ตอนที่3 หางานให้
แม้จะตกงานอย่างไม่มีเหตุผลให้รับรู้แต่ข้าวหอมไม่ได้นิ่งเฉย เธอยังคงหางานพาร์ทไทม์ให้ตัวเองใหม่จนในที่สุดก็ได้งานในร้านอาหารไม่ไกลจากหอพัก
เธอเริ่มงานได้ด้วยดีแม้จะพึ่งทำได้ไม่กี่วัน แต่เพื่อนร่วมงานทุกคนให้การต้อนรับและสอนงานเธออย่างเป็นกันเอง
“ข้าวหอม” แล้วเสียงหนึ่งก็เรียกเธอที่กำลังเดินออกจากห้องเรียนขึ้น
“มีอะไรหรือเปล่า” หันไปถามเพื่อนร่วมห้องที่ไม่ค่อยได้พูดคุยกันเท่าไหร่
เพื่อนร่วมห้องไม่ได้แอนตี้เด็กทุนอย่างเธอ แต่ก็ไม่ได้สนิทกันในฐานะเพื่อน พวกเราพูดคุยกันได้ยามจำเป็น ทำงานเป็นกลุ่มกันได้อย่างไม่ถือสาอะไร แต่หากไม่มีอะไรก็ต่างคนต่างใช้ชีวิตเหมือนเส้นขนาน
“จ้างไปขายของให้หน่อยสิ” นิสา พูดบอกเจตนาของตัวเองที่เรียกเพื่อนร่วมห้องไว้ คนที่ใครก็รู้ว่าจ้างงานได้ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องเรียนที่ทำมาหลายเดือนแล้ว
“ขายอะไร”
“กระเป๋า”
“ทำไมเธอไม่ขายเองล่ะ”
“ฉันไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าฉันไม่มีเงิน พออยากได้ใบใหม่ต้องขายใบเก่าน่ะสิ” อีกฝ่ายตอบกลับเสียงเหวี่ยง มองซ้ายมองขวากลัวใครได้ยิน
“แล้วทำไมไม่เรียกบริการแมสฯ ล่ะ”
“เพราะลูกค้านัดเจออยากดูสินค้าก่อนไง...”
“แล้วมันไม่ดีเหรอที่ฉันหางานให้เธอน่ะ”
“อืม” ดีสิ ที่ถามแค่ถามหาเหตุผลด้วยความอยากรู้เท่านั้นแหละ ไม่ได้จะปฏิเสธงานเลย
“ฉันจะแชร์โลเคชั่นให้เธอในไลน์แล้วกัน ส่วนถ้าลูกค้าตกลงซื้อก็โอนเงินเข้าบัญชีเธอก่อน แล้วค่อยโอนให้ฉันอีกที”
“อืม” ตอบรับอย่างไม่เรื่องมาก เพราะเข้าใจความหยุมหยิมของพวกมีเงินได้
ห่วงหน้าตาภาพลักษณ์ บางเรื่องไม่ใช่เรื่องผิด แต่กลับต้องแอบๆ ซ่อนๆ เหมือนทำผิดกฎหมาย
“นั่นสถานที่และเวลานัดหมาย” นิสาพูดขึ้นหลังจากส่งข้อมูลให้ทางไลน์เรียบร้อย
“.....”
“ส่วนค่าจ้างฉันให้พันห้ารวมค่าเดินทาง แล้วถ้าลูกค้ายอมซื้อโดยไม่ต่อราคา ฉันเพิ่มให้อีกพัน”
“อืม” ตอบรับเมื่อเห็นค่าจ้างที่คนเหล่านี้ใช้เงินจ้างเธอ โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดเธอพอดี เลยสามารถหารายได้เพิ่มได้อีก
“แล้วอย่าบอกใครล่ะ ที่ฉันขายเพราะแค่อยากเปลี่ยนใบใหม่ แล้วใบเก่าฉันก็ไม่ค่อยได้ใช้แล้วเลยไม่อยากเก็บไว้” รีบอธิบายย้ำเหมือนคนร้อนตัว
“อืม” เธอไม่ได้สนใจเหตุผลของคนอื่นอยู่แล้ว เธอสนใจแค่เรื่องของตัวเองและชีวิตตัวเองเท่านั้น
“เรียบร้อยก็ไลน์หาฉันแล้วกัน” พูดจบก็สะบัดหน้าเดินออกไปทันที
หลังจากนิสาเรียกรถมาส่งกระเป๋าให้เธอถึงหอพัก ข้าวหอมก็เรียกบริการรถเดินทางมาถึงโลเคชั่นที่นิสาให้มา อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งไกลจากแหล่งอาศัยของเธอไม่น้อย และที่นี่ค่อนข้างห่างไกลจากถนนหลักพอสมควร ไม่รู้ว่านิสาไปหาลูกค้ายังไงถึงนัดกันไกลขนาดนี้ แต่พอเห็นค่าจ้างแล้วก็ถือว่าคุ้มไม่น้อยเลย
“สวัสดีค่ะ ที่นัดดูกระเป๋าตอนนี้มาถึงแล้วนะคะ” ข้าวหอมโทรออกไปยังเบอร์ที่นิสาให้มา
(เดี๋ยวลงไปรับค่ะ) ปลายสายตอบรับก่อนจะวางสายไป
ยืนรอไม่นานก็มีผู้หญิงเดินมาที่หน้าประตูกระจกและเปิดออกมา
“นัดดูกระเป๋าใช่ไหมคะ”
“ค่ะ” เธอตอบรับคำถามของอีกฝ่าย
“เข้ามาค่ะ” ประตูที่ต้องเข้าด้วยระบบคีย์การ์ดถูกเปิดไว้ให้ข้าวหอมเดินเข้าไป และปิดลงเมื่อเธอพ้นเข้าไปด้านใน
ลูกค้าพาเดินไปนั่งที่ชุดโต๊ะเก้าอี้ที่เหมือนมีไว้ให้สำหรับลูกบ้านใช้ส่วนรวม พอนั่งลงแล้วเธอก็ยื่นถุงแบรนด์เนมชื่อดังให้อีกฝ่าย
คนตรงหน้าหยิบออกไปดูรายละเอียดต่างๆ อย่างดี ใช้เวลานานไม่ปล่อยผ่านสักจุด จนในที่สุดก็ยิ้มพอใจ
“กระเป๋าสภาพดีอย่างที่บอกจริงๆ ด้วยค่ะ”
“แล้วจะรับเลยไหมคะ”
“รับค่ะ” ตอบรับออกมาด้วยรอยยิ้ม
“โอนนะคะ”
“เป็นเงินสดได้ไหมคะ พอดีไม่อยากโอนให้แฟนจับได้น่ะค่ะ” ยิ้มเจื่อนกับเรื่องน่าขำของตัวเอง
“ได้ค่ะ”
“นี่ค่ะ ราคาตามที่ตกลงกันไว้ นับดูก่อนนะคะ” ยื่นซองขาวที่หนาไปด้วยเงินมาให้เธอ
ข้าวหอมรู้ราคาที่ตกลงกันไว้ตามนิสาบอก หยิบเงินออกมานับ ครบตามจำนวนโดยลูกค้าไม่ขอต่อ นั่นแปลว่าเธอจะได้เงินเพิ่มอีก
“ครบค่ะ” เมื่อเงินครบตามจำนวนที่ตกลงก็บอกคนตรงหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ถ้ามีใบไหนอยากขายอีกติดต่อมานะคะ ดูจากใบนี้แล้วคงดูแลของดีมากๆ เลย”
“ค่ะ... งั้นขอตัวก่อนนะคะ” เธอตอบรับไปอย่างนั้น เพราะมันไม่ใช่กระเป๋าของเธอ
“ค่ะ”
แล้วข้าวหอมก็แยกกับลูกค้าที่ขึ้นลิฟท์ไปแล้ว ส่วนขาออกเธอสามารถกดปุ่มเปิดประตูจากด้านในได้ เลยไม่ต้องให้เจ้าของที่มาส่ง
เดินออกไปหน้าอพาร์ทเม้นท์เผื่อจะมีแท็กซี่ผ่านมาบ้าง แต่ยืนรอสักพักยังไม่เห็นก็เลยตัดสินใจกดเรียกบริการรถทางแอปพลิเคชันแทน
“รู้งี้รอข้างในก่อนดีกว่า” เพราะตอนนั่งรถเข้ามามันก็ไม่ได้เปลี่ยวขนาดไม่มีรถวิ่งผ่านไปมาเลย แค่ไฟไม่ได้สว่างตลอดทางเลยทำให้ดูห่างไกลกว่าเดิมก็เท่านั้น เธอเลยลองเสี่ยงออกมาเผื่อได้รถขึ้นกลับเลย แต่สุดท้ายก็เก้อ
ข้าวหอมกำลังจะหมุนตัวเดินกลับไปยืนรอแถวบันไดทางขึ้นไปในตัวอาคารอีกครั้ง เพราะตรงนั้นสว่างกว่าตรงนี้และไม่น่ากลัวเท่า
แต่เธอแค่หมุนตัวยังไม่ทันก้าวไปไหน ก็มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งขับเข้ามาในเขตอพาร์ทเม้นท์ผ่านหน้าเธอไปแล้ววนรถหันไปทางออก แล้วขับผ่านเธอ พร้อมกับ...
พรึ่บ!
