ตอนที่10 พี่รหัส
(แล้วถ้าไม่มีคนรู้จักที่เคยกู้แนะนำมา เธอต้องเสียค่าสัญญาแรกเข้ายี่สิบเปอร์เซ็น)
พรึ่บ! ได้ยินแบบนั้นข้าวหอมก็ตัดสายไปทันทีอย่างไม่คิดพูดอะไรต่อเลยสักนิด พร้อมกับบล็อกเบอร์ด้วยความกลัวว่าอีกฝ่ายจะติดต่อกลับมา
นี่มันโหดร้ายกว่าที่พระรามปล่อยกู้หลายเท่าตัวเลยไม่ใช่เหรอ เขาคิดดอกลอยเหมือนกันแต่ร้อยละสิบต่อเดือนของยอดกู้เท่านั้น นี่มันมากกว่าเงินทั้งหมดที่เธอต้องช่วยลุงในแต่ละเดือนอีกนะ เธอหาเงินได้ไม่มากพอจ่ายสองทางแน่นอน
แล้วนอกจากเสียดอกแสนโหดเหมือนกระชากลมหายใจทีละนิดแล้ว แรกเริ่มยังได้เงินไม่เต็มจำนวนอีก การกระทำแบบนี้ทำไมถึงไม่มีหน่วยงานไหนเอาผิดได้ล่ะ ทำไมถึงยังปล่อยให้คนมีอำนาจหากินกับคนจนหนทางได้อีกล่ะ
สุดท้ายแม้แต่ทางเลือกที่อันตรายที่สุดก็ยังช่วยเธอไม่ได้ พอได้ฟังรายละเอียดทุกอย่าง มันกลับทำให้เธอเครียดกว่าเก่า
ข้าวหอมลูบหน้าตัวเองด้วยความสับสนว้าวุ่นหนักกว่าเก่า
เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะปรึกษาใครได้อีกแล้ว การตัดสินใจที่น่ากลัวสองทางก็ทำลงไปแล้ว และผลที่ได้รับก็ยังตันเหมือนเดิม
แล้วเธอจะทำยังไงดีล่ะ
ครืด!
ข้อความแจ้งเตือนแชทเข้า พอมองเห็นชื่อคนทักมาทำให้เหมือนกับฟ้าเปิดและมีหวังขึ้นมาในพริบตา
แต่... เธอจะทำแบบนี้จริงๆ เหรอ นั่นคือผู้ชายที่เธอแอบชอบเลยนะ คนที่เธอไม่อยากให้เขาเห็นด้านแย่ๆ หรือน่าอับอายของเธอเลยสักนิด แม้ว่าเธอไม่เคยกล้าเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองให้เขารับรู้ก็ตาม
และมันคงจะน่าเกลียดมากที่อยู่ๆ ก็พูดเรื่องเงินกับพี่รหัสตัวเอง มันคงจะน่าอายมากที่อยู่ๆ เปิดปากขอยืมเงินเขา
แต่พอคิดอย่างถี่ถ้วนดีๆ แล้ว ตอนนี้คงเป็นทางเดียวและคนเดียวที่เธอสามารถพูดเรื่องนี้ออกไปได้อีกครั้ง
“ฟู่ว!” ข้าวหอมเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ไม่ได้ตอบข้อความของพี่รหัส แต่ตัดสินใจกดโทรออกไปแทน
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเป็นเพียงเสียงรอสายไม่กี่วินาทีก็ตาม
(ฮัลโหล) รอสายไม่นานปลายสายก็รับ กรอกเสียงอ่อนโยนให้เธอเสมอ
คนที่ทำให้เธอรู้จักคำว่าตกหลุมรักและแอบรักฝ่ายเดียวเงียบๆ มาตั้งแต่ปีหนึ่ง
“พี่แฟรงค์ ว่างไหมคะ” รู้สึกเกรงใจมาก ถึงเธอจะจนแต่ไม่เคยคิดอยากยืมเงินใคร แต่ครั้งนี้เธอต้องทำ
(ว่างอยู่ หอมมีอะไรหรือเปล่า) แฟรงค์ หรือ สหรัฐ ถามปลายสายออกมาแทบจะทันที น้อยครั้งมากที่น้องรหัสจะมีน้ำเสียงแบบนี้
“คือหอม... หอมอยากขอยืมเงินพี่แฟรงค์หน่อยค่ะ”
(เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า บอกพี่ได้ไหม) น้ำเสียงเขายังอ่อนโยนเหมือนเดิม พูดเรื่องเงินแล้วไม่วางสายหนีเธอ
“เมื่อวานเพื่อนจ้างให้หอมไปขายกระเป๋าให้เธอน่ะค่ะ...”
“อีกฝ่ายเขาให้เงินสด แต่ระหว่างหอมยืนรอรถ ถูกกระชากกระเป๋าไป”
(เกิดเรื่องขนาดนี้ทำไมไม่บอกพี่!) น้ำเสียงของเขาติดตำหนิขึ้นมากับสิ่งที่เธอเจอ
“หอมต้องคืนเงินเพื่อนค่ากระเป๋าในพรุ่งนี้น่ะค่ะ...”
“หอมไม่อยากรบกวนพี่เลยนะคะ แต่หอมโทรไปนอกระบบเมื่อกี้ มันน่ากลัวเกินไป” รีบอธิบายให้เขาเข้าใจถึงความลำบากใจของเธอ
(หอมยังคิดถึงพี่หลังนอกระบบอีกเหรอ ถ้าพี่ไม่ส่งข้อความไปหาหอม คงคิดไม่ถึงพี่ใช่ไหม) น้ำเสียงต่อว่าเธอแต่กลับอ่อนแรงไม่น้อย
“หอมเกรงใจค่ะ”
(มันใช่เวลามาเกรงใจไหมหอม แล้วรู้หรือเปล่าว่านอกระบบมันน่ากลัวกว่าที่หอมคิดไว้มากแค่ไหน) ยิ่งเธอเป็นผู้หญิง ลองเจอเจ้าหนี้บ้าตัณหา
ไม่ต้องนึกภาพเลย
(ค่ากระเป๋าเท่าไหร่ พี่จะเอาไปให้)
“ค่ากระเป๋าห้าหมื่นห้าค่ะ แต่หอมขอยืมห้าหมื่น...”
“พี่แฟรงค์ทำสัญญามาด้วยก็ได้นะคะ จะได้มั่นใจว่าหอมไม่หนีแน่นอน”
(หอมเห็นพี่เป็นคนยังไง) ตำหนิเธอออกมาอย่างผิดหวัง
“หอมแค่อยากให้มีหลักฐาน”
(ตอนนี้อยู่หอใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปหา)
“ค่ะ” ตอบรับพี่รหัสก่อนอีกฝ่ายจะวางสายไป
ข้าวหอมลงจากหอเมื่อได้รับข้อความจากสหรัฐ เจอรถที่คุ้นตาจอดอยู่จึงเดินเข้าไปหา
“ขึ้นมา” สหรัฐลดกระจกบอกน้องรหัสที่เดินมาถึงรถพอดี
“สวัสดีค่ะ” ไหว้พี่รหัสอย่างเคารพ
“ดูจากเรื่องที่เกิดขึ้นคงยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม” พูดอย่างรู้ทัน เขาใส่ใจน้องรหัสคนนี้ตลอด รู้ดีว่าเธอเป็นคนขยันและนิสัยน่ารักมากแค่ไหน
“.....” ข้าวหอมที่ถูกจับได้ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะเธอเหนื่อยและเครียดเกินกว่าจะกินอะไรลง
“ดอกเบี้ยพี่คิดล่วงหน้า ค่าข้าวมื้อนี้แล้วกัน” พูดจบก็ขับรถออกจากหน้าหอพัก พาน้องรหัสตัวเองไปหาข้าวกินในทันที
รู้ดีว่าคนอย่างข้าวหอมขี้เกรงใจและคิดมากกับหลายเรื่อง นั่นทำให้สหรัฐเลือกร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางให้เธอสบายใจ ไม่ว่าจะเขาจ่ายหรือเธอจ่ายก็ไม่ต้องคิดมากกับราคา
“เอาเล็กหมูน้ำใสพิเศษสองถ้วยครับ” เป็นสหรัฐที่สั่งแทนสั่งเผื่อ สั่งให้อีกคนกินเยอะๆ เพราะรู้ว่าคงไม่ค่อยสนใจอาหารการกินเท่าไหร่
“.....”
“รู้ไหมว่าพี่ไม่พอใจที่เรามองข้ามพี่” พอได้เวลาก็ตำหนิน้องรหัสขึ้นทันที
รู้ทั้งรู้ว่าเธอเป็นคนยังไงนิสัยแบบไหน แต่เขาก็ไม่พอใจจริงๆ ที่เรื่องมาถึงขนาดนี้เธอกลับหันไปพึ่งนอกระบบแทนที่จะเป็นเขาคนแรก
“หอมไม่เชื่อใจพี่เลยใช่ไหม หรือคิดว่าพี่ช่วยเหลืออะไรหอมไม่ได้” รู้ว่าเธอไม่ได้คิดแบบนี้ แต่ถ้าไม่พูดแบบนี้ต่อไปก็คงถูกมองข้ามอีก
“ไม่ใช่นะคะ หอมไม่ได้คิดแบบนั้น แต่หอมแค่เกรงใจ” รีบอธิบายเพราะไม่อยากให้เขาเข้าใจเธอผิด
“เกรงใจไม่ผิด แต่หอมต้องแยกให้ออกด้วยว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่...”
“อย่างที่ตัดสินใจก่อนหน้านี้มันผิดและอันตรายมากรู้หรือเปล่า”
“ค่ะ” ตอบรับอย่างไร้ข้อโต้แย้งจริงๆ
“เอาเถอะ อย่างน้อยก็ยังดีที่สุดท้ายยอมเอ่ยปากพูดกับพี่”
“หอมขอบคุณนะคะที่พี่แฟรงค์ช่วยเหลือหอม” ยกมือไหว้พี่รหัสอย่างซาบซึ้งไม่น้อย ไม่ชอบเลยที่ต้องให้เขารับรู้อะไรแบบนี้ในชีวิตเธอ
“คราวหลังมีอะไรต้องบอกพี่ เข้าใจหรือเปล่า”
“ค่ะ” เธอตอบรับออกมาอย่างว่าง่าย แม้ถึงเวลาจริงจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่ก็รับรู้ถึงความห่วงใยของเขามาตลอด
“งั้นก็กินเข้าไป กินให้หมด ถ้าไม่หมดพี่จะคิดดอกเบี้ยเป็นค่าข้าวทุกเย็น” ขู่คนตรงหน้าหลังก๋วยเตี๋ยวถูกวางลงบนโต๊ะ
“ดอกเบี้ยโหดจังเลยนะคะ” หยอกแหย่เขาด้วยรอยยิ้ม รับถ้วยก๋วยเตี๋ยวที่ส่งกลิ่นหอมมาตรงหน้าจนกระเพาะเริ่มประท้วง
โดยไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำ ตกอยู่ในสายตาของใคร?
