บท
ตั้งค่า

ตอนที่1 ตกอับ

ชีวิตที่เกิดมาเพียบพร้อมไปด้วยอำนาจบารมี มันทำให้เราได้รับอภิสิทธิ์เหนือกว่าใครๆ ทุกย่างก้าวง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ หล่อหลอมให้คนๆ นั้นอาจจะดูนิสัยเสียจนไม่น่าคบ!

“ฉีกใบงานของเธอทิ้งซะ” ร่างบางในชุดนักศึกษาเข้ารูป ไหล่ซ้ายมีกระเป๋าแบรนด์ดังราคาหกหลัก ยืนกอดอกสั่งเพื่อนร่วมคณะออกไปอย่างเอาแต่ใจ

“เราต้องส่งงานวันนี้ อย่าทำแบบนี้เลยนะ” อัญริน ขอร้องอย่างร้อนใจ เพราะหากเธอไม่ส่งใบงานในวันนี้ก็จะไม่ได้คะแนน

อีกทั้งอาจารย์วิชานี้ชอบให้นักศึกษาใช้วิธีเขียน เพราะบางครั้งเทคโนโลยีก็ทำให้คนสะดวกสบายจนแทบไม่ได้ใส่ใจในเนื้อหาเหมือนการก๊อปปี้วางแล้วแก้ไข นั่นไม่มีทางเขียนทันในเวลาอีกไม่ถึงยี่สิบนาทีก่อนเข้าเรียนแน่

“แล้วยังไง มันธุระกงการอะไรของฉัน” เรน หรือ ฟาเรนไฮต์ ยังคงใช้น้ำเสียงและสายตาเหยียดอีกฝ่ายไม่เห็นใจแม้แต่น้อย

แต่ใครอยากใช้ให้ปากเสียก่อนล่ะ ลับหลังกล้านินทาเธออย่างสนุกปาก แล้วทำไมพออยู่ต่อหน้าทำตัวขี้ขลาดเหมือนคนถูกรังแกแบบนี้

เธอไม่ได้ยินก็แล้วไป แต่ช่วยไม่ได้อยากปากเสียไม่ดูตาม้าตาเรือเอง

“จะฉีกรายงานหรือรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองพูดด้วยวิธีอื่น”

“ฉันขอร้อง แล้วก็ขอโทษถ้าทำอะไรผิดไป” คนที่เหมือนถูกรังแกเอ่ยขอโทษออกมาอย่างแก้ปัญหา

“เธอคิดว่าคำขอโทษมันจบได้ทุกปัญหาเหรอ” แค่นขำอย่างเย้ยหยัน

บางคนรู้ว่าบางสิ่งไม่ใช่เรื่องดีแต่ก็ยังทำ แล้วพอถูกจับได้กลับใช้คำขอโทษเหมือนสำนึกผิด

สำนึกผิดอะไรกัน การนินทาว่าร้ายคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่หากเลือกจะทำก็หมายความว่าอยากทำไม่ดี และเมื่อถูกจับได้ ก็แค่รับผิดชอบการกระทำของตัวเอง... เธอผิดตรงไหน?

“เธอจะให้ฉันทำยังไงแลกกับการไม่ฉีกแผ่นงานนี้” แม้ครอบครัวเธอจะร่ำรวย แต่หากเทียบกับครอบครัวของฟาเรนไฮต์ เธอยังเทียบไม่ได้

“งั้นเธอก็ตบปากตัวเองสิ...”

“แล้วก็ตบพอให้ฉันรู้สึกว่าคุ้มค่าจะแลกด้วยนะ” ฟาเรนไฮต์ที่ยังกอดอกยืนทิ้งสะโพกตั้งแต่แรกยอมเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่อีกฝ่ายต้องการกลับไป

และแน่นอนว่าไม่ใช่เธอไม่กล้าลงมือทำเอง แต่เรื่องอะไรเธอจะต้องเปลืองแรงทำให้ฝ่ามือตัวเองเจ็บ

ไม่สู้ให้คนอื่นทำลายของสำคัญของตัวเองด้วยมือ มันสะใจกว่าเป็นไหนๆ เหรอ

แล้วอย่าคิดว่าตบเองแล้วจะทำแค่ไหนก็ได้นะ เพราะถ้าทำให้เธอไม่พอใจ จากที่ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง มันจะกลายเป็นต้องรับผิดชอบทุกอย่าง

“.....” คนถูกสั่งเม้มปากแน่น แม้จะไม่ชอบอีกฝ่าย อยากสู้กลับ แต่ก็รู้ดีว่านิสัยและครอบครัวเป็นแบบไหน

ไม่น่าพลาดไปนินทาหรือยุ่งให้เดือดร้อนเลย

แต่เพื่อให้ปัญหามันจบ สุดท้ายอัญรินก็ยกมือขึ้นตบปากตัวเองอย่างแรง

คนรอบข้างมองสถานการณ์ด้วยความรู้สึกแตกต่าง แต่แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเข้ามายุ่ง

เพียะ!

“คราวหลังก็จำไว้ อย่าปากดีให้มาก!” พูดเตือนอย่างพอใจเมื่อได้ยินเสียงฝ่ามือกระทบเสียงดังฟังชัด ก่อนหมุนตัวเดินเชิดหน้าสับเท้าบนส้นสูงสี่นิ้วออกจากลานม้านั่งหลังอาคารเรียน ตรงไปยังลานจอดรถขึ้น Porsche Taycan คันสีชมพูของตัวเองขับกลับคอนโดทันที

เป็นปกติของลูกสาวคนเล็กที่เกิดในครอบคร่ำนักธุรกิจผู้ร่ำรวย ชีวิตคุณหนูผู้เอาแต่ใจมาตลอดตั้งแต่จำความได้ ยิ่งหลังจากสูญเสียแม่ผู้ให้กำเนิด เหลือเพียงพ่อและพี่ชายเป็นครอบครัว ทุกคนก็เติมเต็มความรักให้ด้วยการตามใจทุกอย่าง

เพียบพร้อมไปทั้งรูปร่างหน้าตาชาติตระกูลเงินทองอำนาจและบริวาร

แต่ทั้งหมด... มันเป็นเพียงเรื่องในอดีตของเธอไปแล้ว

“มีเงินกินข้าวไหม” เสียงติดเชิดปลายในคำถามของอัญรินดังขึ้นหลังเดินมาดักหน้าเพื่อนร่วมคณะที่แสนคุ้นเคย

“.....” ฟาเรนไฮต์มองหน้านิ่ง ในใจตอนนี้พยายามอย่างมากที่จะนับหนึ่งให้ถึงสิบ

มันคงมากไป แต่ถึงร้อยก็น้อยไปกับตัวคนเดียวอย่างเธอในตอนนี้

“รับไปสิ” ปลายนิ้วเรียวคีบนามบัตรใบหนึ่งยื่นให้ฟาเรนไฮต์

“.....” ดวงตาทรงอัลมอลด์ปลายเชิดหลุบมองนามบัตรตรงหน้า

“เอเจนซี่ปั้นเด็กเอ็นน่ะ...”

“ฝีมือพี่เขาดีมากนะ แต่ละคนลูกค้าแน่นเงินดีทั้งนั้น” อัญรินบอกกล่าวด้วยรอยยิ้มหวังดีแก่เพื่อนที่เคยมีประเด็นกัน

“เรื่องคุ้นเคยของเธอเหรอ” ฟาเรนไฮต์ช้อนสายตาขึ้นมองสบตาคนที่ยิ้มเหยียดให้เธอทุกครั้งที่เจอหน้า แล้วถามกลับเสียงเรียบ

“หึๆ เธอก็ตลกดีนะ พูดเหมือนไม่รู้จักฐานะฉัน” อัญรินยิ้มหยันอย่างขบขันเพราะคิดว่าฟาเรนไฮต์หลอกด่าว่าเธอเคยทำอาชีพนี้มาก่อน ทั้งที่ฐานะบ้านเธอถือว่าร่ำรวยไม่น้อย และร่ำรวยอย่างที่ตอนนี้ฟาเรนไฮต์ไม่มีทางเทียบได้

แต่ไม่ใช่อย่างนั้น

“เปล่า ฉันหมายถึงพ่อเธอใช้บริการบ่อยจนเธอคุ้นเคยเหรอ”

“นังฟาเรน!”

“ทำไม!” ใบหน้าสวยเอาเรื่องเชิดขึ้นก้าวไปข้างหนึ่งก่อนจะถามเสียงเย็นชา

ถึงตอนนี้ไม่ได้มีพ่อและนามสกุลเป็นแบล็คหลัง แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะก้มหน้าก้มตาให้ใครหาเรื่องรังแกได้ง่ายๆ หรอกนะ เธอเองก็หยิ่งในศักดิ์ศรีตัวเองมาแต่เกิดแล้วเหมือนกัน

“ก็ไม่ทำไมหรอก แค่อยากให้แกหัดเจียมตัวบ้าง”

เพียะ! เสียงฝ่ามือบางตบลงยังใบหน้าของฟาเรนไฮต์ในทันที

เพียะ! ฟาเรนไฮต์ฟาดมือกลับไปทันทีแทบไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว

เธอไม่เคยยอมแพ้ใคร เป็นไงเป็นกัน และหากตัวต่อตัวเมื่อไหร่เธอยิ่งไม่เคยกลัว

“จับมัน!” อัญรินสั่งเพื่อนตัวเองขึ้นในทัน

สองสาวเข้าไปประชิดซ้ายขวา ล็อคฟาเรนไฮต์ไว้แน่น

เพียะ!

“แกอย่าเชิดหน้าให้มากหน่อยเลย ไม่มีจะกินแล้วอย่าอวดดีใส่ฉัน!” อัญรินฟาดมือลงไปอีกครั้ง พูดด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า

อดีตก็ใช่ว่าเธอสู้ไม่ได้ด้วยฐานะทางครอบครัว กลัวว่าจะกระทบถึงครอบครัว กลัวว่าหากเป็นเรื่องบานปลายใหญ่โตจะสู้ไม่ได้

ส่วนเรื่องพละกำลังตัวต่อตัวก็อาจสู้ไม่ไหว แต่หากสามหนึ่งทำไมเธอจะสู้ไม่ได้ ยิ่งกับคนที่ตกอับอย่างฟาเรนไฮต์ ยิ่งไม่มีสิทธิ์ทำตัวเย่อหยิ่งเหมือนอดีตอีกต่อไป

เพียะ!

“แกระวังตัวไว้เถอะ ถ้ายังไม่รู้จักเจียมตัว...”

“ระวังฉันจะสั่งสอนให้แกเข้าใจ ว่าก้มหัวมันเป็นยังไง!” หลังตบอีกรอบก็พูดพร้อมใช้นิ้วชี้ดันหน้าผากฟาเรนไฮต์อย่างสมเพช

ตุบ! สองสาวผลักฟาเรนไฮต์ล้มกับพื้น แล้วพากันเดินออกจากลานจอดรถไปด้วยความสะใจ

ทิ้งให้คนไม่เคยแพ้ แพ้ไม่เป็น และไม่อยากแพ้ นั่งเจ็บใจอยู่กับที่อย่างเคียดแค้น

“สักวัน ฉันจะทำให้รู้ว่าหมาหมู่มันเป็นยังไง!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel