ตอนที่5 มีโอกาส
ทุกอย่างผิดจากที่ข้าวหอมคิดไว้อย่างสิ้นเชิง นอกจากนิสาไม่ให้โอกาสเธอแล้ว ยังคิดจะแต่งเรื่องเพื่อให้ทุกคนเข้าใจเธอผิด
แล้วเงินเกือบหกหมื่น เธอจะหามาทันในวันพรุ่งนี้ได้ยังไง
ข้าวหอมรู้สึกสิ้นหวังมากกว่าเก่า จากที่คิดว่าจะพอมีทางออก แต่หลังจากคุยกับนิสาแล้วกลับเป็นดิ่งยิ่งกว่าเก่า ถึงขนาดไม่มีสมาธิในการเรียนเลยด้วยซ้ำ เธอทิ้งตัวนั่งม้านั่งด้วยความทอดถอนใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก พยายามเค้นหัวสมองของตัวเองเพื่อหาทางออกกับเรื่องนี้ให้ทันในวันนี้ แต่คิดจนหัวแทบแตกก็หาทางออกไม่ได้
ไม่มีเลยสักทาง
กระทั่งถึงเวลาทำงานจึงดึงสติและพาตัวเองไปทำหน้าที่ตรงนี้ก่อน
ข้าวหอมมาทำงานของตัวเองด้วยสติที่ไม่คงที่เท่าไหร่ แต่ก็พยายามไม่ให้มีอะไรผิดพลาด ไม่อย่างนั้นคงเสียเงินแทนได้เงิน
“ข้าวหอม รับลูกค้าโต๊ะสองแทนพี่หน่อย” ข้าวหอมเดินออกจากห้องน้ำมาก็เจอกับรุ่นพี่ในร้าน อีกฝ่ายบอกเธอแล้วเดินผ่านไป
มือบางยื่นไปหยิบเมนูไว้แนบอกก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะของลูกค้าเพื่อทำหน้าที่
แต่…
กึก!
เท้าเรียวชะงักกึกอยู่กับที่เมื่อเธอได้เห็นหน้าของลูกค้าบนโต๊ะ
“.....” ใบหน้าหล่อร้ายที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมอง เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเมื่อเธอไม่ส่งเมนูให้เขา
“มะ...เมนูค่ะ” รีบหลบสายตาแล้วยื่นเมนูไปที่โต๊ะ พูดเสียงติดขัดอย่างควบคุมไม่ได้
“.....” พระรามรับเมนูมาถือไว้ในมือ นิ้วเรียวยาวค่อยๆ เปิดเมนูอาหารตรงหน้าอย่างไม่รีบร้อน
“.....” ส่วนข้าวหอมอยากออกไปจากตรงนี้ไม่น้อย อยากหายตัวไปตั้งแต่เห็นเขาในวินาทีแรก หันไปมองหาพี่ร่วมงานเพื่อให้มารับช่วงต่อ แต่ทุกคนกลับมีหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว
“ฉันเอาข้าว... หมกไก่”
“!” เธอเผลอสะดุ้งกับเสียงราบเรียบของเขาที่กลับรู้สึกว่าเน้นคำว่าเอาข้าวจนทำให้ใจของเธอกระตุกแทบหล่นตาตุ่ม
ยิ่งสายตาของเขาที่หันมามองสบเธอตอนพูด มันทำให้ร่างกายของเธอแทบไม่กล้าขยับ พยายามดึงสติตัวเองเท่าไหร่ก็ยังเตลิดเปิดเปิง
“รับน้ำอะไรดีคะ” พยายามโฟกัสแค่เรื่องอาหาร ถามน้ำออกไปแทน
“มีอะไรแนะนำไหม” ไม่ได้ตอบ แต่เลิกคิ้วถามเธอแทนอย่างใจเย็น สายตาจับจ้องไม่ละไปไหน
แต่กลับอ่านไม่ออกให้คนทำตัวไม่ถูกกว่าเก่า
“น้ำแร่ค่ะ” มันคงเป็นการแนะนำที่ไม่ใช้ความคิดเลยสักนิด แต่เธออยากรีบรับออเดอร์แล้วรีบออกจากตรงนี้
“เหรอ แต่ฉันดื่มทุกวันแล้วน่ะ...”
“อยากลองอย่างอื่นบ้าง”
“น้ำตะไคร้มะนาวไหมคะ” จบๆ ไป
“เธอว่าดีไหม”
“ค่ะ”
“แต่ฉันไม่ชอบกลิ่นตะไคร้”
“... งั้นเอาน้ำอัญชัญมะนาวไหมคะ” เธอรู้สึกว่าตัวเองใช้ความพยายามไม่น้อยกับการรับออเดอร์ครั้งนี้ แต่ก็พยายามรักษาสีหน้าและอาการของตัวเองไว้อย่างที่สุด
“เอางั้นก็ได้” มุมปากที่ยกขึ้นเบาๆ เหมือนจะยิ้มไม่ยิ้มก่อนตอบรับพนักงานสาวออกไป
“ขอทวนรายการอาหารนะคะ...”
“ข้าวหมกไก่ แล้วก็น้ำอัญชัญมะนาว... รอสักครู่ค่ะ” รีบทวนและรีบหมุนตัวเดินออกไปทันที ไม่สนใจหากเขาจะเรียกรั้งไว้หรือไม่ เธอต้องรีบออกไปตั้งตัวก่อน
“น้ำได้แล้ว” ไม่นานพนักงานครัวก็ส่งน้ำมาให้ สิ่งที่ทำได้เร็วสุดและต้องนำไปเสิร์ฟให้ลูกค้าก่อนระหว่างรออาหาร
“พี่ตุ๊กตา...”
“เขารีเควสหอม” ตุ๊กตาแทรกขึ้นเมื่อเห็นสายตาของข้าวหอมเหมือนกำลังบอกให้เธอนำน้ำไปเสิร์ฟโต๊ะที่ตัวเองรับผิดชอบ
“ลูกค้าเหรอคะ?”
“อืม”
“.....” เธอคิดว่ารุ่นพี่แค่จะเข้าห้องน้ำเลยขอความช่วยเหลือ ไม่คิดว่าเป็นเขาเองที่ต้องการให้เธอไปเผชิญหน้า
ข้าวหอมมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าสีดำทั้งตัว ชุดที่เธอเห็นเขาใส่ไม่ต่างจากสองครั้งที่ผ่านมาที่ได้เจอ
ผู้ชายที่ดำมืดยากจะเข้าถึงและเข้าใจได้
และเขาคือเจ้าหนี้ของลุงเธอ
ร่างบางหลับตาปรับลมหายใจ ก่อนจะยกถาดใบเล็กที่ใส่น้ำแล้วถือไปยังโต๊ะอาหารของลูกค้าที่เธอไม่อยากเจอที่สุด
“ขออนุญาตเสิร์ฟน้ำค่ะ” พูดตามหน้าที่ วางน้ำลงตรงหน้าเขาโดยไม่มองหน้า แม้จะรับรู้ถึงสายตาที่จับจ้องเธออยู่ก็ตาม
วางเสร็จกำลังจะหมุนตัวเดินออก แต่น้ำเสียงราบเรียบกลับดังขึ้นขัดซะก่อน
“เธอมีโอกาสตอบคำถามฉันใหม่นะ”
