ทำไมไม่เคยบอกพี่” รู้สึกแย่มากที่น้องเกิดเรื่องขนาดนี้แต่เขากลับไม่รู้อะไร และน้องสาวก็ไม่พูดอะไรบอกตัวเองเลย
“เรื่องเล็กน้อยน่ะ”
“บอกมาว่าใคร พี่จะไปจัดการมัน!” น้ำเสียงจริงจังกว่าเดิมพูดขึ้นอย่างไม่ยอม
“ช่างมันเถอะ”
“ช่างมันไม่ได้! ถ้ามันรุนแรงกว่านี้จะทำยังไง” เขารู้ว่าอดีตน้องสาวเองก็มีเรื่องมีราวไม่พักเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่เคยเห็นสภาพน้องสาวเป็นแบบนี้
แล้วหลังจากครอบครัวไม่เหมือนเดิมคงไม่แปลกที่พวกนั้นจะกลับมาคิดบัญชีย้อนหลัง
“น้องจัดการได้”
“ถ้าจัดการได้แล้วทำไมสภาพเป็นแบบนี้”
“น้องจะระวังตัว”
“บอกพี่มา” พูดเสียงเข้มอย่างไม่ปล่อยผ่าน
“เพราะตอนนี้เราทำอะไรพวกมันไม่ได้ไง ถ้าพี่ไปยุ่งกับพวกมัน แล้วถ้ามันให้พ่อแม่มันมาเอาเรื่องจะทำยังไง” เอาเรื่องด้วยการขึ้นโรงขึ้นศาลไม่น่ากลัวหรอก
แต่ที่เธอกลัวก็คือการใช้คนมาในเงามืดไม่ให้ตั้งตัวยังไงล่ะ เธอไม่อยากให้พี่ชายเป็นอะไรถึงไม่เคยคิดบอก เพราะรู้ดีว่าพี่ชายห่วงเธอมากแค่ไหน
“เราเหลือกันสองคนเองนะพี่องศา” เธออาจจะดูเป็นคนแรงๆ และไม่เคยอ่อนแอต่อหน้าใคร แต่กับครอบครัวเธอก็แค่เด็กสาวคนหนึ่งที่เอาแต่ใจตัวเอง แต่ก็มีความน่ารักตามประสา
“พี่ขอโทษนะ” ขอโทษที่ปกป้องน้องไม่ได้
“พี่ไม่ผิด” พวกหมาหมู่ต่างหากที่ผิด
“ขึ้นห้องเถอะ พี่ทำแผลให้”
“อืม”
