ตอนที่11 หางาน
นิ้วเรียวยาวสไลน์โทรศัพท์ของตัวเองอย่างไม่รีบร้อน มุมปากยกยิ้มอยู่ตลอดเวลา แต่แววตากลับดูเย็นชายากเข้าถึง
ไม่ใช่ครั้งแรกที่รับรู้ว่ามีใครบางคนอยู่ข้างกายของเธอ
“มึงอย่ายิ้มแบบนี้ พวกกูไม่ไว้ใจ” วงเหล้าที่นั่งดื่มด้วยกันมาตลอดคืน ทำให้คนขี้เสือกอย่างไคเลอร์เห็นสิ่งที่เพื่อนนั่งดู จึงอดพูดไม่ได้
“ใครคิดไม่ซื่อ?” ดูจากความสนิทสนมมองจากดาวอังคารก็รู้แล้วว่าไม่ใช่แค่พี่รหัสน้องรหัสทั่วไปแน่
“มีพี่รหัสหล่อรวยและใส่ใจขนาดนี้ ไม่น่าง่ายแล้วว่ะ” ไคเลอร์พูดให้ด้วยรอยยิ้มที่เริ่มสนุกกว่าเก่า
“งั้นเหรอ” แต่พระรามกลับตอบออกไปเหมือนไม่ได้สะทกสะท้านกับเรื่องพวกนี้เลยสักนิด
“ดูรอยยิ้มเด็กมันด้วย เคยยิ้มให้มึงแบบนี้ไหม” ไคเลอร์เตือนเพื่อนให้มองรอยยิ้มสาวน้อยที่ดูจะหวานเยิ้มไม่แพ้ดวงตา
เดาไม่ออกแล้วว่าพี่รหัสหรือน้องรหัสกันแน่ที่คิดไม่ซื่อ
“หึ!”
“มึงจะทำไงต่อ” ขุนเขาถามด้วยความอยากรู้ ยิ่งมีตัวแปรเพิ่มเข้ามา เหมือนเรื่องจะยิ่งน่าติดตามมากกว่าเดิม
“ก็ไม่ทำไง” ไหวไหล่ตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆ
“คนอย่างมึงไว้ใจไม่ได้!” ไคเลอร์ว่าให้เพื่อนอย่างไม่คิดเชื่อในคำพูดแต่ละอย่างของมันเลยสักนิด
“แล้วแต่จะคิด” พูดจบก็เก็บโทรศัพท์อย่างไม่ได้ใส่ใจต่ออีก จุดบุหรี่สูบด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนไม่ได้คิดอะไรและไม่ได้สนใจสิ่งที่ได้รับจากลูกน้องเลยสักนิด
“คราวหลังก็หัดระวังตัวทำงานให้ดีหน่อย แบบนี้ใครจะกล้าจ้าง” ประโยคตำหนิจากนิสาดังขึ้นก่อนร่างบางจะเดินออกไป
“เฮ้อ!” ข้าวหอมถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยไม่น้อยกว่าจะผ่านเรื่องนี้ไปได้
จริงๆ เธออยากคืนให้นิสาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่กว่าจะแยกกับสหรัฐก็ดึกพอตัว เธอเลยไม่ได้ติดต่อหานิสาและรอมาเจอกันที่มหา’ลัยเพราะวันนี้มีเรียนเช้าพอดี แต่กว่านิสาจะมาก็ถึงเวลาเรียนก่อน ทำให้ต้องรอหลังหมดคาบอีก
รู้สึกเหมือนเงินก้อนนี้มันร้อนจนเธอไม่อยากเก็บไว้กับตัวเลยสักนิด
แต่ในที่สุดเงินก็เข้าบัญชีของเจ้าของมันอย่างปลอดภัยแล้ว และยังดีที่อีกฝ่ายมีกะใจให้ค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกทุกบาททุกสตางค์
ส่วนเรื่องเงินของสหรัฐแน่นอนว่าพี่รหัสของเธอบอกไว้แล้วว่าไม่รีบ แล้วมีเท่าไหร่ก็ทยอยจ่ายได้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อยากให้หนี้ส่วนนี้หมดเร็วๆ หลังจากนี้ก็คงต้องพยายามประหยัดกว่าเดิมเพื่อใช้หนี้สหรัฐได้เร็วๆ เพราะรู้ตัวเองดีว่าค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ เขามีน้ำใจก็ไม่ควรละเลย
“พวกเธอหาที่ฝึกงานหรือยัง” หลังจากเข้าโรงอาหารและจัดการซื้อข้าวเที่ยงมานั่งที่ว่างได้พอดี บทสนทนาทของเพื่อนร่วมรุ่นที่นั่งโต๊ะเดียวกันก็ดังขึ้น
ใช่สินะ ตอนนี้นักศึกษาปีสามอย่างพวกเธอเริ่มหาที่ฝึกงานกันแล้ว เพราะขึ้นปีสี่มาก็จะฝึกงานในเทอมแรกเลย
บริษัทในใจของเธอมีหลายที่ แต่มันก็เป็นบริษัทชื่อดังมาก เป็นสถานที่รับนักศึกษาฝึกงานทุกปีอยู่แล้ว แต่ว่าการแข่งขันก็สูงจนไม่รู้เธอจะถูกรับเลือกหรือเปล่า
ช่างเรื่องนั้นก่อนแล้วกัน มันยังมีเวลาพอให้เธอเตรียมตัวอีกสักพัก
หลังผ่านเรื่องหนักอึ้งไปได้อีกอย่าง วันนี้ข้าวหอมก็มีสมาธิเรียนเหมือนอย่างเดิม เธอเป็นคนเรียนดี หัวไว เกรดเฉลี่ยอยู่ที่สี่ไม่เคยตก
เธอเรียนดีกิจกรรมเต็มที่ แม้หลังเกิดปัญหาครอบครัวจะไม่ได้สนใจกิจกรรมเพราะมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบก็ตาม แต่การเรียนก็ยังคงเป็นไปได้ด้วยดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
พอหมดคาบเรียนของวันก็เดินทางไปยังร้านอาหารที่เธอทำงานพาร์ทไทม์อยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าวันนี้จะถูกตำหนิหรือเปล่า เพราะเมื่อวานเธอดันออกจากงานไปกะทันหันทั้งที่บอกพี่ร่วมงานไว้ว่าขอเวลาห้านาทีไปคุยธุระแท้ๆ
“ข้าวหอม”
“คะ” ทำไมการถูกเรียกชื่อมันทำให้เธอใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มแบบนี้ได้นะ หรือเพราะมีชนักติดหลังเลยกลัวความผิดของตัวเอง
“รู้หรือเปล่าว่าเมื่อวานทำผิด” หัวหน้างานพูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
“หนูขอโทษค่ะ พอดีเมื่อวานเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นนิดหน่อย” ยกมือไหว้อย่างสำนึกและคิดได้
“เธอพึ่งเริ่มงานได้ไม่กี่วันเองข้าวหอม แต่เธอกลับทำผิดในเวลางาน หายออกไปทิ้งภาระหน้าที่ให้เพื่อนแถมไม่บอกกล่าวใครด้วย”
“.....” ไม่มีข้อแก้ตัวเลย เพราะสิ่งที่บอกก็บอกไปแค่ห้านาที แต่กลับหายออกไปเลยไม่กลับมา เวลางานก็ยังไม่หมด
“พี่ว่าเธอไม่น่าจะพร้อมทำงานตรงนี้นะ”
“ให้โอกาสหนูอีกครั้งได้ไหมคะ หนูจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก” รีบเงยหน้าขึ้นขอโอกาส เพราะนี่มันความผิดครั้งแรกของเธอ และมันคงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีกต่อไปแล้ว
“ไม่ได้หรอก เพราะเวลาเริ่มงานของเธอมันสั้นมาก แต่เธอก็สร้างปัญหาแล้ว...”
“หากเป็นพนักงานประจำคงถูกใบเตือนหรือพิจารณาไม่ผ่านงานเหมือนกัน” หัวหน้างานปฏิเสธออกมาอย่างไม่เปลี่ยนใจ
แต่มันครั้งแรกเองไม่ใช่เหรอ ให้โอกาสกันไม่ได้จริงๆ เหรอ
“เธออาจจะมองว่าพี่ใจร้ายหรือเข้มงวดเกินไป แต่สิ่งที่เธอทำมันถือว่าผิดกฎ ละเลย ไร้ความรับผิดชอบ...”
“เธอไม่รู้หรอกว่าเพื่อนที่เขาต้องจัดการงานส่วนของเธอต่อมันเหนื่อยแค่ไหน พี่รับเด็กพาร์ทไทม์มาแบ่งเบา แต่เธอไม่ได้ทำแบบนั้น”
“ให้โอกาสหนูสักครั้งไม่ได้จริงๆ เหรอคะ”
“วันนี้พี่รับเด็กใหม่มาแล้ว พี่คิดว่าทางเราไม่จำเป็นต้องมีเธอแล้วข้าวหอม”
“.....” ทำไมทุกอย่างมันง่ายขนาดนี้ เด็กพาร์ทไทม์ไม่ควรได้รับโอกาสเหรอ
ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ความผิดของตัวเอง แต่เธออยากขอโอกาสสักครั้ง
“นี่ค่าจ้างของเธอ ค่าแรงรายชั่วโมงคูณจำนวนชั่วโมงทั้งหมดที่ทำ” ยื่นซองขาวให้คนตรงหน้าด้วยใบหน้าเดิม
“.....” เธอแทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ ยกมือไหว้รับซองมาถือไว้ในมือด้วยความเครียดอีกครั้ง
ชีวิตเธอจะต้องมีเรื่องให้แก้ปัญหาตลอดทุกวันเลยอย่างนั้นเหรอ ผ่านเรื่องนั้นก็ต้องเจอเรื่องนี้ ผ่านเรื่องนี้แล้วจะเจอเรื่องไหนอีกล่ะ
สุดท้ายวันนี้ก็ยังไม่ได้เริ่มงานตามเวลาที่เธอลงไว้ มาถึงเข้าห้องเก็บของพนักงานมาก็ถูกส่งซองขาวให้แล้ว เธอทำได้เพียงเดินออกจากร้านอาหารอย่างทำอะไรไม่ได้
เวลาประมาณสี่โมงกว่า ข้าวหอมเลยเดินทอดน่องไปตามทางเรื่อยๆ สายตาก็สอดส่องตามข้างทางร้านรวงต่างๆ หาป้ายรับสมัครพนักงานพาร์ทไทม์
และเธอก็เจอร้านขายน้ำไข่มุก เป็นดีไซน์เหมือนห้องน็อคดาวน์ทรงบ้านเล็กๆ ด้านหน้ามีหลังคายื่นออกไปพร้อมเก้าอี้ไม่กี่ตัวไว้สำหรับให้ลูกค้ามาสั่งและยืนรอรับในช่องเปิดได้เลย ที่ติดป้ายรับสมัครเข้าพอดี
“ขอโทษนะคะ ยังรับพนักงานพาร์ทไทม์อยู่ไหมคะ” ข้าวหอมไม่รอช้าและไม่ลังเลจะเข้าไปสอบถาม
“รับค่ะ สนใจเข้ามาคุยรายละเอียดเพิ่มเติมเลยไหมคะ”
“ค่ะ” ตอบรับด้วยความดีใจ
ก่อนจะวนเข้าไปประตูด้านข้างเพื่อคุยรายละเอียดเรื่องเวลางานต่างๆ
“เคยมีประสบการณ์ทำคาเฟ่มาก่อน แต่ติดเรื่องเวลานิดหน่อยนี่สิ...”
“เดี๋ยวพี่ขอเช็กเรื่องเวลาหน่อยนะ ยังไงพี่จะติดต่อกลับไปอีกทีค่ะ” เมื่อคุยเสร็จคนสัมภาษณ์เธอก็พูดด้วยรอยยิ้ม
“ได้ค่ะ” เธอตอบรับอย่างมีความหวัง ท่าทางที่เหมือนอยากรับเธอแต่มีปัญหานิดหน่อยเรื่องเวลา เพราะเธอไม่สามารถมาเข้าร้านได้ในเวลาที่พี่เจ้าของร้านต้องออกไปได้ทุกวัน
แต่เธอหวังจริงๆ ว่าจะได้งานนี้
