บท
ตั้งค่า

ตอนที่6 เล่นตุกติก

ข้าวหอมจมอยู่กับตัวเองด้วยความคิดที่หลากหลาย คิดจนหัวแทบแตกแต่ก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้

“เธอมีโอกาสตอบคำถามฉันใหม่นะ”

หากเป็นก่อนหน้านี้เธอคงยืนยันการปฏิเสธกลับไปอย่างหนักแน่น ไม่มีความคิดจะลังเลหรือสนใจข้อเสนอทางเลือกเขาแม้แต่น้อย

แต่ตอนนี้ ตอนที่เธอต้องการเงิน

ข้าวหอมจ้องแผ่นหลังกว้างของพระรามอย่างไม่วางตา ลังเลไม่น้อยว่าเธอควรจะทำยังไงกับตัวเองต่อไป

หนีห่าง หรือ พุ่งชน

แขนแกร่งยกมือขึ้นหลังเวลาผ่านไปพักใหญ่ เธอที่มองเขาอยู่ตลอดดึงสติตัวเองกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปทำหน้าที่อีกรอบ

“คิดเงินสิ”

“สักครู่นะคะ” ตอบแล้วเดินกลับไปทำการคิดเงินให้ลูกค้า

เดินกลับมาพร้อมใบเสร็จและบอกราคาออกไปให้อีกฝ่ายรับรู้

เธอได้รับบัตรเครดิตใบหรูสีดำกลับมาทั้งที่ราคาอาหารไม่ถึงห้าร้อยบาทด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรและเดินกลับไปทำการชำระเงินให้ลูกค้า

แต่ก่อนจะนำบัตรและใบเสร็จกลับมาส่งให้ เธอได้หันไปหาเพื่อนร่วมงานและพูดบางอย่างออกไป

เดินกลับมาส่งทุกอย่างให้ลูกค้าอีกครั้ง เขารับไปแค่บัตรไปเก็บในกระเป๋าเงินใบเรียบหรูโดยไม่ได้พูดอะไร พร้อมกับหยิบเงินแบงค์พันออกมาวางไว้บนถาดที่เธอวางใบเสร็จไว้

ร่างสูงหยัดตัวลุกขึ้นเต็มความสูงพร้อมกับเธอที่ขยับถอยออกยกมือไหว้ และมองร่างสูงตระหง่านเดินออกไปโดยที่เขาแค่ปรายตามองเธอแล้วไม่ได้พูดอะไรอีก

เหมือนอยากได้ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจจะอยากเอา

เขาทำให้เธอคาดเดาความคิดไม่ได้เลยสักนิด

แต่พอเห็นเขาเดินออกจากร้านไปแล้ว ก็หยิบเงินแบงค์นั่นมากำถือไว้ ก่อนจะก้าวออกจากร้านตามไปทันที

“คุณพระรามคะ” คนที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินมาจนทันร่างสูงที่ก้าวย่างอย่างมั่นคงถึงประตูรถตัวเอง ก็เลยเรียกเขาขึ้นเพื่อรั้งไว้

“.....” ร่างสูงมองสบตากับเธอ เลิกคิ้วขึ้นข้างเชิงคำถามว่ามีอะไร

“หนู... ขอคุยด้วยสักครู่ได้ไหมคะ” หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเมื่อสิ่งที่เธอคิดและตัดสินใจทำจนต้องพาตัวเองมาเผชิญหน้ากับคนที่อยากหนีหน้าที่สุด

“ฉันไม่ชอบยืนคุยในที่โล่งแจ้ง” ไม่ได้ปฏิเสธ แต่แน่นอนว่าคำพูดนี้ไม่ได้ตอบรับเช่นกัน

“.....” ถ้าไม่คุยที่โล่งแจ้งแล้วต้องเป็นที่ไหน ในร้านคงไม่สะดวกคุยเรื่องส่วนตัว

“ขึ้นรถสิ” พูดจบก็พาตัวเองขึ้นไปนั่งบนรถคันหรู ติดเครื่องให้ความเป็นส่วนตัวและเย็นสบาย

“.....” ข้าวหอมลังเลไม่น้อยกับสิ่งที่เขาบอก

แต่หากมันจะทำให้เธอรอดพ้นสถานการณ์ตอนนี้ไปได้ คงไม่เป็นอะไรหากจะใช้เวลาคุยกับเขาไม่เกินห้านาที

ทุกย่างก้าวที่ขยับเข้าใกล้รถทีไร หัวใจก็เหมือนเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเธอไม่เคยต้องอยู่ในพื้นที่แคบกับเขาเท่านี้ลำพังมาก่อน ครั้งแรกคือไปกู้เงินกับลุง ส่วนครั้งที่สองตอนที่เธอไปรับฟังข้อเสนอเรื่องหนี้สินจากเขา

“!... คุณพระราม!” ร่างบางถึงกับตื่นตระหนกเมื่อเธอปิดประตูรถ เขาก็เหยียบคันเร่งออกไปทันที

เธอเข้าใจว่าเขาให้เธอขึ้นมาบนรถเพื่อพูดคุยให้เป็นส่วนตัว ไม่ได้คิดว่าเขาจะกระทำอุกอาจด้วยการพาเธอขับรถออกไปทั้งแบบนี้

“จอดรถนะคะ หนูไม่ได้จะไปกับคุณ”

“แต่เธอเดินมาขึ้นรถฉันเอง” เขาไม่ได้บังคับ แค่บอกให้เธอทำ

“แต่คุณบอก...”

“เธอจะไม่ทำก็ได้ไม่ใช่?” เขาแทรกขึ้นถามกลับ

“แต่หนูแค่มีเรื่องจะคุยกับคุณ” ไม่ได้จะไปด้วย

“ถึงที่ค่อยพูด”

“หนูยังต้องทำงาน”

“เธอเลือกเวลางานออกมาเอง”

“.....” ทำไมเขาย้อนกลับมาได้ทุกประโยค แล้วสุดท้ายสิ่งที่เขาพูดออกมาก็คือการโยนความผิดให้เธอ

เธอเลือกเอง ความผิดก็เป็นของเธอ... แบบนี้ใช่ไหม

“คุณจะพาหนูไปไหนคะ”

“คุยธุระกับฉัน ก็ต้องคุยในที่ของฉัน...”

“เพราะฉันไม่ไว้ใจใครที่อาจเล่นตุกติก”

ตุกติกที่เขาว่าหมายถึงอะไร แล้วผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอกับผู้ชายที่สูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรอย่างเขา?

คนไร้ความสามารถอย่างเธอกับคนที่มีลูกน้องล้นมือแบบเขา?

ทำไมเขาชอบทำให้เธอรู้สึกกลัว ทำไมเขาชอบทำให้เธอกังวลจนไม่เป็นตัวของตัวเองเหมือนคนจะเสียสติ

คนที่เจอกันครั้งนี้ครั้งที่สาม แต่เธอไม่เคยชินกับการเผชิญหน้ากับเขาสักครั้ง คนที่แค่ได้ยินชื่อก็ทำให้เธออยากถอยห่างไกลๆ คนที่เธอไม่สามารถคาดเดาหรืออ่านอะไรเขาออกเลยสักอย่าง

แม้แต่สีหน้าที่เหมือนจะยิ้ม เธอยังไม่สามารถตอบได้เลย ว่าเขากำลังยิ้มหรือทำหน้านิ่งกันแน่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel